|
page1
(01 - 20)
page2
(21 - 40)
page3
(41 - 50)
page4
(51
-
60)
page5
(61
-
70)
page6
(71
- 80)
page7
(81-
90)
page8
(91-100)
page9
(101-110)
page10
(111-120)
page11
(121-130)
page12
(131-140)
page13
(141-150)
page14
(151-160)
page15
(161-170)
page16
(171-180)
page17
(181-190)
page18
(191-200)
page19
(201-210)
page20
(210-220)
page21
(221-230)
page22
(231-240)
page23
(241-250)
page24
(251-260)
page25
(261-270)
page26
(271-280)
page27
(281-290)
page28
(291-300)
page29
(301-310)
page30
(311-330)
page31
(331-350)
page32
(351-370)
page33
(371-380)
page34
(381-390)
page35
(391-400)
page36
(401-410)
page37
(411-420)
page38
(421-430)
page39
(431-440)
page40
(441-450)
page41
(451-460)
page42
(461-470)
page43
(471-480)
page44
(481-490)
page45
(491-500)
page46
(501-510)
page47
(511-520)
page48
(521-530)
page49
(531-540)
page50
(541-550)
301.Rain
นักร้องหนุ่มตาบอดทั้ง 2 ข้างชาวเปอร์โตริกัน ผู้ได้รับการขนานนามว่า นักกีตาร์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ยังมีชีวิต "
The Greatest Living Guitarist " วารสาร Guitar
Player ได้ยกย่องให้เขาเป็นนักกีตาร์เพลงป้อปยอดเยี่ยม
Best Pop Guitarist ถึง 5 ปี ติดต่อกัน
โดยบันทึกเขาไว้ในทำเนียบนักกีตาร์ และได้รับการ vote
ในประเภท Best Jazz และ Best Rock Guitarist
จากผู้อ่านนิตยสาร Playboy อีกหลายครั้ง
ได้รับแผ่นเสียงทองคำและทองคำขาวกว่า 40 รางวัล
ได้รับรางวัล grammy award 6 ครั้ง
และรางวัลที่มีเกียรติอื่น ๆจากทั่วโลกอีกนับไม่ถ้วน Jose
Monserrate Filiciano เกิดที่เมือง
Lares ประเทศเปอร์โตริโกในครอบครัวชาวไร่
เขาตาบอดมาแต่กำเนิด
และมีความลำบากมากในวัยเด็ก
ในวัย 3 ขวบเขาเริ่มสนใจดนตรี
เมื่อได้ยินลุงเขาเล่นหีบเพลงชัก อายุ
5 ขวบ พ่อเขาก็เลิกทำไร่ แล้วย้ายมาอยู่นิวยอร์ค 6
ขวบ เริ่มหัด Accordian และหัดกีตาร์
ในเวลาต่อมาโดยใช้เวลาฝึกวันหนึ่ง
ๆ ไม่น้อยกว่า 14 ชั่วโมง อายุ 17 ปี ต้องออกจากโรงเรียน
เพื่อหารายได้จุนเจือครอบครัว
จนต้องเล่นดนตรีเป็นอาชีพ อายุเพียง 23 ปี ก็ได้เซ็นต์สัญญากับ
บริษัท RCA Record
ปี 1968 single ของเขา 2 แผ่นได้ขึ้นอันดับ
Latin Pop Chart และขึ้นถึงอันดับ 3 ของ US Pop
Chart ในปี 1967 มียอดขายนับล้านแผ่น จาก single
นี้เขาได้ 2 รางวัล Grammy Award
คือศิลปินใหม่ยอดเยี่ยมแห่งปี Best New Artist of 1968
และ Best Contemporary Pop Vocal Performance
เขาได้รับเกียรติสูงสุดอีกครั้งเมื่อได้รับเชิญให้เป็นผู้ร้องเพลงชาติอเมริกา
"The Star-Splangled Banner" ในงานกีฬา 1968
World Series ครั้งที่ 5 ณ
สนาม Tiger Stadium ของเมือง Detroit
มีผลงานเพลงกว่า 40 อัลบั้มตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา
เขาได้สร้างผลงานให้เป็นที่รู้จักและชื่นชอบมากมายแก่แฟนเพลง
เช่นเพลง "Rain,"กับเนื้อหาที่เขาเปรียบเปรยระหว่างฝนกับความรัก
"ทุกเม็ดหยาดฝนนั้นเธอรู้ดีว่าฉันรักเธอ ฟังสิ"
302.Raining
In My Heart
