|
page1 (01 - 20 )
page2 (21 - 40 )
page3 (41 - 50 )
page4 (51
- 60 )
page5 (61 -
70 )
page6 (71 -
80 )
page7 ( 81-
90 )
page8
( 91-100)
page9
(101-110)
page10
(111-120)
page11 (121-130)
page12 (131-140)
page13 (141-150)
page14 (151-160)
page15 (161-170)
page16
(171-180)
page17
(181-190)
page18
(191-200)
page19
(201-210)
page20
(210-220)
71.A
Lover's Concerto
เพลงป้อปที่ประพันธ์โดยนักเขียนชาวอเมริกัน Sandy
Linzer และ Denny Randell, บันทึกไว้ตั้งแต่ปี
1965 โดยวง The Toys.
ได้รับความนิยมมากทั้งในอังกฤษ และอเมริกาเมื่อปี 1965
ต้นฉบับของเพลงนี้ ดั้งเดิมจริงๆ เป็นเพลงคลาสสิคของ
J.S.Bach ชื่อเพลง Minuet in G และใช้จังหวะ
3/4 ในการเล่น แต่ Sandy Linzer และ Denny
Randell นำมาปรับเปลี่ยนเป็นจังหวะ 4/4
ต่อมาภายหลังมีศิลปินหลายคนนำมาร้องใหม่เช่น
-Sarah Vaughan,
-The Supremes ซึ่งเป็นวง Back up ของ Diana Ross
ร้องไว้ตั้งแต่ปี 1966 ในอัลบั้ม I Hear a Symphony
และยังมี
-Mrs. Miller ร้องไว้ในอัลบั้ม Mrs. Miller's
Greatest Hits เมื่อปี 1966
-Kelly Chen หรือชื่อในภาษาจีนคือ เฉิน ฮุ่ย หลิน
เธอเป็นทั้งนักร้อง นักออกแบบเสื้อผ้า
ที่สำคัญคือเธอเป็นนางเอกหนังฮ่องกง
ผลงานหลายเรื่องของเธอมีคนไทยติดกันตรึม
และมีผู้นำเพลงนี้ของเธอมาใส่ในสปอตโฆษณาบ้าน
-Yakushimaru
Hiroko
นักร้องสาวชาวญี่ปุ่นร้องเป็นภาษาของเธอด้วย
72.Complicated
Avril Lavigne
เด็กสาวร็อค
แอนด์ โรล ชาวแคนาเดียน จอมเอะอะ โด่งดังในช่วงถดูร้อน ปี
พ.ศ .2545 ด้วยเพลงเปิดตัวที่แสนจะบาดหู
มันส์สะใจที่ชื่อ
Complicated ซึ่งได้ปรับเปลี่ยนดนตรีแนวป็อป
มิวสิค ไปยังทิศทางที่แตกต่างและแปลกใหม่ ซิงเกิ้ลสุดฮอตของอาวริลนี้ที่ชื่อ
คอมพลิเคทิด เขย่าทุกท็อปชาร์ททั่วโลก
และทำให้เธอได้รับการขนานนามว่าเป็น
เจ้าหญิงแห่งดนตรีพั้งค์ร็อค ด้วยเสียง
ความสามารถ อันน่าทึ่งในการแต่งเพลงเองและร้องเอง
ประกอบกับความเชื่อมั่นและความแน่วแน่ต่อจุดหมายทางดนตรีของเธอ
อาวริลเปิดตัวบนถนนสายดนตรีด้วยวัยเพียง 17 ปี
และได้รักษาระดับความแรงจนฉุดไม่อยู่
อีกทั้งเธอยังได้รับรางวัลทางดนตรีมากมาย เช่น
MTV Awards , Juno
Awards,World Music Awards,Radio
Music Awards
นอกจากนี้ เธอยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่
ถึง 8 รางวัล ในปี พ. ศ. 2545 สาวน้อย ขวัญใจขาร็อคผู้นี้
ยังได้รับการยอมรับว่า การแสดงดนตรีสดบนเวทีของเธอนั้น
ยอดเยี่ยมและเป็นที่โดนใจบรรดาขาร็อคทั้งหลาย
73.
