กลุ่มบริหารทั่วไป โรงเรียนศึกษานารี

 


 

 



กุหลาบปากซัน
คนด่านเกวียน

คำร้อง: "สุลิวัต"
ทำนอง:
ท่านจำปา ลัดตะนะสะหวัน เจ้าของนามปากกา "สุลิวัต"
 

 

แดนดินถิ่นไกล เหลือตา
อยู่สุดนภายังมีดอกฟ้า แสนงาม
หากไผได้เห็น จะมัวหลง
เฝ้าคิดพะวง หลงติดตาม
สาวเอยแสนงาม งามเหลือตา

.
งามจริงดังคำ เขาชม
หากได้สุขสมภิรมย์กับน้อง สมใจ
จะขอใฝ่ฝัน แต่นางเดียว
บ่ขอข้องเกี่ยว หญิงอื่นใด
เฝ้าแต่หลงไหลใฝ่ฝันใจปอง

.
โอ้ กุหลาบสวรรค์
แห่งเมืองปากซันให้อ้ายใฝ่ฝัน
หมายปอง
ใจ อ้ายหวังอยากเคียงประคอง
กุหลาบเป็นสีดั่งทอง
เมื่อยามแสงส่องจากดวงสุรีย์

.
ยามแล้งค่ำลง น้ำซัน
หมู่บริพรรณน้ำซันไหลผ่าน ใสดี
ข้อยเห็นผู้สาว เจ้าล่องลอย
หมู่ปลาใหญ่น้อย ลอยล่องนที
สิ้นแสงสุรีย์สาดสีแสงจันทร์

 
 


เมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ ประเทศลาว

ผู้ประพันธ์เพลงนี้มีความใฝ่ฝันเชิงกามารมย์กับหญิงสาวแห่งเมืองปากซัน เมื่อจิตที่คิดในเชิงกามารมย์ ย่อมต่อเนื่องไปถึงจินตนาการที่เป็นเรื่องอันไม่สามารถจะพูดอย่างโจ่งแจ้งได้ ผู้ประพันธ์จึงได้อุปมาอุปมัย ให้หญิงสาวที่ตนหลงใหลเป็นเช่นราชินีแห่งดอกไม้ "กุหลาบ" หากแต่จะเปรียบเป็นกุหลาบธรรมดาก็ไม่โดดเด่นเท่าที่ควรหรืออาจจะไม่แสดงถึงความนัยแห่งการใฝ่ฝันล่วงสู่สวรรค์
ผู้ประพันธ์จึงได้เปรียบนางนั้นเป็นดัง "กุหลาบสวรรค์"

http://www.oknation.net

เนื่องจากลาวไทใช่ใครอื่น พี่น้องกัน กินปลาร่วมหนอง อาบน้ำร่วมวัง และเพลงกุหลาบปากซันเป็นบทเพลที่แสนไพเราะของลาว ึงขอนำเรื่องราวเกี่ยวกับคำบางคำของลาวมาเล่าสู่กันฟัง ตามที่หนังสือเรื่อง คราบน้ำตาบอมบี 20 ปีสันติภาพในลาว ของ อุทิน บุนยาวง (เขียนเป๋นภาษาลาว) และสมชาย นิลอาธิ ได้ถอดเปนภาษาไทยพร้อมถอดคำศัพท์ ซึ่งเปนศัพท์ที่คนตังเมืองเชียงขวาง และ โพนสะหวัน ในลาวพูดกัน และได้บอกว่า คำบางคำนั้น จะเปคำศัพท์ และมีความหมายเดียวกับคำในภาษาไทย ดังต่อไปนี้

