|
page1
(01 - 20)
page2
(21 - 40)
page3
(41 - 50)
page4
(51
-
60)
page5
(61
-
70)
page6
(71
- 80)
page7
(81-
90)
page8
(91-100)
page9
(101-110)
page10
(111-120)
page11
(121-130)
page12
(131-140)
page13
(141-150)
page14
(151-160)
page15
(161-170)
page16
(171-180)
page17
(181-190)
page18
(191-200)
page19
(201-210)
page20
(210-220)
page21
(221-230)
page22
(231-240)
page23
(241-250)
page24
(251-260)
page25
(261-270)
page26
(271-280)
page27
(281-290)
page28
(291-300)
page29
(301-310)
page30
(311-330)
page31
(331-350)
page32
(351-370)
page33
(371-380)
page34
(381-390)
page35
(391-400)
page36
(401-410)
page37
(411-420)
page38
(421-430)
page39
(431-440)
page40
(441-450)
page41
(451-460)
page42
(461-470)
page43
(471-480)
page44
(481-490)
page45
(491-500)
page46
(501-510)
page47
(511-520)
page48
(521-530)
page49
(531-540)
page50
(541-550)
281.See
You Again
Destiny Hope Cyrus เกิดที่
Franklin รัฐ Tennessee
เมื่อ 23 พฤศจิกายน
1992
เธอได้รับเชื้อนักร้องมาจากพ่อและนักแสดงมาจากย่า
มีพี่ชายเป็นนักร้องและมือกีตาร์ในวงร้อคแบนด์
ตระกูลของเธออีกหลายคนเป็นนักแสดง ใครๆรู้จักเธอในนามของ
Miley Cyrus เพราะ
Miley นั้นมาจาก Smiling
หรือ Smiley
ซึ่งเป็นเพราะเธอยิ้มเก่งและยังน่ารักเหมือนเด็กๆนั่นเอง
เธอประสบความสำเร็จมากเมื่อเธอรับบทเป็น Hannah Montana
ตามบทที่เธอต้องแสดงเป็นนักร้องทำให้เธอมีโอกาสได้ร้องเพลงลงแผ่น
CD ถึง 8 เพลง โดยเฉพาะในเพลงเปิดรายการ
ว่ากันว่ารายการนี้มี คนดูสูงถึง 5.4 ล้านคน
สำหรับทีวีในเมืองไทยสามารถติดตามชมการแสดงของเธอได้จากTRUE
VISION ช่อง 54
ข่าวล่าสุดหนังคอนเสิร์ตของเธอ Hanna Montana & Miley
Cyrus : Best of the Both World
ซึ่งเป็นบันทึกการแสดงสดของเธอที่เซาธ์เลคซิตี้
ทำลายทุกสถิติที่หนังจะเข้าไปเกี่ยวได้
สถิติเป็นหนัง 3 มิติที่ทำรายได้สูงสุด 8,651,758
ดอลลาร์ในวันเปิด และปิดที่ 31,117,834 ในสัปดาห์แรก
ทำลายสถิติรายได้เปิดตัวหนังที่ทำรายได้สูงสุดต่อโรง
(45,000 ดอลลาร์ต่อโรง) และเป็นอันดับ 2
ของรายได้สูงสุดหนังเปิดตัวที่ฉายไม่ถึง 1,000 โรง (683
โรง) และยังทำลายสิถิติหนังที่ทำรายได้สูงสุดในช่วงซุปเปอร์โบว์ล
แถมดิสนีย์ต้นสังกัดยังเปิดฉายเรื่องนี้ต่อไปอย่างไม่มีกำหนด
ถึงปัจจุบันทำรายได้ไป 53,390,000 ดอลลาร์แล้ว
เพลง "See You Again" นี้ประพันธ์โดยเธอเอง Miley Cyrus (Destiny
Hope Cyrus) ร่วมกับ Antonia Armato, และ Tim James
โดยนำมาจากเพลงในอัลบั้ม Hannah Montana 2 : Meet Miley
Cyrus
282.Eye
of the Tiger
ต้นฉบับเป็นผลงานเพลงของ
Survivor วงร้อคจากอเมริกา
อัลบั้มที่มีชื่อเดียวกับชิ่อเพลง
ออกวางจำหน่ายเมื่อ 1 มกราคม 1982,
ถูกประพันธ์ขึ้นมาเพื่อให้พระเอกหนังบู๊
Sylvester Stallone
ใช้ประกอบในภาพยนตร์เรื่อง Rocky
ภาคที่ 3 และยังใช้ต่อมาในภาคที่ 4
จากทั้งหมด 5 ภาค
เพลงนี้ขึ้นสู่อันดับสูงสุดของ
The Billboard Hot 100 ถึง 6 สัปดาห์
เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 1982.
