เรื่องเล่าจากเพลง

1.Deja Vu
2.You'll never walk alone
3.Yesterday Once More
4.Stupid Cupid
5.Something Stupid
6.Puff (The magic dragon)
7.House of the rising sun
8.He ain't heavy he's my brother
9.I will survive
10.Imagine
11.Blowin in the wind
12.Can't Buy Me Love
13.Diana
14.Edelweiss
15.Greenfields
16.Heal The World
17.I started a joke
18.I will follow him
19.Love potion number 9
20.Sad Movies (Make Me Cry)
21.Tie A Yellow Ribbon
22.The Last Leaf
23.Vincent
24.Yesterday
25.Candle in the wind
26.I Will
27.I Will Always Love You
28.Do-Re-Mi
29.Eyes on me
30.Gloomy Sunday
31.Heal the World
32.How do I live
33.I'll be there
34.Just the Way You Are
35.Leaving on a jet plane
36.Let It Be Me
37.Love me with all of your heart
38.Lullaby
39.My Heart Will Go On
40.Sealed with a kiss
41.All I Have to Do Is Dream
42.All The Things She said
43.Wind Of Change
44.Behind Blue Eyes
45.California Dreamin
46.Crocodile Rock
47.Daddy Cool
48.Dancing Queen
49.Delilah
50.Eternal flame
51.Wonderful Tonight
52.White Flag
53.Wall In Your Heart
54.Without You
55.Tian Mi Mi
56.This Ain't A Scene, It's An Arms Race
57.I Don't Want to Miss a Thing
58.Glamorous
59.Like A Virgin
60.
Hips Don’t Lies
61.Run to me
62.Old Texas
63.Out Of The Blue 
64.Judy Judy Judy
65.How Deep Is Your Love
66.Honey
67.Sukiyaki, A Taste Of Honey 
68.This I promise you
69.Break It Off
70.Take me home Country roads
71.A Lover's Concerto
72.Complicated
73.Can’t Fight the Moonlight
74.Crazy In Love
75.Fly Me to the Moon
76.Hero
77.Jelous guy
78.Puppy love
80.Bésame Mucho
81.My way
82.The Impossible Dream
83.You Give Me Something
84.You
85.Yesterday
86.Who let the dogs out
87.Wind beneath My Wings
88.When You Say Nothing at all
89.Travelin' Man
90.Till There Was You
91.
Candle in the wind 
92.Tears in Heaven
93.
Where have all the flowers gone
94.
Jambalaya
95.
Hit the road Jack
96.
I'll Have To Say I Love You In a Song
97.
It never rains in Southern California
98.
How Can I Tell Her
99.C
asablanca
100.
Streets of London
101. Total Eclipse Of The Heart
102. Laughter in the rain
103. Have I told you lately
104. Lover's Moon
105. Evergreen tree
106. Love
107. Tell Laura I love her
108. Last Kiss
109. Hero
110. Monalisa
111. Sutter's mill
112. Banks of the Ohio
113. Cruel War
114.
Lily of the the West(Flora)
115. Michael row the boat ashore
116. Stewball
117.
Tom Dooley
118.
Today
119.
Welcome to my world
120.
Love me love my dog
121. Mother of Mine
122. The Windmills of Your Mind 
123. Donna Donna
124.
Gone the rainbow
125. Scarborough fair
126. Yellow Bird 
127. Lemon Tree
128. Shenandoah
129. Mary had a little lamb
130.
Jamaica Fairwell
131. Morning has Broken
132. Joey
133. What Is A Youth?
134. Boulevard
135. GoodBye
136. Hush a bye
137. To Sir, with Love
138. Life
139. For yasgur's Farm
140. My Sentimental Friend
141. Born to love you
142. Old Turkey Buzzard
143. Beyond the Sea
144. Carry on till tomorow
145. Sweetheart Tree
146. I wanna be free
147. Angelina
148. Venus
149. I'd Like to Teach the World to Sing
150. Early in the Morning
151.
I Understand
152.
Tie Me Kangaroo Down, Sport
153.
Try to Remember  
154.
When the saints go marching in
155.
Bad Time
156.
Bridge over Troubled Water  
157. Can't help falling in love with you
158.
ComeBack
159.
D'yer maker
160.
IF I HAD A HAMMER
161. Wednesday's child
162. Look for a star
163. Never on Sunday
164. No Reply
165. River of No Return
166. Summer Breeze
167. The Wedding
168. Donna
169. Way Back Into Love
170. Rehab
171. Killing Me Softly With His Song
172. If You Go Away
173. Those Were The Days,
174. Hey There Delilah
175. Everybody Needs A Friend
176. Torn Between Two Lovers
177. One Way or Another
178. La Bamba
179. Walk Away
180.
The Autumn Leaves
181.
The Lion Sleeps Tonight
182.
My Special Angel
183.
Hey Paula
184. My sentimental friend
185.
Stronger
186.
Me Love
187.
My Sweet Lord
188.
CRYING IN THE RAIN
189.
When the girl in your arms
190.
The Sounds Of Silence
191.
Santa Lucia
192.
Seven Lonely Days
193.
Over and Over
194.
Moonlight Swim
195.
Why Do I Love You So
196.
Whenever, Wherever
197. You've got a friend
198.
It's A Sin To Tell A Lie
199. More Than Words
200.
My Truly, Truly Fair
201. S.O.S
202. Save your kisses for me
203. Christopher Columbus
204. Play That Funky Music
205. Highway Star
206. A Horse With No Name
207. Alone again
208. Last Train to London
209. Let it go
210. Lightning Bar blues
211. He'll have to go
212. Born Too Late
213. I can't stop loving you
214. Love is Blue
215. The green leaves of summer
216. Sleepy lagoon
217. It’s too late
218. Please Mr. Postman
219. Love Letters in the Sand
220. Full Moon And Empty Arms