ภาษาลาว ภาษาไทย
บอมบี ระเบิดลูกเล็กๆ (bombie)
โพนสะหวัน (เมืองโพนสะหวันผ) โพนสวรรค์ (เมืองโพนสวรรค์)
ลุนหลัง ภายหลัง
ขงเขต เขต,บริเวณ
ภู ภูเขา
ภูเวียง ที่ราบบนภูเขา , สันแปของภูเขา
ขุม หลุม
ทิ่ม ทิ้ง
หมุนอ้อมตัว หมุนรอบตัวเอง
บาดเดียว ครั้งเดียว, ทีเดียว
พวม กำลัง
ขี้เมี้ยง ขี้สนิม
สับซ่าวดิน พรวนดิน เตรียมดินปรับพื้นที่เพื่อการเพาะปลูก
หมากเฟือง มะเฟือง
เปิ้นภู เนินภู
ทำอนามัย ทำความสะอาด
เดิ่น ลานดิน ลานสนาม
หมูบ หมอบ
อ้อมแอ้ม เลาะๆ , ไกล้ , ไกล้เคียง
โลด ทันที ทันใด
ดน นาน
มื้อ วัน
วันพัก วันหยุด
เฮ็ด ทำ
ขางไฟ ลนไฟ
เทิง ข้างบน
วางยองเทิงตื่ม วางทับไว้ข้างบน วางเพิ่มเติมไว้ข้างบน
เต็ง ขัน กดทับ
ควันกุ้มขึ้น ควันไฟพวยพุ่งขึ้น
ฟ้ง ฟุ้งกระจาย กระเด็น
เวียกงาน , เฮ็ดเวียก ทำงาน
อีหลี จริงๆ อย่างแท้จริง
จก บักจก จอบ
คือกัน เหมือนกัน
อ้าย พี่ชาย
ผู้หล้า คนสุดท้อง
ย้อน เพราะ เนื่องจาก
ซาว ยี่สิบ
หลิ้น เล่น
หมู่ เพื่อน พวก
ดังไฟ ก่อไฟ
แตกหวาก แตกหัก
เอิ้น เรียก
ยั่งยาย กระจัดกระจายอย่างเป็นระเบียบ
แคม รอบ ริม
บ่อน ที่ แห่ง
เหยียบอยู่เทิง เหยียบอยู่บน
เทื่อนี้ ครั้งนี้
ไปจนฮอด ไปจนถึง
วางใส่ใหม่ วางใส่เพิ่ม
เกิดใหม่ใหญ่ลุน คนที่เกิดทีหลัง
เถิง ถึง
เทิง บน


ภาษาลาวเป็นภาษาที่ตรงไปตรงมา เช่น

สนามบิน......เด่นยนต์
ตู้ไปรษณีย์....หีบป่อนจดหมาย
อู่ซ่อมรถยนต์.....โรงแปงรถใหญ่
Email.......อีแมว
รถจักร - รถมอเตอร์ไซด์
ระวังหมาฮ้าย - ระวังสุนัขดุ

ห้องปาด - ห้องผ่าตัด
ห้องมรสุม - ห้อง ICU


ท่านจำปา ลัดตะนะสะหวัน เจ้าของนามปากกา "สุลิวัต"
ที่มาของเพลงกุหลาบปากซันอันลือลั่น

สุลิวัต เคยให้สัมภาษณ์กับผู้จัดการรายสัปดาห์เมื่อ 9 ปีก่อน  น่าเสียดายที่ท่าน
 มิทันได้อยู่ดูความฟูเฟื่องเรืองรุ่งของกุหลาบปากซัน ที่ท่านบรรจงปลูกด้วยถ้อยอักษราและดนตรี จนเบ่งบานมากว่าสี่สิบกว่าปี

"ผมเดินทางไปเยี่ยมพี่ชายที่เมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ เย็นวันหนึ่งผมไปนั่งริมแม่น้ำซัน เห็นสาวๆ ลงอาบน้ำกัน ผมนึกสนุกก็เลยแต่งเพลงนี้ขึ้นมา
ให้ชื่อว่ากุหลาบปากซัน  ต่อมามีงานประกวดผลงานเพลงที่กรุงเวียงจันทน์
จึงส่งเข้าประกวด ปรากฏว่าได้อันดับ 3