ซึ่งขึ้นอันดับ 1 ทั้งในชาร์ทเพลงของอังกฤษ
ไอริช และออสเตรเลียและยังได้รางวัล Grammy
Award, Academy Award
รวมทั้งรางวัล "Best New Song"
จากการโหวตของนักฟังเพลงด้วย
และหลังจากนั้นมาเพลงนี้ถูกนำไปประกอบรายการมวยระดับโลกหลายครั้ง
จนกลายเป็นเพลงประจำของกีฬาชกมวยไปโดยปริยาย
283.No
promises
ฉันไม่ได้อยากที่จะจากคุณไป ที่รักเธอคือคนที่ฉันต้องการจะอยู่ด้วยในคืนนี้
No promisesไม่ให้คำสัญญาใดใดนะที่รัก
ฉันอยากกอดเธอแน่นๆ
ฉันขอตายในอ้อมกอดเธอ
เป็นเพลงอ้อนๆสุดฮิตของ Shayne Ward
ศิลปินหนุ่มหน้าใหม่จากเกาะอังกฤษ ออกซิงเกิ้ลแรกจากอัลบั้มทก็กวาดตำแหน่งเพลงอันดับ
1 จากทุกคลื่นสถานีวิทยุในบ้านเราไปจนได้
ก่อนจะมาเป็นดาวเชาก้าวมาจากรายการ
The X Factor ปี 2
ซึ่งเป็นรายการค้นหานักร้องดาวรุ่งคล้ายๆ AF, The Star
บ้านเรา และ Shayne เป็นหนึ่งใน 12
คนที่ได้รับการคัดเลือกสามารถฟันฟ่าอุปสรรคจนได้รับตำแหน่งชนะเลิศในปีที่
2
จากนั้นเขาเลือกเอาเพลงที่ชนะการประกวด ตัดมาทำ Singleประสบความสำเร็จได้ขึ้นอันดับ
1 UK Chart นานถึง 4 สัปดาห์ Shayne
จึงได้เซ็นสัญญาเป็นนักร้องในค่าย Sony Music
และได้ออกอัลบั้มในทันที ทำให้หนุ่มเจ้าเนื้อหอมเป็นพิเศษ
มีแต่งานหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย แถม Calvin Klein
ยังเซ็นสัญญาให้เป็นนายแบบในช่วงฤดูใบไม้ร่วงควบกับฤดูหนาวอีกด้วย
ต่อมาได้ออก Single ที่สองตามมาคือเพลง
No Promises
ซึ่งเคยเป็นผลงานของ
Bryan Rice นักร้องชาวเดนนิช ที่เป็นเพลงประกอบหนังเรื่อง
Nynne
Shayne Ward เคยมาเปิดการแสดงสดในเมืองไทย
ณ ลานปาร์ค พารากอน
เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2550
และคนไทยก็ไม่ได้สร้างความผิดหวังให้กับหนุ่มสกินเฮดมาดเข้มแต่อย่างใด
ด้วยเสียงที่มีเสน่ห์ เพลงที่ไพเราะ
กับหน้าตาสุดเท่ห์
คืนนั้นเขาจึงได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากแฟนเพลงชาวไทย
284.Moonlight
Shadow
Aselin Debison
เกิดที่
Glace Bay, Nova Scotia,ประเทศคานาดา
เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 1990
ก่อนที่เธอจะใช้ชื่อว่า Aselin
นั้นเธอใช้ชื่อ Aslan
ซึ่งมีความหมายถึง "สิงห์โตแสนรู้จากนาเมีย"
อัลบั้มแรกของเธอเป็นเพลงจาก Christmas Album
โดยใช้ชื่อว่าThe Littlest
Angel ออกวางจำหน่ายเมื่อปี
