|
page1 (01 - 20 )
page2 (21 - 40 )
page3 (41 - 50 )
page4 (51
- 60 )
page5 (61 -
70 )
page6 (71 -
80 )
page7 ( 81-
90 )
page8
( 91-100)
page9
(101-110)
page10
(111-120)
page11 (121-130)
page12 (131-140)
page13 (141-150)
page14 (151-160)
page15 (161-170)
page16
(171-180)
page17
(181-190)
page18
(191-200)
page19
(201-210)
page20
(210-220)
41.All
I Have to Do Is Dream
เป็นเพลงที่ได้รับความนิยมมากที่สุดอีกเพลงหนึ่ง
แต่งโดยสามี ภรรยาคู่หนึ่งชื่อ
Felice และ Boudleaux
Bryant ถุกนำออกสู่สาธรณชนเมื่อปี
1958.
สำหรับเวอร์ชั่นที่รู้จักกันแพร่หลายเป็นของวง The
Everly Brothers จากอัลบั้ม Everly Brothers Best
ในปี 1959. เวอร์ชั่นแรกนี้ถูกอัดไว้
2 ครั้งเมื่อ 6 มีนาคม 1958 และเป็นเรื่องแปลกที่ทั้ง 2
แผ่นต่างติดอันดับ 1 ของ Billboard's singles charts
พร้อมๆกันเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 1958.
กลับมาโด่งดังอีกครั้งในปี 1963
โดย Richard Chamberlain นำมาทำลงอัลบั้ม
Richard Chamberlain Sings.ซึ่งในปีนี้เอง
yé-yé singer Sheila
นักร้องฝรั่งเศสนำเพลงนี้ไปร้อง
ถือเป็นผลงานคลาสสิคที่ติดหูนักฟังชาวไทยมากที่สุดอีกเพลงหนึ่ง
และในเพลงนี้ปัจจุบันยังมีเปิดเล่นตามสถานีวิทยุต่างๆ
ผลงานที่ฮิตติดหูคนไทยบ้านเรามี
3
version
คือของ
The Everly Brothers
ที่เป็นของต้นฉบับ
ของ
Andy Gibb & Victoria
ทีสุดฮิตในยุค 90 และของ Cliff Richard
ที่นำมาจากบันทึกการแสดงสด
ส่งท้ายการทัวร์คอนเสิร์ตในชีวิตของเขา ซึ่งจัดขึ้นที่
อิมแพค เมืองทองธานี
บ้านเรานี่เอง
ใครที่เป็นคนรุ่นเก่าและเล่นกีตาร์เป็น คงจำได้ว่า เพลงแรก
ๆ ที่เป็นเพลงบังคับ สำหรับหัดเล่นกีตาร์มือใหม่ ยังไง ๆ
ก็หนีไม่พ้น
ต้องฝึกเล่นเพลงนี้
42.All
The Things She said
tATu วงดนตรีป๊อปของ
2 เด็กสาวรัสเซีย
สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการเป็นวงรัสเซียวงแรกที่ได้ขึ้นอันดับ
1 ในชาร์ตเพลงซิงเกิลของอังกฤษเมื่อวันอาทิตย์ จากเพลง All
The Things She Said
ซึ่งเอาชนะเพลง Stole ของเคลลี
โรว์แลนด์ แห่งเดสตินีไชลด์, Stop Living the Lie ของเดวิด
สเนดดอน และ '03 Bonnie & Clyde ของบียอนซ์ โนว์เลส
ที่ไล่ตามกันมา แต่กลับไม่มีเสียงยกย่องชมเชย
ตรงกันข้ามมีแต่คำก่นประณาม ทั้งในอังกฤษ
และในบ้านเกิดของพวกเธอเอง
นั่นเพราะมิวสิกวิดีโอของ tATu เน้นขายเซ็กซ์อย่างโจ๋งครึ่ม
ไม่ใช่เซ็กซ์ธรรมดาเสียด้วย แต่เป็นเลสเบี้ยน!