 แรกทีเดียวเพลงนี้ไม่ได้อัดเสียง ก็ได้แต่เอาไปร้องตามงานต่างๆ สันติ พิมสุวัน เป็นนักร้องคนแรกที่ร้องเพลงกุหลาบปากซัน ร้องมากๆ เข้าคนก็จำได้" เป็นที่มาของกุหลาบปากซันอันลือลั่น  ที่หนุ่มชาวคันทะบุลีแต่งไว้เมื่อปี 2502 ด้วยวัยเพียง 24 ปี ในยามที่แวะไปพักกับพี่ชายที่เป็นตำรวจอยู่ที่ปากซัน ในปีนั้น ท่านจำปา ลัดตะนะสะหวัน เจ้าของนามปากกา "สุลิวัต" คือข้าราชการหนุ่มที่เพิ่งเข้าทำงาน หลังจากเรียนจบด้านช่างสำรวจจากวิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพไปหมาดๆ

เรื่องเรียนหนังสือนั้น ท้าวจำปาเคยข้ามโขงมาเรียนหนังสือยังฝั่งเมืองมุกดาหาร ตั้งแต่อายุ 10 ขวบก็ว่าได้ กระทั่งอายุ 18 ปี จึงได้ทุนรัฐบาลลาวไปเรียนช่างสำรวจก่อสร้างสะพาน-ถนน ที่วิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพ ทุ่งมหาเมฆ ในปี 2496

ตลอดชีวิตห้าปีที่เรียนอยู่ในกรุงเทพฯนั้น ตรอกจันทร์คือนิวาสถานอันคุ้นเคยที่เขาได้พักอยู่กับเพื่อนนักเรียนทุนด้วยกันเอง ด้วยความรักเสียงเพลงเป็นนิจ ช่วงเรียนปีสุดท้าย "วงดนตรีลาวร่วมมิตร" จึงเกิดขึ้น

กลับมารับราชการอยู่บ้านเกิดได้ปีสองปีสถานการณ์การเมืองเริ่มตึงเครียดขึ้น เมื่อร้อยเอกกองแลก่อการรัฐประหารยึดนครเวียงจันทน์ช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2503 จัดตั้งรัฐบาลผสม โดยมีเจ้าสุวรรณภูมา เป็นนายกรัฐมนตรี ณ เวลานั้น ชะตาชีวิตข้าราชการหนุ่มนักประพันธ์พลิกผันเข้าสู่กองทัพในอีกหนึ่งเดือนต่อมา

ทันทีที่นายพลพูมี หน่อสะหวัน และเจ้าบุญอุ้ม ณ จำปาสัก ประกาศจัดตั้งคณะปฏิวัติต่อต้านรัฐบาลเวียงจันทน์อยู่ที่สะหวันนะเขต หนุ่มวัยเบญจเพสจึงถูกเรียกเข้าประจำการในหน่วยจิตวิทยา กองทัพราชอาณาจักรกลุ่มนายพลพูมี โดยรับหน้าที่เป็นผู้ควบคุมวงดนตรีกองทัพตามวิสัยนักแต่งเพลง มีหรือที่จะปล่อยวิกฤติทางการเมืองเช่นนั้นผ่านเลยไปได้

http://www.lannaworld.com/

"กุหลาบปากซัน"ป็นเพลงที่ประพันธ์โดยศิลปินชาวลาวชื่อ "สุลิวัต" หรือ "ส.สุลิวัต" หรือ จำปา ลัดตะนะสะหวัน  ถูกนำมาถ่ายทอดมากที่สุด
นับแต่ครั้งแรกที่ สีเผือก คนด่านเกวียน นำมาบันทึกเสียงใน ชุด "ไอ้หิน"เมื่อปี 2529 จากนั้นมีนักร้องไทยอีกหลายคนที่นำเพลงนี้มาบันทึกใหม่

 


กุหลาบปากซัน/อรวี  สัจจานนท์"

            



ไม่สงวนสิทธิ์ในการนำไปใช้ประโยชน์ทางการศึกษาแต่ขอความกรุณาอ้างอิงแหล่งที่มาตามสมควรจะขอบคุณยิ่ง



June 9,2008 
 

 

กลุ่มบริหารทั่วไป     โรงเรียนศึกษานารี
176ถนนประชาธิปก เชิงสะพานพระปกเกล้า
แขวงวัดกัลยาณ์   เขตธนบุรี  กทม.10600
by wita:wita_snr@hotmail.com