บทเพลงเศร้าๆที่เขาบรรยายถึงบรรยากาศในช่วงพระอาทิตย์ตก
แต่ท้องฟ้ายังคงสีครามอยู่ ไม่มีเมฆเลยสักก้อน
ทำให้ทิวทัศน์ยังคงสวยงามชวนดูอยู่
กรมอุตุบอกวันนี้ท้องฟ้าแจ่มใส
ก็เขาไม่รู้นี่ว่า....เธอ...จากฉันไปแล้ว And it's
raining และฝนกำลังตก
Raining in my heart ตกในใจฉัน
เพลงนี้ถูกนำมาร้องใหม่จากนักร้องอีกหลายๆคน เช่น
Tommy Roe , Anne Murray
แต่ที่ดังมากในเมืองไทยเป็นเวอร์ชั่นของ
Leo Sayer
ที่บันทึกไว้เมื่อปี
1978 -
ได้ขึ้นถึงอันดับ 21 ของชาร์ทเพลงในอังกฤษ
และอันดับ 47 ของชาร์ทเพลงในอเมริกา
ต้นฉบับดั้งเดิมเป็นของๆไอดอลอเมริกันในยุคนั้น
Buddy Holly นักร้องนักแต่งเพลงชาว
อเมริกัน ผู้บุกเบิกร้อคแอนด์โรลในยุคแรกๆซึ่งผลงานของเขาใช้เวลาแค่
ปีกว่าๆ ก็ประสบความสำเร็จ
ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตเพราะเครื่องบินเล็ก 4 ที่นั่งตก
ในขณะจะไปออกคอนเสิร์ตพร้อมกับ Ritchie Valens
นักร้องยอดนิยมในยุคนั้น
303. Somewhere
my love
"Lara's Theme" เป็นชื่อเพลงที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อนำไปใช้ประกอบในหนังเรื่อง
Dr. Zhivago เมื่อปี
1965 ต้นฉบับแท้จริงของเพลงนี้
ผู้กำกับต้องการเพลงบรรเลงเพื่อให้เหมาะกับคาแรคเตอร์ของ
ลาร่านางเอกในเรื่อง
ซึ่งเป็นหนังโรแมนติคที่ได้รับความนิยมมากในยุคนั้น
และได้รับรางวัลมากมาย
ดอกเตอร์ชิวาโก้
นวนิยายจากปลายปากกาของนักเขียนรางวัลโนเบล บอริส ปาสโตแนก
ชาวรัสเซีย ซึ่งถูกนำมาสร้างเป็นหนังระดับ 5
ดาว
และยังคงติดอันดับหนึ่งในหนังรักที่ยิ่งใหญ่และอมตะจนถึงทุกวันนี้
ภาพยนตร์เรื่องนี้นำแสดงโดยพระเอกหนวดงาม โอมาร์ ชารีฟ กับ
จูลี่ คริสตี้ นางเอกผมบลอนด์ตาสีฟ้าที่งามที่สุด
เนื้อหาของหนัง
พระเอกของเรื่อง ดร.ชิวาโก
เป็นหมอและนักกวีโรแมนติก ในยุคปฏิวัติรัสเซีย
เขาแต่งงานกับสาวที่หมั้นหมายกันมาแต่เด็ก
แต่สุดท้ายกลับไปชอบ ลาร่า
ที่มีคู่รักเป็นทหารหนุ่มนักปฏิวัติบอลเชวิค
จึงกลายเป็นปัญหาหัวใจ หนังเรื่องนี้มีบทสะเทือนใจ
ด้วยเป็นรักที่ไม่สมหวัง มีการพลัดพราก
และสุดท้ายจบลงด้วยความตาย
Somewhere my love
เพลงประกอบหนังจัดเป็นเพลงบรรเลงที่ไพเราะมากที่สุดเพลงหนึ่ง
เพราะจะมีเสียง Accordian
ที่โดดเด่น ให้ความรู้สึกวังเวง เหงา เศร้าและหนาว
กับฉากการจากไปของลาร่า
ซึ่งต่อมา
Paul
Francis Webster นำไปใส่เนื้อร้อง
เลยกลายเป็นชื่อเพลงว่า Somewhere
my love มีผู้นำเพลงนี้ไปบันทึกใหม่ด้วยนักร้องอีกหลายคนเช่น
Ray
Conniff,
Kenny Rogers,
Frank Sinatra
,
Andy Williams
304.Unchained
Melody
Hy Zaret ผู้เขียนเพลง Unchained Melody
จากโลกนี้ไปในวัย 99 ปี
ต้นตำรับเพลงนี้เป็นผลงานของ The Righteous Brothersใช้เป็นเพลงประกอบหนังเรื่อง
'Unchained' ซึ่งสร้างเมื่อปี 1955
โดยทำจากบทประพันธ์ของ Kenyon J. Scudder
ในหนังสือเรื่อง Prisoners
Are People หรือ 'นักโทษก็คนนะครับ'
Unchained Melody
เป็นหนึ่งในเพลงที่ถูกนำไปบันทึกแผ่นมากที่สุดในประวัติศาสตร์เพลงป๊อป
มีความหมายถึง เสียงดนตรีที่ไม่มีโซ่ตรวน ดนตรีที่แสนฟรี
เพราะมีอิสรภาพ Oh, my love, my darling I've hungered
for your touch A long, lonely time?
