กลุ่มบริหารทั่วไป โรงเรียนศึกษานารี

 

Across the Universe
(Lennon/Mccartney)

 

Words are flying out like
endless rain into a paper cup
They slither while they pass
They slip away across the universe
Pools of sorrow waves of joy
are drifting thorough my open mind
Possessing and caressing me

Jai guru deva om
Nothing's gonna change my world
Nothing's gonna change my world
Nothing's gonna change my world
Nothing's gonna change my world

Images of broken light which
dance before me like a million eyes
That call me on and on across the universe
Thoughts meander like a
restless wind inside a letter box
they tumble blindly as
they make their way across the universe

Jai guru deva om
Nothing's gonna change my world
Nothing's gonna change my world
Nothing's gonna change my world
Nothing's gonna change my world

Sounds of laughter shades of life
are ringing through my open ears
exciting and inviting me
Limitless undying love which
shines around me like a million suns
It calls me on and on across the universe

Jai guru deva om
Nothing's gonna change my world
Nothing's gonna change my world
Nothing's gonna change my world
Nothing's gonna change my world
Jai guru deva
Jai guru deva
 

 

Across the Universe Day

นาซ่า (NASA) เพิ่งฉลองครบรอบ 50 ปี ของดาวเทียมดวงแรก Explorer 1 (Satellite 1958 Alpha) เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2551 โดยในวันที่ 31 มกราคม 1958 คือ วันที่นาซ่าปล่อยเอ็กซ์พลอเรอร์วัน ได้เป็นผลสำเร็จนั่นเอง

ส่วนวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2551 นี้ นาซ่าก็ฉลองอีกครั้ง กับการครบรอบ 40 ปีของเพลง อครอส เดอะยูนิเวิร์ส ของ  The Beatles  (February 4th is the exact 40th anniversary  of the Beatles recording the song “Across The Universe”)

ในการนี้จึงมีโครงการส่งเพลงนี้ ข้ามอวกาศอันไกลโพ้น ไปที่ดาวเหนือ (หรือ Polaris) ซึ่งอยู่ห่างออกไป 431 ปีแสง คลื่นเสียงจะเคลื่อนตัวไปด้วยความเร็ว 186,000 ไมล์ต่อวินาที และถ้ามีมนุษย์ต่างดาวอาศัยอยู่บนโพลาริส พวกเขาก็จะได้ยินเพลงดังกล่าว ในอีก 431 ปี ข้างหน้า

นาซ่าจึงประกาศ ให้วันที่ 4 กุมภาพันธ์ เป็น อครอสเดอะยูนิเวิร์สเดย์! โดยในวันดังกล่าว นาซ่าเชิญชวนให้แฟนเพลงของ เดอะบีทเทิลส์ ร่วมเปิดเพลง อครอสเดอะยูนิเวิร์ส ในเวลาเดียวกับที่นาซ่าทำการส่งเพลงนี้ออกไปสู่อวกาศ คือเวลา 7 p.m.  ของวันที่ 4 กุมภาพันธ์ หรือประมาณ 7 โมงเช้า ของวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ตามเวลาประเทศไทย

 
เพลง Across The Universe ในแบบ MP3 จาก Original Version ข้ามเอกภพ ข้ามกาแลกซี่ ไปยัง "ดาวเหนือ" (Polaris) ด้วยความเร็วเท่าแสง แต่ด้วยความที่ดาวดวงนี้อยู่ไกลเหลือเกิน กว่าเพลงจากการประพันธ์ของเลนนอน-แมคานีย์ จะไปถึงดาวเหนือก็จะต้องใช้เวลาอีก 431ปี(เอง)

พอลฝากบอกนาซ่าผ่านทางมาร์ตินว่า "ขอฝากความรักของผมไปให้มนุษย์ต่างดาวด้วยนะรับ
...............
ด้วยความปรารถนาดีทั้งมวลจากพอล"

 

ที่มาของเพลง

"Across the Universe" เป็นเพลงของ The Beatles ผลิตครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคม 1969, และตามมาด้วยอัลบั้ม Let It Be. ร้องนำโดย  John Lennon  ภายใต้ชื่อลิขสิทธิ์ของ The Beatles โดย Lennon/ McCartney


คืนหนึ่งในปี 1967, กับวลีที่ว่า "Words are flowing out like endless rain into a paper cup" หลุดมาจาก Cynthia, ภรรยาของ Lennon ,ที่นอนละเมอพล่ามประโยคเหล่านี้ออกมา จนเธอเงียบหลับไปแล้ว แต่เขายังครุ่นคิดถึงวลีนั้นอยู่

