กลุ่มบริหารทั่วไป โรงเรียนศึกษานารี

 

 


 

Windy

The Association

 
 

 

 

Who's peekin' out from under a stairway

Calling a name that's lighter than air
Who's bending down to give me a rainbow
Everyone knows it'
s Windy

Who's tripping down the streets of the city
Smilin' at everybody she sees
Who's reachin' out to capture a moment
Everyone knows it's Windy

And Windy has stor-my eyes
That flash at the sound of lies
And Windy has wings to fly
Above the clouds (above the clouds)
Above the clouds (above the clouds)

[Flute]

And Windy has stor-my eyes
That flash at the sound of lies
And Windy has wings to fly
Above the clouds (above the clouds)
Above the clouds (above the clouds)

Who's tripping down the streets of the city
Smilin' at everybody she sees
Who's reachin' out to capture a moment
Everyone knows it's Windy
[Repeat And fade]

  

 

 

 

 

"Windy" ผลงานการประพันธ์ของ Ruthann Friedman บันทึกโดยวง The Association. ออกวางจำหน่ายเมื่อปี 1967,ขึ้นถึงอันดับ 1 ของชาร์ทเพลง The Billboard Hot 100 เมื่อเดือนกรกฎาคม ของปีนั้น จนถึงปลายๆปี
 

นักกีตาร์แจส  Wes Montgomery นำเพลงนี้ไปทำในสไตล์ของเขาได้ขึ้นชาร์ทเพลง The Biggest Hot 100 Hit ในลำดับที่ 44 ในขณะที่  "Windy" จากผลงานของ The Association นั้นไล่ตามหลัง "Cherish" พลงของเขาเองที่เข้าอันดับ 1 ในชาร์ทเพลงของสหรัฐอเมริกา ในปี 1966.

ต้นฉบับจริงๆของเพลงนี้เป็นผลงานการประพันธ์ของ Ruthann Friedman ที่ใช้เนื้อหาเพลงของผู้ชาย แต่ The Association มาดัดแปลงทีหลังใช้เป็นเรื่องราวของผู้หญิง
 

The Association เริ่มต้นเรื่องราวของพวกเขาเมื่อฤดูใบไม้ผลิในปี 1965 Troubadour Club ใน Hollywood. ชาย 13 คนกับวงดนตรีที่เรียกกันว่า "The Men", แต่งแต้มแนวดนตรีใหม่ขึ้นมาเรียกมันว่า Folk-Rock. หลังจากโดนมรสุมชีวิตพวกเขายังคงเหนียวแน่นกันอยู่แค่ 8 คน เพราะอีก 5 คนแยกตัวไปเป็นนักร้องบ้าง นักแต่งเพลงบ้างTerry Kirkman, กลายเป็นผู้นำพวกเขาหลังจาก กรึ่มไวน์กันไปจนได้ที่แล้ว เลยมีคนขอให้ทำวงกันใหม่     ครั้งแรกนั้นจะใช้ชื่อว่า  "The Aristocrats". จนภรรยาของ Terry ต้องไปเปิดพจนานุกรมดูแล้วบอกว่าน่าจะใช้คำนี้ดีกว่า "The Association"
 

เดือนพฤษภาคม 1965  พวกเขาก็เริ่มเข้มข้นกับผลงานที่งวดมาแล้วถึง 6 เดือน มันไม่ได้แค่เป็นเพลงโฟล์คเท่านั้นแต่มียังกลิ่นอายของแจส บางครั้งก็มีเรื่องขำๆเข้ามาแทรกเป็นประจำ เดือนพฤศจิกายนทั้งวงก็เหลือกันแค่ 6 คน พอต้นปีต่อมาก็มีผลงานออกมาเป็นของตัวเองเป็นซิงเกิลแรกชื่อ"Along Comes Mary", ก็เป็นที่ฮือฮาในคลื่นวิทยุเนื่องจากคำว่า  "Mary"  นั้นเป็นศัพท์แสลงในตอนนั้นหมายถึงกัญชา และชื่อสังกัดบริษัทแผ่นเสียงของเขาก็ดันชื่อ  Valient Records กลายเป็นบริษัทยาแก้ปวด พวกเขาเลยกลายเป็นวงใต้ดินไปโดยปริยาย
.

Terry Kirkman พยายามเขียนเพลงฮิตของเขาจนได้ชื่อเพลงว่า 'Cherish' ที่เป็นเหมือน Magic Word แต่ก็คิดอะไรต่อไม่ได้ หลีงจากจนแต้มอยู่นานจนค่ำคืนหนึ่งเกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมา เลยนั่งลงเขียนเพลงนี้จนจบภายในเวลาชั่วโมงครึ่ง 

 

"Cherish" ออกวางจำหน่ายเมื่อสิงหาคม 1966 หลังจากนั้น 2 เดือนก็จำหน่ายไปได้กว่าล้านแผ่น กลายเป็นเพลงขึ้นอันดับ 1เป็นเพลงTop of the Pop Charts

 

จนเมื่อ David Cassidy นำ "Cherish" มาทำใหม่ในปี 1971 เพลงนี้กลายเป็นเพลง International Hit ไปอีกครั้ง จากนั้นพวกเขาหันไปสังกัดกับ Warner Brothers Records ได้ออกทัวร์จนได้ผลงานเพลงใหม่เพลงนี้ตามออกมาสู่ตลาด ..."Windy"
.

นักร้องเพลงโฟล์คที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักนักอย่าง Ruthann Friedman ที่ได้แต่งเรื่องราวของชายชราที่ชื่อ, Windy  กับเรื่องราวชีวิตความเป็นอยู่ของเขา และนำมันไปเล่นในค่ำคืนหนึ่งเพื่อเสนอให้แก่วง The Association จากนั้นการออกทัวร์ก็เริ่มขึ้น

 

"Windy" ดังไปทั้งอเมริกา ขึ้นสู่อันดับ 1 ทุกเมืองตั้งแต่ต้นกรกฎาคม  1967 ฮิตยาวนานเกือบ 3 เดือน จนได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Grammy Award ในสาขา กลุ่มดนตรีที่ดีที่สุด แต่ก็พลาดให้กับวง The Fifth Dimension ที่ในช่วงนั้นกำลังแรงมา กับเพลง  "Up,Up and Away".

 


Windy - The association

The association-Never My Love(LIVE) july 1st 2006

 

 



ไม่สงวนสิทธิ์ในการนำไปใช้ประโยชน์ทางการศึกษาแต่ขอความกรุณาอ้างอิงแหล่งที่มาตามสมควรจะขอบคุณยิ่ง

 


June 17,2009
 

 

กลุ่มบริหารทั่วไปโรงเรียนศึกษานารี
176 .ประชาธิปก เชิงสะพานพระปกเกล้า
แขวงวัดกัลยาณ์  เขตธนบุรี  กทม.10600
by wita : wita_snr@hotmail.com