เนื้อหาในเพลงบรรยายความรู้สึกของ 'คนคุก'
ที่โหยหาสัมผัสจากบุคคลอันเป็นที่รัก Time can do so
much? เมื่อคนเราจากกันนานๆ
เวลาผันผ่านย่อมมีอำนาจมหาศาลที่จะเปลี่ยนทุกสิ่ง
รวมทั้งเยื่อใยที่เคยมีต่อกัน
ความรู้สึกนี้ไม่ได้มีแต่คนคุกที่ติดตรวน
คนที่กายมีอิสระแต่หัวใจมีพันธะ
ใส่ตรวนซึ่งมองไม่เห็น อาจมีความเหงา
ความเศร้าและความไม่แน่ใจได้ พอกันกับเหล่านักโทษ
Unchained Melody จึงมัดใจคนฟัง
ขังไว้เป็นนักโทษตลอดชีวิต
Unchained Meloday เข้าชิงออสการ์ในปี ค.ศ.1955
หลังจากนั้นมา
เพลงนี้ยังถูกนำไปเป็นบทเพลงประกอบหนังเรื่อง GHOST
วิญญาณ ความรัก ความรู้สึก
คู่รักทั้งสองนี้กำลังจะแต่งงานกัน แต่เกิดเหตุการณ์
ปืนลั่น ถูกพระเอกตาย
เลยทำให้ผีต้องมาคร่ำครวญบทเพลงถึงเธอที่รัก
305.
Old Turkey Buzzard
เพลงนี้เป็นซาวด์แทร็กซ์จากภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ในอดีตของ
Columbia Pictures Corporation
เรืองMacKenna's Gold
หรือชื่อไทยว่าขุมทองแมคเคนนา
หนังคาวบอยที่แสดงนำโดยพระเอกหนุ่มหนวดงาม โอมาร์ ชารีฟ
และเกรกเกอรี่ เป็ค เคยดังระเบิดในบ้านเรายุคของ
ซุปเปอร์พานาวิชั่น 70 เมื่อปี 1969
เป็นเรื่องราวของทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในหุบเขา
ที่ล่อให้ฝูงชนที่หวังจะมีโชคจากการขุดค้นหาทองพากันไปตายนักต่อนัก
แต่ก็ยังมีผู้แสวงโชคที่ไม่กลัวความตาย
ดาหน้ากันเข้าไปเสี่ยงชีวิตคนแล้วคนเล่าในหุบเขามรณะ
'Canyon del Oro',ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางภยันตราย
และยังเป็นถิ่นของอินเดียนแดง
เนื้อหาของเพลงเล่าถึงเจ้าแร้งแก่ที่โบยบินบนฟ้าสูง
จับตารอดูความตายของฝูงคน ที่กล้าบ้าบิ่น
ยอมทำได้ทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อทอง
เจ้าของเสียงเพลงนี้คือ
นักร้องหนุ่มตาบอดทั้ง 2 ข้างชาวเปอร์โตริกัน
Jose
Feliciano
ผู้ได้รับการขนานนามว่า นักกีตาร์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ยังมีชีวิต "
The Greatest Living Guitarist " วารสาร Guitar
Player ได้ยกย่องให้เขาเป็นนักกีตาร์เพลงป้อปยอดเยี่ยม
Best Pop Guitarist ถึง 5 ปีติดต่อกัน โดยบันทึกชื่อไว้ในทำเนียบนักกีตาร์
และได้รับการ Vote ในประเภท Best Jazz และ
Best Rock Guitarist จากผู้อ่านนิตยสาร Playboy
อีกหลายครั้ง
306.Love
Story
"(Where Do I Begin?) Love Story"
เป็นเพลงจากผลงานการประพันธ์ดนตรีของ Francis Lai
และประพันธ์เนื้อร้องโดย Carl
Sigman เมื่อปี 1970
เพื่อให้เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ในเรื่อง Love Story.