วิดีโอของพวกเธอ-ลีนา คาตินา อายุ 17 ปี และจูเลีย โวลโควา
อายุ 18 ปี แสดงภาพเด็กสาวทั้ง 2 กอดจูบกันในสายฝน
ทั้งที่อยู่ในชุดนักเรียน นอกจากนี้ยังมีฉากอาบน้ำ
ซึ่งแสดงกิริยาว่าพวกเธอกำลังทำมาสเตอร์เบชั่น
43.Wind
Of Change
เป็นเพลงจาก"Scorpions"วงดนตรีร็อกสัญชาติ
"เยอรมัน" ก่อตั้งวงที่เมือง "ฮันโนเวอร์" ทางภาคเหนือของ
"เยอรมันตะวันตก" ในปี ค.ศ 1969 เล่นเพลงในสไตล์ ร็อก,
เฮฟวี่ร็อก และ ฮาร์ดร็อค วงนี้ตั้งมานานกว่า 30 ปีแล้ว
สมาชิกในวงเปลี่ยนแปลงตลอดมา
"Scorpions" เคยโด่งดังที่ญี่ปุ่นก่อน
เข้ามาสู่ตลาดโลก
งานชิ้นแรกที่ได้รับความนิยมมากในสหรัฐได้แก่ "Animal
Magnatism" ในปี ค.ศ. 1980 ที่ได้รับแผ่นเสียงทองคำ
โด่งดังสุดขีดเมื่อปี ค.ส. 1984 กับซิงเกิ้ล "Rock You
Like A Hurricane" ในอัลบั้ม "Love At First Sting"
อัลบั้มนี้จำหน่ายจนได้รับแผ่นเสียงทองคำขาว 2 แผ่น
จากนั้นก็ก้าวขึ้นมายิ่งใหญ่อีกครั้งในปี ค.ศ. 1990 กับ
บัลลาด "Wind Of Change"
44.Behind
Blue Eyes
เพลงนี้เขียนโดย Pete Townshend
แห่งวง The Who ถุกนำลงอัลบั้มครั้งแรกเมื่อปี
1971ชื่ออัลบั้ม Who's Next เป็นเพลงที่โด่งดังมากจนทำให้ทุกคนรู้จักพวกเขา
ต่อมามีผู้นำเพลงนี้มาทำใหม่
วงที่คนไทยคุ้นหูกันดีคือวง
LIMP BIZKIT เป็นวงแร็พคอร์ ที่นำแนวดนตรีเมทัล
พั้งค์ ฮิพฮ็อพ มาผสมผสานกัน พวกเขา มาจากเมืองแจ็คสันวิลล์
ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของวง Molly Hatchet, Lynyrd Skynyrd
และ 38 Special
คุณสมบัติของ LIMP BIZKIT ตรงตามแบบฉบับวงร็อค
กล่าวคือ ทำเพลงที่ทำให้แฟนเพลงตกใจด้วยความเต็มใจ
และยินดีอย่างยิ่ง
ทั้งยังมีการแสดงคอนเสิร์ตแบบแหวกแนวด้วย
ชื่อวง LIMP BIZKIT
เป็นชื่อที่เขียนให้เพี้ยนไปจากตัวสะกดจริง มาจาก
คำพูดของเพื่อนคนหนึ่งของเฟร็ด ที่พูดถึงเฟร็ดว่า "His
brain was like a limp biscuit" (เพราะเฟร็ดเป็นคนสมองทึบ)
แต่แทนที่เฟร็ดจะโกรธ เขากลับชอบ
และเอาคำนี้มาใช้เป็นชื่อวง
45.California
Dreamin
เป็นผลงานเพลงของThe Mamas &
The Papas
วงดนตรีสุดฮิตแห่งยุค 60
ซึ่งนับว่าพวกเขากลายเป็นต้นแบบ(ไอดอล)ให้กับคนยุคนั้น
งานเพลงของพวกเขาเป็นเพลงพ็อพที่แฝงความฮิปปี้ในช่วงบุฟผาชน
อีกทั้งซาวด์และบรรยากาศก็เต็มไปด้วยกลิ่นอายของเมือง
California
อเมริกันในยุคกลางทศวรรษ
1960s เป็นยุคของบุปผาชน เพลงของเดอะบีทเทิลส์
และศิลปินอังกฤษในกระแส THE BRITISH INVASION
ออกจะมีอิทธิพลต่อนักฟังเพลงทั่วโลก
ขณะเดียวกันก็กำเนิดคณะนักร้องป็อปที่ฉีกแนวจากศิลปินทั่วไป
สมาชิกแทนที่จะเป็นชายล้วนหญิงล้วน
กลับเป็นชายสองหญิงสอง
ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกับวงการเพลง
ศิลปินดังกล่าวคือ THE MAMAS AND THE PAPAS
สมาชิกทั้ง 4 ประกอบด้วย JOHN PHILLIPS
นักร้องและคนแต่งเพลง, MICHELLE PHILLIPS
นักร้องสาวและภรรยาของ CASS ELLIOT หรือที่รู้จักในนาม
MAMA CASS นักร้องหญิงเสียงสูง ดาวเด่น
สมาชิกคนสุดท้ายคือ DENNY DOHERTY นักร้องนำเสียงเทนเนอร์
และต้นเสียงเพลงฮิต CALIFORNIA DREAMIN'
ช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1965 - 1969 วง THE MAMAS AND THE
PAPAS ออกอัลบั้ม 5 ชุดด้วยกัน ได้ยอดขายกว่า 20