 

เข้าฟังเพลงและรับชมข้อมูลได้ที่ http://www.snr.ac.th/wita/music/Music_Center.htm
page1   (01 - 20 )   
page2   (21 - 40 )
page3   (41 - 50 )
page4   (51 - 60 )
page5   (61 - 70 )
page6   (71 - 80 )
page7   ( 81- 90 )

page8   ( 91-100)
page9   (101-110)
page10 (111-120)

page11 (121-130)
page12 (131-140)
page13 (141-150)
page14 (151-160)
page15 (161-170)
page16 (171-180
)

page17 (181-190)
page18 (191-200)
page19 (201-210)
page20 (210-220)


71.A Lover's Concerto


 เพลงป้อปที่ประพันธ์โดยนักเขียนชาวอเมริกัน Sandy Linzer และ Denny Randell, บันทึกไว้ตั้งแต่ปี 1965 โดยวง The Toys. ได้รับความนิยมมากทั้งในอังกฤษ และอเมริกาเมื่อปี 1965   ต้นฉบับของเพลงนี้ ดั้งเดิมจริงๆ เป็นเพลงคลาสสิคของ J.S.Bach ชื่อเพลง Minuet in G และใช้จังหวะ 3/4 ในการเล่น แต่ Sandy Linzer และ Denny Randell นำมาปรับเปลี่ยนเป็นจังหวะ 4/4