ต้นฉบับร้องโดย Andy Williams
ต่อมามีนักร้องอีกหลายๆคนที่นำมาร้องใหม่เช่น Rick Astley
Shirley Bassey,Francis Lai,Henry Mancini
Johnny Mathis ,Henry Mancini, Rick
Astley, Nana Mouskouri.
และยังถูกนำไปร้องในภาษาต่างๆเช่น โรมาเนียน ฝรั่งเศส
เปอร์เขี่ยน รวมทั้งถูกนำไปทำกระทั่งในเวอร์ชั่นเพลงแร็ป
307.Sorry
Seems to Be the Hardest Word
เพลงจากผลการประพันธ์ของ Elton John และ Bernie
Taupin. บันทึกเสียงร้องโดย Elton John
ออกวางจำหน่ายเมื่อปี 1976, ทั้งรูปแบบซิงเกิลและ อัลบั้ม
Blue Moves .
ขึ้นถึงอันดับ 11 ใน Top 20 hit ที่อังกฤษ และอันดับ 6
ในอเมริกา
Sir Elton John
มีชื่อจริงของเขาคือ
Reginald Kenneth Dwight เป็นชาวอังกฤษเกิดวันที่
25 มีนาคม 1947 ที่มิดเดิลเซ็กซ์ เขตติดต่อกับ ลอนดอน
ในประเทศอังกฤษ
Elton John เรียนการเล่นเปียโนมาตั้งแต่เด็ก
เขาใช้ความสามารถในการเล่นเปียโน
เข้าเรียนฟรีเป็นนักเรียนทุน ในสถาบันการดนตรีของอังกฤษ
เขาเริ่มเรียนตั้งแต่อายุ 11 ปี
" Elton John "
เป็นที่รู้จักกันดีทั้งในยุโรปและอเมริกา
มีผลงานดีเด่นมากมาย ที่คุ้นหูคนไทยเรามากคือ
" Crocodile Rock " " Border Song", "Honky Tonk Woman",
และเพลง "Candle In The Wind 1997"
เพลงนี้แต่งและขับร้องเอง
เพื่อเป็นเกียรติแด่"ไดอานา"
Elton John " ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้น "CBE"
จากราชวงศ์อังกฤษในปี ค.ศ.
1995 และได้เป็นอัศวินแห่งราชสำนัก ในปี ค.ศ.
1998
จากสิ่งที่เขาได้มอบให้สังคม
ไม่ว่าจะเป็นความบันเทิงจากเสียงเพลง
หรือประโยชน์จากองค์กรการกุศล
ที่เขาก่อตั้งขึ้นและกิจกรรมเพื่อประโยชน์ของผู้ด้อยโอกาสอีกมากมาย
เมื่อไม่นานมานี้เอง
เขาประกาศตัวว่าเขาเป็น เกย์ เชื่อหรือไม่??????????????
308.
Love is a many
splendored thing
Love
Is a Many Splendored Thing สร้างเป็นหนังเมื่อปี 1955
ถ่ายทำในฮ่องกงตั้งแต่ปี 1949-1950
เป็นเรื่องราวของรักข้ามพรมแดนระหว่างนักข่าวชาวอเมริกันที่นำแสดงโดย
William Holden กับ ดร. ฮันซูหยิน
แพทย์สาวลูกครึ่งที่ยังเคร่งครัดในขนบธรรมเนียมของบรรพบุรุษชาวจีน
ซึ่งนำแสดงโดย Jennifer Jones
อุปสรรคเกี่ยวกับความต่างกันของประเพณี
สมัยสงครามเกาหลีจึงเกิดขึ้น
แต่ความรักให้อะไรๆที่มากเกินจะกล่าวบรรยาย Love Is a Many
Splendored Thing เพลงนี้ทำดนตรีโดย Sammy Fain
และเขียนเนื้อโดย Paul Francis Webster
เพื่อใช้ประกอบหนังที่มีชื่อเดียวกับเพลงนี้ ในปี 1955
และได้รับรางวัลออสการ์สาขาดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในปีนั้น
รางวัล Oscar เป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่มาก
และจะมีการประกาศผลรางวัลสำหรับเพลงประกอบหนังยอดเยี่ยม
แค่ปีละ 1 เพลงเท่านั้น ซึ่งในปีนั้นจัดงานในวันที่ 21
มีนาคม 1956 ที่ Los Angeles และ NBC Century Theatre ใน
New York โดยมีรางวัลออสการ์สาขาเพลงประกอบหนังยอดเยี่ยม