ล้านก๊อบปี้
จอห์น ฟิลลิปส์
เป็นคนที่มีพรสวรรค์ด้านเขียนเพลง เขาเขียนเพลง
CALIFORNIA DREAMIN' จากประสบการณ์ชีวิต
ความสัมพันธ์ของเขากับมิเชล
นั้นทั้งสองฝันเสมอที่จะมีโอกาสไปใช้ชีวิตในแคลิฟอร์เนีย
ครั้งแรกเมื่อเขียนเพลงนี้เสร็จ เขามอบให้กับแบร์รี แมคไกวร์
นำไปขับร้อง
ในปัจจุบันชื่อของ The Mamas & The Papas
นั้นแทบจะหายไปจากคนฟังเพลงในยุคปัจจุบันเลยทีเดียว
หลายๆคนไม่รู้จักและไม่เคยได้ยินเพลงพวกเขาเลยด้วยซ้ำ
บทเพลงที่สร้างชื่อเสียงให้กับวงอย่างมากก็คือเพลง
California Dreamin
หลายครั้งเราจะได้ยินเพลงนี้ไปปรากฏอยู่เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ในเรื่องต่างๆ:ซึ่ง
ส่วนใหญ่จะเป็นหนังอาร์ต
46.Crocodile
Rock
เป็นผลงานเพลงที่ทำให้คนทั้งในยุโรปและอเมริกา
และทั้งโลกรู้จักเขา
Elton John
(Reginald
Kenneth Dwight )
เขาเล่นเปียโนและใช้ความสามารถในการเล่นเปียโน
เตั้งแต่อายุ 11 ปี หนทางด้านดนตรีของ " Elton John "
เริ่มตั้งต้นเมื่อปี ค.ศ.
1960 ผลงานดีเด่นที่คุ้นหูคนไทยเรามากคือ
" Crocodile Rock "
Elton John " ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้น "CBE"
จากราชวงศ์อังกฤษในปี ค.ศ.
1995 และได้เป็นอัศวินแห่งราชสำนัก ในปี ค.ศ.
1998
จากสิ่งที่เขาได้มอบให้สังคม
ไม่ว่าจะเป็นความบันเทิงจากเสียงเพลง
หรือประโยชน์จากองค์กรการกุศล
ที่เขาก่อตั้งขึ้นและกิจกรรมเพื่อประโยชน์ของผู้ด้อยโอกาสอีกมากมาย
เมื่อไม่นานมานี้เอง
เขาประกาศตัวว่าเขาเป็น เกย์ เชื่อหรือไม่??????????????
หลายคนอาจจะไม่ทราบมาก่อนว่า
เขาเคยแต่งงานกับหญิงสาวมาแล้ว
เมื่อวันวาเลนไทน์ ปี 1984
กับหญิงสาวชื่อ Renate Blauel
มิวสิกเอนจิเนียร์สาวชาวเยอรมัน โดยที่เอลตัน จอห์น
ประกาศตัวก่อนหน้านั้นนานแล้วว่า เป็นพวกรักทั้งชายจริงและหญิงแท้
อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่ก็อยู่ด้วยกัน 4 ปี ก่อนแยกทาง และตั้งแต่นั้นมาท่านเซอร์มุ่งเดินหน้าบนเส้นทางชายชอบชายถ่ายเดียว
47.Daddy
Cool
กลุ่มนักร้องผิวสีจากจาไมก้าและอะบอริจิ้น ชาย 1 หญิง 3
โดยที่มีโปรดิวเซอร์ชาวเยอรมัน Frank Farian
เป็นผู้ก่อตั้งขึ้น ในนาม Boney M
โดยมีจุดประสงค์แรกเริ่มเลยคือเพื่อร้อง Baby, do you
wanna bump? ซึ่งเป็นเพลงที่เขาแต่งขึ้นเอง
หลังจากนั้นเริ่มมีผลงานครั้งแรกจากเพลงที่สร้างชื่อ Daddy
Cool ในรายการทีวี เลยทำให้อัลบั้ม Take the heat off me
ขายดีเตามไปด้วย
วงการ Disco ทั่วยุโรป และทั่วโลกไม่มีใครไม่รู้จักBonny M
และคงจะเป็นยุคท้ายๆ ของวงนี้
หลังจากที่วงแตกไปแล้วมีข่าวปูดมาว่า โปรดิวเซอร์ของ Boney
M เป็นคนร้องเพลงเสียงผู้ชายเองทั้งหมด
และนักร้องชายของวงนี้ไม่ได้เป็นผู้ร้อง
แต่ในตอนหลังยังจะมาขอขึ้นค่าตัว
จึงทำให้วงนี้มีอันต้องแยกสลายไป
48.Dancing
Queen
เป็นเพลงจากวง
ABBA กลุ่มวงดนตรีชาวสวีเดน
เริ่มก่อตัวกันเมื่อปี 1972 -
1982. ในยุคนั้นต้องยกให้ ABBA
ซึ่งเป็นวงจาก Scandinavia,
ประสบความสำเร็จสูงสุดในการนำเสนอในแนวเพลงป้อป
และในแนวของดนตรี The quartet
ที่ประกอบไปด้วยนักร้องนักดนตรี 4 คน
ABBA
ได้รับการยอมรับจากนักฟังเพลงทั่วโลกในช่วงกลางปี
1970s ถึงต้นปี 1980s.