ต่อมาภายหลังมีศิลปินหลายคนนำมาร้องใหม่เช่น
-Sarah Vaughan,
-The Supremes ซึ่งเป็นวง Back up ของ Diana Ross ร้องไว้ตั้งแต่ปี 1966 ในอัลบั้ม I Hear a Symphony และยังมี
-Mrs. Miller ร้องไว้ในอัลบั้ม Mrs. Miller's Greatest Hits เมื่อปี 1966
-Kelly Chen หรือชื่อในภาษาจีนคือ เฉิน ฮุ่ย หลิน เธอเป็นทั้งนักร้อง นักออกแบบเสื้อผ้า ที่สำคัญคือเธอเป็นนางเอกหนังฮ่องกง ผลงานหลายเรื่องของเธอมีคนไทยติดกันตรึม และมีผู้นำเพลงนี้ของเธอมาใส่ในสปอตโฆษณาบ้าน
-
Yakushimaru Hiroko นักร้องสาวชาวญี่ปุ่นร้องเป็นภาษาของเธอด้วย

72.Complicated

Avril Lavigne เด็กสาวร็อค แอนด์ โรล ชาวแคนาเดียน จอมเอะอะ โด่งดังในช่วงถดูร้อน ปี พ.ศ .2545 ด้วยเพลงเปิดตัวที่แสนจะบาดหู มันส์ะใจที่ชื่อ Complicated  ซึ่งได้ปรับเปลี่ยนดนตรีแนวป็อป มิวสิค ไปยังทิศทางที่แตกต่างและแปลกใหม่ ซิงเกิ้ลสุดฮอตของอาวริลนี้ที่ชื่อ “ คอมพลิเคทิด” เขย่าทุกท็อปชาร์ททั่วโลก และทำให้เธอได้รับการขนานนามว่าเป็น “ เจ้าหญิงแห่งดนตรีพั้งค์ร็อค” ด้วยเสียง ความสามารถ อันน่าทึ่งในการแต่งเพลงเองและร้องเอง ประกอบกับความเชื่อมั่นและความแน่วแน่ต่อจุดหมายทางดนตรีของเธอ อาวริลเปิดตัวบนถนนสายดนตรีด้วยวัยเพียง 17 ปี และได้รักษาระดับความแรงจนฉุดไม่อยู่ อีกทั้งเธอยังได้รับรางวัลทางดนตรีมากมาย เช่น MTV Awards , Juno Awards,World Music Awards,Radio Music Awards
นอกจากนี้ เธอยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่ ถึง 8 รางวัล ในปี พ. ศ. 2545 สาวน้อย ขวัญใจขาร็อคผู้นี้ ยังได้รับการยอมรับว่า การแสดงดนตรีสดบนเวทีของเธอนั้น ยอดเยี่ยมและเป็นที่โดนใจบรรดาขาร็อคทั้งหลาย


73. Can’t Fight the Moonlight

LeAnn   Rimes เข้าสู่วงการเพลงเมื่อเธออายุเพียงแค่ 13 ปี  และเริ่มเป็นที่รู้จักในเมืองไทยจากเพลง
How Do I Live และเพลงต่อมาคือ Can’t Fight the Moonlight เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Coyote Ugly  นับเป็นศิลปินหญิงที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่ง โดยสามารถทำยอดจำหน่ายอัลบั้มไปได้กว่า 20 ล้านชุด และยังเป็นเจ้าของรางวัล Grammy อีกหลายรางวัล

74.Crazy In Love

Beyonce สมาชิกคนสำคัญที่โดดเด่นที่สุดจาก Destiny’s Child วง R&B ของ  3 สาวที่ฮอตที่สุด ผลงานที่ผ่านมาของ Destiny’s Child ล้วนประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยมในฐานะกลุ่มศิลปินหญิงที่มียอดขายผลงานมากที่สุดในโลกกว่า 20 ล้านก๊อปปี้ คว้ารางวัลความสำเร็จทางดนตรีมากมายทั้ง Grammy Awards, American Music Awards, Brit Awards, MTV Awards และอีกมากมาย

