กลุ่มบริหารทั่วไป โรงเรียนศึกษานารี
 

 



I who have nothing
Jordin Sparks

 
I who have nothing
I, I who have no one
Adore you and want you so
I'm just a no one,
with nothing to give you but oh
I love you
You, you buy her diamonds
Bright, sparkling diamonds
But believe me, dear, when I say
That she can give you the Word


But she'll never love you the way I love you
You can take her any place she wants
To fancy clubs and restaurants
But I can only watch you with
My nose pressed up against the window pane
I, I who have nothing
I, I who have no one
Must watch you, go dancing by
Wrapped in the arms of somebody else
When darling it is I
Who love you

 

 

 

I (Who Have Nothing) บางครั้งถูกเรียกว่า "I Who Have Nothing"  ต้นฉบับเพลงนี้เป็นเสียงร้องของ Ben E. King  ซึ่งออกผลงานไว้เมื่อปี 1963 จากนั้นมีนักร้องอีกหลายคนนำเพลงนี้มาร้องใหม่

"I (Who Have Nothing)"
พื้นเพดั้งเดิมเป็นเพลงอิตาเลียนชื่อเพลง "Uno dei tanti," ตรงกับความหมายในภาษาอังกฤษว่า  "One of the Many" ( 1 ในจำนวนมากมาย ) ประพันธ์ดนตรีโดย Carlo Donida และประพันธ์เนื้อร้องโดย Giulio "Mogol" Rapetti.

"Uno dei tanti"
ร้องโดย Joe Sentieri ในปี  1961 สำหรับ
เนื้อเพลง "I (Who Have Nothing)" แปลเป็นภาษาอังกฤษโดย Jerry Leiber และ Mike Stoller. นักวิจารณ์บางคนเชื่อว่าทำนองบางท่อนของเพลงนี้ถูกนำไปก้อปปี้ใช้ในเพลง  "Nights in White Satin," ที่เป็นผลงานของ The Moody Blues ในปี 1967

แผ่นออริจินอลต้นฉบับของ Ben E. King ซึ่งออกวางจำหน่ายในปี 1963 ขึ้นถึงอันดับ 29 ของ The Billboard Charts. ต่อมาTom Jones นำมาร้องใหม่ได้ขึ้นถึงอันดับ 14 ในปี 1970 และยังมีนักร้องอีกหลายคนที่นำไปร้องใหม่และได้รับการจัดอันดับของบิลบอร์ด ชาร์ท ตัวอย่างเช่น  Terry Knight and The Pack อันดับ 46 ในปี 1966 Liquid Smoke อันดับ 82 ในปี  1970 Sylvester อันดับ 40 ในปี 1979

Shirley Bassey
เป็นนักร้องอีกคนที่นำไปร้องและได้รับการโปรดิวซ์โดย George Martin เมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 1963 ขึ้นถึงอันดับ 6 ของชาร์ทเพลงในอังกฤษ นอกนั้นยังมีผลงานของ  Tom & Mick, Petula Clark, The Spectres, Roberta Flack & Donny Hathaway, Hodges, James & Smith, Luther Vandross & Martha Wash, Brook Benton, Neil Diamond, Joe Cocker, Normie Rowe, Katherine Jenkins, and Manfred Mann's Earth Band.

เนื่องจากเพลงนี้เป็นเพลงที่นักร้อง
สามารถแสดงออกทางอารมณ์และโชว์พลังเสียงได้อย่างเต็มที่ ในขณะที่ในภาคดนตรีก็ถูกอะเรนจ์ไว้อย่างพิถีพิถัน มีความละเอียดสมบูรณ์ ด้วยเครื่องออเครสต้าหลายชิ้น จึงมักถูกนำไปประกวดนักร้องในรายการใหญ่ๆอยู่เสมอ

รวมทั้งนักร้องดังของไทย นันทิดา แก้วบัวสาย เคยนำเพลงนี้ไปใช้ร้องประกวดจนได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดนักร้องสมัครเล่นชิงแชมป์แห่งเอเชียครั้งที่สาม ซึ่งจัดขึ้นโดยสถานีโทรทัศน์อาร์ทีวี (RTV) ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นเอทีวี (ATV)) ที่ประเทศฮ่องกง เมื่อปี 2521

ในตอนนั้นเพลง "I Who Have Nothing" กลายเป็นเพลงที่โด่งดังไปทั่วประเทศ คนไทยที่ไม่ฟังเพลงสากลยังต้องได้ยินเพลงนี้เข้าหูผ่านการโหมประชาสัมพันธ์ของไทยทีวีสีช่อง 3 ซึ่งเป็นผู้จัดการประกวดคัดเลือกนักร้องสมัครเล่นของประเทศไทยเข้าไปร่วมในงานนี้

และที่ฮือฮาที่สุดเป็นการประกวดในรายการ American Idol โดยผู้ที่นำเพลงนี้ไปใช้ร้องประกวดคือ แชมป์ซีซั่นที่ 6 Jordin Sparks ในเวอร์ชั่นภาษาดัชที่เคยถูกนำไปใช้แข่งมาแล้วโดย  Pop Idol ที่ 4 ชาวดัช Nikki Kerkhof.

สำหรับเนื้อหาของเพลงนี้เขาคร่ำครวญให้เธอรู้ว่า เขานั้นแตกต่างกับเธอลิบลับ เขาเป็นผู้ที่ไม่มีอะไรเลยและไม่มีใครนอกจากเธอคนเดียว ไม่มีสิ่งไหนที่จะมอบให้ได้นอกจากความรัก ของมีค่าที่เธอซื้อหาให้คนอื่นนั้นเชื่อสิว่าเธอจะไม่ได้รับสิ่งใดๆตอบแทนจากเขา เขาไม่ได้รักเธอเหมือนที่ฉันรัก...ฉันรักเธอนะ..รักเธอ...รักเธอ


Tom
Jones


 Linda Jones


Dutch Idols 4 - Nikki

Nantida Live @ Hongkong 1980


Shirley Bassey

(original arrangement)

Katherine Jenkins
 

   

ไม่สงวนสิทธิ์ในการนำไปใช้ประโยชน์ทางการศึกษาแต่ขอความกรุณาอ้างอิงแหล่งที่มาตามสมควรจะขอบคุณยิ่ง


August 15,2008
 

 

กลุ่มบริหารทั่วไป     โรงเรียนศึกษานารี
176ถนนประชาธิปก เชิงสะพานพระปกเกล้า
แขวงวัดกัลยาณ์   เขตธนบุรี  กทม.10600
by wita:wita_snr@hotmail.com