Flowing like an endless stream"เปรียบดั่งสายฝนที่พร่างพรม"  ทำให้ Lennon นอนไม่หลับต้องลุกลงไปชั้นล่างและแต่งมันเป็นเพลงขึ้นมา พอแต่งเสร็จก็เข้านอนและลืมมันไป จากเสียงที่น่ารำคาญในคืนนั้น กลับกลายมาเป็นเรื่องที่หลือเชื่อ เพราะเมื่อเขาตื่นมาในตอนเช้า กระดาษที่เขาร่างเนื้อเพลงและวางทิ้งไว้ที่เปียนโนเมื่อคืน มันกลายมาป็นบทเพลงที่คนทั้งโลกรู้จักในเวลาต่อมา

ปลายปี 1967– ต้นปี 1968 เพลงนี้ถูกนำไปบันทึกในสตูดิโอ และเพื่อความขลังของเพลง เขาจึงได้ใส่สร้อยที่เป็นภาษาสันสกฤตเติมลงไปในเพลงด้วย  "Jai guru deva om" to the piece,  โอม เทพไททั้งมวล Nothing's gonna change my world  ไม่มีอะไรจะมาเปลี่ยนแปลงโลกของฉันได

"Across the Universe" ออกวางจำหน่ายครั้งแรกเมื่อ 12 ธันวาคม 1969 ในอัลบั้ม No One's Gonna Change Our World  หลังจากเลนนอน พยายามให้ The Beatles ออกเป็นซิงเกิ้ลเพลงนี้  แต่ก็ไม่เป็นผล เพราะถูก Paul McCartney ส่งเพลง Lady Madonna  ตัดหน้าไป และในเวอร์ชั่น แรกนี้ มีเสียงประสานจาก Lizzie Bravo และ Gayleen Pease แฟนเพลงพันธุ์แท้ที่ยืน"เฝ้า"อยู่หน้า Abbey road ในขณะนั้น และได้ถูกพอลเรียกเข้าไปร่วมอัดเสียงด้วย

หลังจากนั้น เลนนอนก็เลยอุทิศเพลงนี้ตัดเป็นซิงเกิลลงในอัลบั้มการกุศล World Wildlife Fund-No One's Gonna Change Our World ในเดือนธันวาคม 1969 นั้นเอง 

สำหรับอัลบั้มที่ 2 ของ
The Beatles นั้นทำลงในอัลบั้ม Let It Be วางจำหน่ายเมื่อ 8 พฤษภาคม 1970

 "เสียงเรียกข้ามเอกภพ"

ผ่านมามากกว่า 40 ปีแล้ว แรงสั่นสะเทือนที่เด็กหนุ่มสี่คนจากลิเวอร์พูลทำไว้ ยังไม่ผ่อนคลายลงแม้แต่น้อย บทเพลงของ The Beatles ผ่านการทดสอบจากกาลเวลามาได้ จนกลายเป็นไบเบิ้ลของโลกดนตรีไปแล้ว

The Beatles  เป็นวงดนตรีที่สร้างแรงบันดาลใจให้หลายๆวงในโลกตะวันตก จนถือเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมตะวันตกไปแล้ว และแน่นอนว่าส่งผลต่อมายังวัฒนธรรมโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และไม่เพียงแค่ในช่วงเวลานั้นเท่านั้น ปีแล้วปีเล่าผ่านไป บทเพลงของสี่เต่าทองกลับยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆตามกาลเวลา ทุกๆปี มีหนุ่มสาวเริ่มหลงรักพวกเขา เรื่อยๆ จนเกิดแรงบันดาลใจมากมาย เรียกได้ว่า โลกเราคงไม่มีทางเหมือนเดิมถ้าปราศจากพวกเขา โดยเฉพาะอเมริกาฉากหลักของภาพยนตร์เรื่อง  Across The Universe เสียงเรียกข้ามเอกภพ
ได้หยิบบทเพลงของ The Beatles มาเรียงร้อยเรื่องราว

Across the Universe  สามารถดึงบรรยากาศและ วิญญาณในยุคนั้นกลับมาอีกครั้ง
"เสียงเรียกข้ามเอกภพ" จึงมีอะไรมากกว่าหนังเพลงเพราะๆ

 http://thisisgis.multiply.com/journal/item/86

 

 

ไม่สงวนสิทธิ์ในการนำไปใช้ประโยชน์ทางการศึกษา แต่ขอความกรุณาอ้างอิงแหล่งที่มาตามสมควรจะขอบคุณยิ่ง



Febuary 3,2008
 

 

กลุ่มบริหารทั่วไป      โรงเรียนศึกษานารี
176ถนนประชาธิปก เชิงสะพานพระปกเกล้า
แขวงวัดกัลยาณ์  เขตธนบุรี  กทม. 10600
by  wita:wita_snr@hotmail.com