Beyonce กลับมาอีกครั้งพร้อมกับอัลบั้ม “Dangerously In Love” ผลงานเดี่ยวชุดแรกในชีวิตที่เธอทุ่มเททั้งเวลาและความสามารถที่มีอยู่เพื่อสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ให้ออกมาดีที่สุด อัลบั้ม “Dangerously In Love” ชุดนี้เต็มไปด้วยศิลปินที่มาร่วมงานกับเธอมากมายไม่ว่าจะเป็นซุปเปอร์สตาร์แห่งวงการ Hip Hop อย่าง Jay-Z คู่ควงที่เคยประกาศจะร่วมหอลงโรงกันแน่นอนแล้ว และศิลปินดาวรุ่งอย่างอย่าง Sean Paul

ซิงเกิ้ลแรกของอัลบั้มนี้ก็ได้แก่ Crazy In Love กับบทเพลง R&B ในลีลาคึกคักที่โดดเด่นด้วยเสียงเครื่องเป่า และในเพลงนี้ Beyonce ยังควงแฟนหนุ่ม Jay-Z มาช่วยแร็ปให้อีกด้วย“



75.Fly me to the Moon


เพลงป้อปสแตนดาร์ด ประพันธ์ไว้เมื่อปี 1954 โดย Bart Howard. ช่วงอินโทรโดย Felicia Sanders ใช้ในการโชว์คาบาเร่ ครั้งแรกนั้นชื่อ "In Other Words". แต่มักเรียกกันว่าเพลง "Fly Me to the Moon" จนต้องเปลี่ยนจริงๆในเวลาต่อมา

เพลงนี้บรรเลงโดย Kaye Ballard เพื่อใช้ประกอบหนังทีวีเรื่อง The Mothers-In-Law .จนปี 1956 Portia Nelson นำมาทำใหม่ในอัลบั้มที่ชื่อ Let Me Love You. ในปีเดียวกัน Johnny Mathis ก็ทำบ้างใช้ชื่อ"Fly Me to the Moon"

Frank Sinatra ร้องปี 1964 ชื่ออัลบั้ม It Might as Well Be Swing และจากนั้นเป็นต้นมา มีนักร้องอีกหลายคนนำมาร้องเช่น Paul Anka, Shirley Bassey, Nat King Cole, Perry Como, Bobby Darin, Doris Day, Sarah Vaughn, Tom Jones, Utada Hikaru,
 

76.Hero

Maraih Carey เกิดในลอง ไอส์แลนด์ นิวยอร์ค สายเลือดนักร้องเต็มตัว และเริ่มร้องเพลงตั้งแต่อายุ 4 ขวบ และยังสามารถแต่งเพลงร้องได้เองแล้ว เป็นเรื่องเหลือเชื่อที่เพลงเธอไต่สู่อันดับ 1 ถึง 15 เพลง และ 2 รางวัล จาก Grammy Awards เป็นนักร้องหญิงที่มียอดขายดีที่สุด

ในตลาดเพลงปัจจบันจะมีชื่อเพลงที่คล้องกันแต่ไม่ใช่เพลงเดียวกันคือ Hero ร้องโดย Mariah Carey ที่เตือนสติว่า There's a hero If you look inside your heart .You don't have to be afraid Of what you are ทุกคนเป็นฮีโร่ให้ตัวเองได้ อย่ากลัวไปเลย และ Hero ที่ร้องโดย Enrique Iglesias กล่าวว่าผมพร้อมสละชีวิตเพื่อคุณ ผมเป็นฮีโร่ของคุณได้นะ You can take my breath away. I can be your hero  
 

77.Jealous Guy

เพลงจากบทประพันธ์ของ John Lennon 1 ในสมาชิกของ The Beatles แต่งไว้เมื่อปี 1971 ในอัลบั้มที่ชื่อ Imagine. เป็นเพลงที่ได้รับความนิยมมากอีกเพลงของเลนนอน จนมีศิลปินหลายคนนำไปร้อง และ Roxy Music and the Faces.ซึ่งเป็นบริษัทเจ้าของลิขสิทธ์เพลงนี้นำไปออกเวอร์ชั่นที่เป็นอะคูสติคอีกครั้งในปี  1981.