Cant Fight the
Moonlight
LeAnn Rimes
เข้าสู่วงการเพลงเมื่อเธออายุเพียงแค่ 13 ปี
และเริ่มเป็นที่รู้จักในเมืองไทยจากเพลง
How Do I Live และเพลงต่อมาคือ
Cant Fight the Moonlight
เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Coyote Ugly
นับเป็นศิลปินหญิงที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่ง
โดยสามารถทำยอดจำหน่ายอัลบั้มไปได้กว่า 20 ล้านชุด
และยังเป็นเจ้าของรางวัล Grammy อีกหลายรางวัล
74.Crazy
In Love
Beyonce สมาชิกคนสำคัญที่โดดเด่นที่สุดจาก
Destinys Child วง R&B ของ 3 สาวที่ฮอตที่สุด
ผลงานที่ผ่านมาของ Destinys Child
ล้วนประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยมในฐานะกลุ่มศิลปินหญิงที่มียอดขายผลงานมากที่สุดในโลกกว่า
20 ล้านก๊อปปี้ คว้ารางวัลความสำเร็จทางดนตรีมากมายทั้ง
Grammy Awards, American Music Awards, Brit Awards, MTV
Awards และอีกมากมาย
Beyonce กลับมาอีกครั้งพร้อมกับอัลบั้ม Dangerously In
Love
ผลงานเดี่ยวชุดแรกในชีวิตที่เธอทุ่มเททั้งเวลาและความสามารถที่มีอยู่เพื่อสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ให้ออกมาดีที่สุด
อัลบั้ม Dangerously In Love
ชุดนี้เต็มไปด้วยศิลปินที่มาร่วมงานกับเธอมากมายไม่ว่าจะเป็นซุปเปอร์สตาร์แห่งวงการ
Hip Hop อย่าง Jay-Z
คู่ควงที่เคยประกาศจะร่วมหอลงโรงกันแน่นอนแล้ว
และศิลปินดาวรุ่งอย่างอย่าง Sean Paul
ซิงเกิ้ลแรกของอัลบั้มนี้ก็ได้แก่ Crazy In Love
กับบทเพลง R&B ในลีลาคึกคักที่โดดเด่นด้วยเสียงเครื่องเป่า
และในเพลงนี้ Beyonce ยังควงแฟนหนุ่ม Jay-Z
มาช่วยแร็ปให้อีกด้วย
75.Fly me to the
Moon
เพลงป้อปสแตนดาร์ด ประพันธ์ไว้เมื่อปี 1954 โดย Bart
Howard. ช่วงอินโทรโดย Felicia Sanders
ใช้ในการโชว์คาบาเร่ ครั้งแรกนั้นชื่อ "In Other Words".
แต่มักเรียกกันว่าเพลง "Fly Me to the Moon"
จนต้องเปลี่ยนจริงๆในเวลาต่อมา
เพลงนี้บรรเลงโดย Kaye Ballard
เพื่อใช้ประกอบหนังทีวีเรื่อง The Mothers-In-Law .จนปี
1956 Portia Nelson นำมาทำใหม่ในอัลบั้มที่ชื่อ Let Me
Love You. ในปีเดียวกัน Johnny Mathis ก็ทำบ้างใช้ชื่อ"Fly
Me to the Moon"
Frank Sinatra ร้องปี 1964 ชื่ออัลบั้ม It Might as Well
Be Swing และจากนั้นเป็นต้นมา
มีนักร้องอีกหลายคนนำมาร้องเช่น Paul Anka, Shirley Bassey,
Nat King Cole, Perry Como, Bobby Darin, Doris Day, Sarah
Vaughn, Tom Jones, Utada Hikaru,
76.Hero
Maraih Carey เกิดในลอง ไอส์แลนด์ นิวยอร์ค
สายเลือดนักร้องเต็มตัว และเริ่มร้องเพลงตั้งแต่อายุ 4 ขวบ
และยังสามารถแต่งเพลงร้องได้เองแล้ว
เป็นเรื่องเหลือเชื่อที่เพลงเธอไต่สู่อันดับ 1 ถึง 15 เพลง
และ 2 รางวัล จาก Grammy Awards
เป็นนักร้องหญิงที่มียอดขายดีที่สุด
ในตลาดเพลงปัจจบันจะมีชื่อเพลงที่คล้องกันแต่ไม่ใช่เพลงเดียวกันคือ
Hero ร้องโดย Mariah Carey ที่เตือนสติว่า
There's a hero If you look inside your heart .You don't
have to be afraid Of what you are
ทุกคนเป็นฮีโร่ให้ตัวเองได้ อย่ากลัวไปเลย และ Hero
ที่ร้องโดย Enrique Iglesias
กล่าวว่าผมพร้อมสละชีวิตเพื่อคุณ ผมเป็นฮีโร่ของคุณได้นะ
You can take my breath away. I can be your hero
77.Jealous
Guy
เพลงจากบทประพันธ์ของ John Lennon 1 ในสมาชิกของ
The Beatles แต่งไว้เมื่อปี
1971 ในอัลบั้มที่ชื่อ Imagine.