สถานีวิทยุทุกแห่งต้องเปิดเพลงของพวกเขา
จนทำให้ยอดขายอัลบั้มทะลุกว่า 370
ล้านแผ่น
และถือเป็นนักดนตรีกลุ่มแรกจากยุโรปที่ทำให้ได้ขึ้นในชาร์ตเพลงทั้งของอังกฤษ
อเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ,
และความยิ่งใหญ่ของพวกเขายังช่วยทำให้นักแสดงอื่นๆจากยุโรปได้รับการยอมรับมากขึ้น
49.Delilah
เพลงในแนว
Drama ของ Tom Jones นักร้องชาว Wales
เมื่อปี 1968 กล่าวถึงหญิงที่สวมเขาให้คนรักเก่า
จน
เขาสุดจะทนเห็นภาพบาดตาบาดใจจากเงาไหวๆของเธอกับชายชู้ที่หน้าต่าง
ในเช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากที่ชายชู้ขับรถออกไปแล้ว
เขาจึงเข้าไปแทงเธอด้วยมีดที่ถืออยู่ในมือ
มีประโยคต่างๆที่น่าสนใจ
และชวนให้จินตนาการตีความต่อเนื่องไปได้อีก เช่น
At break of day when that man drove away, I was
waiting. I cross the street to herhouse...(ผมคอยอยู่จนกระทั่งชายคนนั้นขับรถออกไปตอนรุ่งเช้าจึงข้ามถนนไปที่บ้านของเธอ)
เขาจึงสุดจะระงับความโกรธแค้น จึงจ้วงแทงเธอ I felt the
knife in my hand and she laughed no more. (เธอกำลังยืนหัวเราะอยู่ตรงนั้น
ผมแทงเธอและเธอไม่สามารถหัวเราะได้อีกต่อไป)
เขาได้แต่ฟูมฟายพร่ำรำพันขออโหสิต่อเธอว่า Forgive me
Delilah I just couldn't take any more. ( อโหสิให้ผมเถิดนะ
ดีไลลาห์ ผมไม่อาจทนได้อีกต่อไปแล้ว)
50.Eternal
flame
เพลงดั้งเดิมเป็นของวงThe Bangles. ซึ่งความหมายของ
Eternal flame คือเปลวไฟที่ไม่มีวันดับ
ทำให้เกิดการลุกไหม้ซึ่งจะขึ้นอยู่กับวัตถุที่ติดไฟนั้นๆว่าจะเป็นเชื้อเพลิง
ประเภทไหน เช่น ไม้ น้ำมัน กาซ
Eternal flames มักถูกใช้เป็นสัญญลักษณ์เพื่อความทรงจำแด่บุคคลผู้มีความสำคัญระดับชาติหรือกลุ่มผู้กล้าหรือบุคคลชั้นสูงที่ควรได้รับการยกย่อง
The eternal flame เป็นอนุสรณ์แก่ประธานาธิบดีเคนเนดี้ของสหรัฐอเมริกาในปี
1963 ซึ่งเป็นครั้งแรกในโลกที่มอบให้เป็นบำเหน็จ
โดยตรงแก่บุคคลในวาระที่ได้จากไป
(ยังมีต่อ) |