ก่อนจะมาเป็นเพลงบทนี้ พวกเขารับโจทย์มาจากประเทศอินเดียเนื่องมาจากวงเดอะบีตเติลส์ไปรับอิทธิพลจาก Maharishi Mahesh Yogi  ปรมาจารย์ชาวอินเดียซึ่งโยงใยเกี่ยวข้องกับลัทธิทางความเชื่อใน "son of the mother nature". ทั้ง Paul McCartney และ John Lennon  จึงแต่งเพลงตามหัวข้อที่ได้รับ โดยเลนนอนเลือกในหัวข้อ "Child of Nature" และนำมาสานต่อจนได้เพลงนี้ออกมา

"Jealous Guy" ออกวางจำหน่ายในอังกฤษเมือเดือนพฤศจิกายน 1985 เป็นแผ่นแบบซิงเกิล คู่กับเพลงในด้าน B-side คือเพลง"Going Down on Love"ไต่ไปได้แค่อันดับ 65 ของชาร์ทเพลงในอังกฤษ ส่วนการโปรโมทด้วยวิดิโอนั้นทำไปเมื่อปี 1971 เนื้อหาของเพลงไม่เกี่ยวข้องกับเรื่อง หึงหวง กับโยกะสาวญี่ปุ่นคู่ชีวิตคนล่าสุดของเขา แต่เลนนอนอธิบายกว่ามันเป็นตัวตนของเขาเอง  และเนื้อร้องในตอนจบสะท้อนถึงความจริง "I'm just a jealous guy - watch out/look out"


78.Puppy love
 
เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของความรัก ที่แสดงออกของคน 2 คน ซึ่งอยู่ในวัยเด็กทั้งคู่ จึงเปรียบเปรยว่าเป็นแค่เรื่องของลูกสุนัข ถูกมองว่าเป็นเรื่องชั่วครั้งชั่วคราว ความรักประเภทนี้ไม่จีรังยั่งยืน

เพลงนี้เคยฮิตเมื่อปี 1960 นักร้องเชื้อสาย อเมริกัน-แคนาเดียน ชื่อ Paul Anka ร้องไว้เพราะมากจนขึ้นถึงอันดับ 2 ของ Billboard Hot 100 ในอเมริกา และอัดับที่ 33 ของ The UK singles charts.ในอังกฤษ

ความหมายของเนื้อเพลงผู้ร้องพยายามบอกว่าเขาน่ะอายุ 17  ไม่เด็กอีกต่อไปแล้วนะ  จะบอกกับใครๆยังไงดีว่ามันไมได้เป็นแค่ puppy love นะ

12 ปี ต่อมา Donny Osmond, นำมาขับร้องใหม่ได้ขึ้นถึงอันดับ 1 ของอังกฤษนานติดต่อกันถึง 5 สัปดาห์ และยังขึ้นถึงอันดับ 3 The Billboard Hot 100 ของอเมริกาในปี 1972.
 

79. Put Your Head on My Shoulder

เพลงรักหวานโรแมนติค ประพันธ์โดย นักร้องเชื้อสายอเมริกัน-แคนาเดียน Paul Anka. ซึงฮิตในปี 1959  ประสบความสำเร็จในการขึ้นถึงอันดับ Top ten ของThe Billboard Hot 100.
เพลงนี้กลับมาฮิตอีกครั้งเมื่อ The Lettermen นำมาร้องใหม่ในปี 1968. เวอร์ชั่นนี้ไปไม่ถึง The top forty of the Hot 100, แต่ก็ยังได้รับให้บรรจุเข้า The top forty adult contemporary hits.จนได้