เป็นเพลงที่ได้รับความนิยมมากอีกเพลงของเลนนอน
จนมีศิลปินหลายคนนำไปร้อง และ Roxy Music and the
Faces.ซึ่งเป็นบริษัทเจ้าของลิขสิทธ์เพลงนี้นำไปออกเวอร์ชั่นที่เป็นอะคูสติคอีกครั้งในปี
1981.
ก่อนจะมาเป็นเพลงบทนี้ พวกเขารับโจทย์มาจากประเทศอินเดียเนื่องมาจากวงเดอะบีตเติลส์ไปรับอิทธิพลจาก
Maharishi Mahesh Yogi ปรมาจารย์ชาวอินเดียซึ่งโยงใยเกี่ยวข้องกับลัทธิทางความเชื่อใน
"son of the mother nature". ทั้ง Paul
McCartney และ John Lennon
จึงแต่งเพลงตามหัวข้อที่ได้รับ โดยเลนนอนเลือกในหัวข้อ
"Child of Nature" และนำมาสานต่อจนได้เพลงนี้ออกมา
"Jealous Guy"
ออกวางจำหน่ายในอังกฤษเมือเดือนพฤศจิกายน 1985
เป็นแผ่นแบบซิงเกิล คู่กับเพลงในด้าน
B-side คือเพลง"Going Down on Love"ไต่ไปได้แค่อันดับ
65 ของชาร์ทเพลงในอังกฤษ
ส่วนการโปรโมทด้วยวิดิโอนั้นทำไปเมื่อปี 1971
เนื้อหาของเพลงไม่เกี่ยวข้องกับเรื่อง หึงหวง
กับโยกะสาวญี่ปุ่นคู่ชีวิตคนล่าสุดของเขา
แต่เลนนอนอธิบายกว่ามันเป็นตัวตนของเขาเอง
และเนื้อร้องในตอนจบสะท้อนถึงความจริง "I'm just a
jealous guy - watch out/look out"
78.Puppy
love
เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของความรัก ที่แสดงออกของคน
2 คน ซึ่งอยู่ในวัยเด็กทั้งคู่
จึงเปรียบเปรยว่าเป็นแค่เรื่องของลูกสุนัข
ถูกมองว่าเป็นเรื่องชั่วครั้งชั่วคราว
ความรักประเภทนี้ไม่จีรังยั่งยืน
เพลงนี้เคยฮิตเมื่อปี 1960 นักร้องเชื้อสาย อเมริกัน-แคนาเดียน
ชื่อ Paul Anka ร้องไว้เพราะมากจนขึ้นถึงอันดับ 2
ของ Billboard Hot 100 ในอเมริกา และอันดับที่
33 ของ The UK singles charts.ในอังกฤษ
ความหมายของเนื้อเพลงผู้ร้องพยายามบอกว่าเขาน่ะอายุ 17
ไม่เด็กอีกต่อไปแล้วนะ
จะบอกกับใครๆยังไงดีว่ามันไมได้เป็นแค่
puppy love นะ
12 ปี ต่อมา Donny Osmond,
นำมาขับร้องใหม่ได้ขึ้นถึงอันดับ 1
ของอังกฤษนานติดต่อกันถึง 5 สัปดาห์
และยังขึ้นถึงอันดับ 3
The Billboard Hot 100 ของอเมริกาในปี 1972.
79.