1955 คือ Love Is A Many Splendored Thing จากหนังเรื่อง
LOVE IS A MANY SPLENDORED THING
ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับเพลงนั่นเอง
สำหรับเพลงดังๆที่ได้รางวัลในปีใกล้เคียงกันนั้นเช่น
ปี 1953 : "Secret Love" จากหนังเรื่อง CALAMITY JANE
ปี 1954 : "Three Coins in the Fountain"
จากหนังเรื่อง THREE COINS IN THE
FOUNTAIN
ปี 1956 : "Whatever Will Be, Will Be (Que Sera, Sera)"
จากหนังเรื่อง THE MAN WHO KNEW TOO MUCH
"Love is a many splendored thing" ขึ้นถึงอันดับ
1ของ ชาร์ทเพลงนานติดต่อกันถึง 4 สัปดาห์ในปี 1955
ผงาดแทรกเพลงในแนวร้อคแอนด์โรล
ที่กำลังกระหน่ำทุกคลื่นวิทยุในขณะนั้น จากผลงานของ
The Four Aces กับรางวัลเพลงยอดเยี่ยมจาก The
Academy Award จึงมีนักร้องไปเอาร้องอีกหลายคนและยังได้ขึ้นอันดับเพลงในช่วงหลังๆอีกเช่นผลงานของ
Jerry Vale,Frank Sinatra, Barry Manilow ,Andy
Williams,The Lettermen ,Ray Conniff ,Kenny Rogers
แต่ที่ดังสุดๆในเมืองไทยเป็นผลงานของ Nat Kingcole
ที่ถูกบันทึกไว้เมื่อปี 1974
309.Before
the Next Teardrop Falls
เพลงในแนวคันทรี
ของอเมริกัน ประพันธ์โดย Vivian Keith
และ Ben Peters
เป็นเรื่องราวของชายหนุ่มที่ยังยึดมั่นในรัก
ถึงเธอจะมีใครใหม่แต่ถ้าเธอมีความสุขเขาก็ขอยินดีด้วย
แม้วันใดเธอเจ็บช้ำขอให้กลับมา
โปรดจำไว้ด้วยว่ายังรักเธอและรอเธออยู่เสมอ
เพลงนี้แต่งไว้ประมาณท้ายๆปี 1960s
และหลังจากนั้นมามีผู้นำมาขับร้องอีกหลายคนและนำไปบันทึกใหม่ไม่ต่ำกว่า
24 ครั้ง
แต่ผลงานที่สุดฮิตนั้นเป็นเสียงร้องของ Freddy
Fender.
ในปี 1974, Fender
นำมาร้องใหม่เป็น 2 ภาษา
คือทั้งอังกฤษและเสปนในเพลงเดียวกัน
ในครั้งนั้นใช้เวลาในการดำเนินการแค่ 2-3 นาที จน
Fender
เองบอกว่าเขาดีใจที่ได้กลับมาทำมันอีกและคงจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว
อย่างไรก็ตาม ปี 1975 "Before
the Next Teardrop Falls"ยังคงเป็นเพลงฮิตไม่เลิกเมื่อสถานีวิทยุคลื่นเพลงคันทรี่นำไปเปิด
ในเดือนมกราคม 1975
นิตยสาร The Billboard magazine Hot Country
Singles chart
ได้ยกให้เพลงนี้เป็นเพลงยอดนิยมอันดับ 1 จากการจัดอันดับในThe
Hot Country Singles chart
เมื่อเดือนมีนาคมปีนั้น
และอยู่ในอันดับนานติดต่อกันถึง 2 สัปดาห์
310.No
more
No More ผลงานของ
Robertson และ Blair ที่ทำให้เอลวิส เพรสลีย์
ร้องในการแสดงคอนเสิร์ตของเขาที่เป็นรายการพิเศษทางโทรทัศน์ในปี
2516 ชื่อ Aloha from Hawaii
ซึ่งเป็นยุคที่เขารุ่งโรจน์และโด่งดังมากที่สุด โดยการถ่ายทอดสดผ่านทางสัญญาณดาวเทียม
เมื่อวันที่ 14 มกราคม 1973 มีผู้รอชมจากทั่วโลกกว่า 10
ล้านคน โดยที่เอลวิสใส่ชุดขาว "American Eagle"
ที่ออกแบบโดยนักออกแบบมือหนึ่งของโลก Gene Doucette.
และ No More
เป็นหนึ่งในผลงานเพลงจากการแสดงโชว์ครั้งนั้นของเขา
ซึ่งเป็นที่จดจำไปอีกนานกับ
"An
American Trilogy".
(ยังมีต่อ) |