80.Bésame Mucho

เป็นเพลงเม็กซิกันที่ประพันธ์ไว้ตั้งแต่ปี 1940 โดย Consuelo Velázquez ก่อนที่เธอจะครบรอบวันเกิด 16 ปี ซึ่งเธอได้รับแรงบรรดาลใจมาจาก Spanish opera ของ Enrique Granados โดย Emilio Tuero เป็นผู้บันทึกสียงเเพลงนี้เป็นคนแรก.ถูกนำมาร้องใหม่ไม่ต่ำกว่า 80 ครั้ง The Beatles เลือกเล่นเพลงนี้เป็นเพลงที่ 14 เมื่อครั้งไปออดิชั่นกับ บริษัทแผ่นเสียง Decca Records โดยมีพอล แมคคาร์ทนีย์ เป็นผู้ร้องนำ เมื่อวันที่ 1 มกราคม 1962,
และมาประสบความสำเร็จวันที่ 6 มิถุนายน 1962 เมื่อนำเพลงนี้ไปออดิชั่นอีกครั้งกับค่ายแผ่นเสียง EMI
จากนั้นมีนักร้องมากมายนำเพลงนี้มาเล่น

ที่มาของชื่อ Besame Mucho แปลเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า " Kiss Me Much", "Kiss Me a Lot", "Kiss Me Again and Again", เพลงนี้ถูกนำไปเป็นซาวด์แทร็กซ์ของภาพยนตร์หลายเรื่อง เช่น Great Expectations, A toda máquina, Moon Over Parador, Arizona Dream, Moscow Does Not Believe In Tears, The Naked Gun 2½: The Smell of Fear, In Good Company และวงดนตรีสี่เต่าทอง หรือ The Beatles นำเพลงนี้ไปใส่ในหนังเรื่อง Let It Be ที่พวกเขานำแสดง

นอกจากนี้ในการประกวดเต้นรำจังหวะรุมบ้า ในซีซั่นที่ 4.ของรายการ The Stars ผู้เข้าเประกวด Joey Fatone กับโปรดิวเซอร์ของเขา Kym Johnson เลือกใช้เวอร์ชั่นของเพลง "Besame Mucho"

Sanjaya Malakar ผู้สมัคร American Idol นำเพลงนี้ไปใช้ร้องเพื่อแข่งขันในการคัดเลือก 8 คนสุดท้าย ในรอบของซีซั่นที่ 6. และสมารถเอาชนะใจกรรมการจนได้

ในเมืองไทยยุคแรกๆ หลายคนนำเพลงนี้มาใช้ในการฝึกเต้นลีลาศ และยังเป็นที่นิยมในฟลอร์เต้นรำมาจนถึงปัจจุบัน

ล่าสุด เมื่อเดือน มกราคม 2547 เพลงนี้ถูกนำมาเป็นซาวด์แทรกซ์ของหนังเรื่อง Mona Lisa Smile หรือในชื่อไทยว่า โมนา ลิซ่า: ขีดชีวิต เขียนฝัน ให้บานฉ่ำ หนังเรื่องนี้พูดถึง เสียงดนตรีที่ยังคงมีท่วงทำนองของเพลงในยุคแรกๆ ผ่านน้ำเสียงของศิลปินร่วมสมัย แต่ยังมีกลินไอของเพลงยุคเก่าๆก่อนที่จะถูกร็อคแอนด์โรลบดบัง โดยเฉพาะในบทเพลงนี้ Besame Mucho ร้องโดย Chris Isaak
 


(ยังมีต่อ)

ไม่สงวนสิทธิ์ในการนำไปใช้ประโยชน์ทางการศึกษาแต่ขอความกรุณาอ้างอิงแหล่งที่มาตามสมควรจะขอบคุณยิ่ง


March
4, 2007 

 

กลุ่มบริหารทั่วไป โรงเรียนศึกษานารี
176 ถ.ประชาธิปก  เชิงสะพานพระปกเกล้า
แขวงวัดกัลยาณ์  เขตธนบุรี   กทม.10600
by wita:wita_snr@hotmail.com

d>