Put Your Head on My
Shoulder
เพลงรักหวานโรแมนติค ประพันธ์โดย
นักร้องเชื้อสายอเมริกัน-แคนาเดียน
Paul Anka. ซึงฮิตในปี 1959
ประสบความสำเร็จในการขึ้นถึงอันดับ Top
ten ของThe Billboard Hot 100.
เพลงนี้กลับมาฮิตอีกครั้งเมื่อ The
Lettermen นำมาร้องใหม่ในปี 1968.
เวอร์ชั่นนี้ไปไม่ถึง The top forty of
the Hot 100,
แต่ก็ยังได้รับให้บรรจุเข้า The top
forty adult contemporary hits.จนได้
80.Bésame
Mucho
เป็นเพลงเม็กซิกันที่ประพันธ์ไว้ตั้งแต่ปี
1940 โดย Consuelo Velázquez ก่อนที่เธอจะครบรอบวันเกิด 16
ปี ซึ่งเธอได้รับแรงบรรดาลใจมาจาก Spanish opera ของ
Enrique Granados โดย Emilio Tuero เป็นผู้บันทึกสียงเเพลงนี้เป็นคนแรก.ถูกนำมาร้องใหม่ไม่ต่ำกว่า
80 ครั้ง The Beatles เลือกเล่นเพลงนี้เป็นเพลงที่ 14
เมื่อครั้งไปออดิชั่นกับ บริษัทแผ่นเสียง Decca Records
โดยมีพอล แมคคาร์ทนีย์ เป็นผู้ร้องนำ เมื่อวันที่ 1 มกราคม
1962,
และมาประสบความสำเร็จวันที่ 6 มิถุนายน 1962
เมื่อนำเพลงนี้ไปออดิชั่นอีกครั้งกับค่ายแผ่นเสียง EMI
จากนั้นมีนักร้องมากมายนำเพลงนี้มาเล่น
ที่มาของชื่อ Besame Mucho แปลเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า " Kiss
Me Much", "Kiss Me a Lot", "Kiss Me Again and Again",
เพลงนี้ถูกนำไปเป็นซาวด์แทร็กซ์ของภาพยนตร์หลายเรื่อง เช่น
Great Expectations, A toda máquina, Moon Over Parador,
Arizona Dream, Moscow Does Not Believe In Tears, The
Naked Gun 2½: The Smell of Fear, In Good Company
และวงดนตรีสี่เต่าทอง หรือ The Beatles
นำเพลงนี้ไปใส่ในหนังเรื่อง Let It Be ที่พวกเขานำแสดง
นอกจากนี้ในการประกวดเต้นรำจังหวะรุมบ้า ในซีซั่นที่
4.ของรายการ The Stars ผู้เข้าเประกวด Joey Fatone กับโปรดิวเซอร์ของเขา
Kym Johnson เลือกใช้เวอร์ชั่นของเพลง "Besame Mucho"
Sanjaya Malakar ผู้สมัคร American Idol
นำเพลงนี้ไปใช้ร้องเพื่อแข่งขันในการคัดเลือก 8 คนสุดท้าย
ในรอบของซีซั่นที่ 6. และสมารถเอาชนะใจกรรมการจนได้
ในเมืองไทยยุคแรกๆ หลายคนนำเพลงนี้มาใช้ในการฝึกเต้นลีลาศ
และยังเป็นที่นิยมในฟลอร์เต้นรำมาจนถึงปัจจุบัน
ล่าสุด เมื่อเดือน มกราคม 2547 เพลงนี้ถูกนำมาเป็นซาวด์แทรกซ์ของหนังเรื่อง
Mona Lisa Smile หรือในชื่อไทยว่า โมนา ลิซ่า: ขีดชีวิต
เขียนฝัน ให้บานฉ่ำ หนังเรื่องนี้พูดถึง
เสียงดนตรีที่ยังคงมีท่วงทำนองของเพลงในยุคแรกๆ
ผ่านน้ำเสียงของศิลปินร่วมสมัย แต่ยังมีกลินไอของเพลงยุคเก่าๆก่อนที่จะถูกร็อคแอนด์โรลบดบัง
โดยเฉพาะในบทเพลงนี้ Besame Mucho ร้องโดย Chris Isaak
(ยังมีต่อ) |