2001.ต่อมาในปี 2002,จึงออกอัลบั้มี่
2 ตามมาชื่อ Sweet Is the Melody
ซึ่งเป็นเพลงในแนวคันทรี่ หรือโฟล์คพื้นบ้าน
และได้มีโอกาสทัวร์ทั้งใน นิวยอร์ค และโตเกียว
ประเทศญี่ปุ่น เมื่อครั้งออกโปรโมทอัลบั้มชุดนี้
ในปี 2003, Aselin Debison
ได้รับเลือกให้ร้องเพลงถวายแด่
Queen Elizabeth II ที่
The Roy Thomson Hall ในเมือง
Toronto Ontario
เนื่องในโอกาสที่พระองค์ทรงเสด็จเยือนประเทศคานาดา
Moonlight Shadow เคยเป็นผลงานการร้องของ
Mike Oldfield แต่เพลงของเธอออกแนว
Celtic ด้วยซอและแมนโดลิน
การเพิ่มเครื่องสายลงไป
จึงทำให้เพลงนี้ของเธอมีความอ่อนหวาน
และชวนฟังมากขึ้น
285.Lovin'
you
Minnie Riperton นักร้องสาวชาว
อเมริกัน ที่มีพลังเสียงสูงถึง 5 Octave
จึงมีคนให้ฉายาเธอว่าเจ้าแม่
ไนติงเกล "Lady with the high voice and flowers
in her hair." แค่ซิงเกิลที่ 4
"Lovin' You."
เพลงเดียวก็ทำให้คนทั้งโลกรู้จักเธอ
ซึ่งเธอร้องไว้ตั้งแต่ปี 1975 .
เมษายนปีนั้น เพลงของเธอขึ้นถึงอันดับ
1 ในอเมริกา อันดับ 2 ในอังกฤษ และอันดับ 3 ในชาร์ทเพลงประเภท
The R&B . กว่า 30
ปีที่ผ่านมาเพลงนี้ยังเป็นที่นิยมแพร่หลายจนปัจจุบัน
เนื่องจากถูกนำไปเปิดในงานสมรสมากที่สุดอีกเพลงหนึ่งเพราะความหวานไพเราะจากเสียงของเธอแล้ว
ยังมีเสียงนกร้องคลอเป็น Back Ground
ตลอดทั้งเพลง
ยิ่งช่วยสร้างบรรยากาศในงานให้โรแมนติคยิ่งขึ้น
ฤดูใบไม้ผลิปี 1975 เธอก็กลายเป็นเจ้าของเสียงเพลงอันดับ 1
ด้วยเพลงสุดฮิตของเธอ "Lovin' You,"
แต่เป็นการวางจำหน่ายครั้งสุดท้าย
ด้วยรางวัลแผ่นเสียงทองคำกับอัลบั้ม "Perfect
Angel" เพราะในปี 1977 ขณะที่เธออายุ
28 เธอก็ประสบกับโรคร้าย"มะเร็ง" และเมื่อวันที่ 12
กรกฎาคม 1977 อายุครบ 31
เธอก็เสียชีวิตลงอย่างสงบในอ้อมกอดของ Richard
Rudolph
สามีสุดที่รัก ในขณะที่กำลังฟังเพลงของ Stevie
Wonder ที่ประพันธ์เพื่อเธอโดยเฉพาะ
286.Woman
ผลงานเพลงในอัลบั้ม
Double Fantasy
ของ
John Lennon หรือ
John Winston Ono Lennon
นักร้อง
นักแต่งเพลง นักดนตรีชาวอังกฤษ ทีทุกคนรู้จักกันดีในนามจอห์น
เลนนอน แห่งวงเดอะบีทเทิลส์
เพลงนี้ออกวางจำหน่ายเมื่อวันที่
16 มกราคม 1981
นับเป็นซิงเกิลที่ 2 หลังจากแยกวงมาจาก
The Beatles แต่เป็นซิงเกิลแรกหลังการเสียชีวิตของเขาเมื่อ
8 ธันวาคม 1980
โดยเมื่อกลางดึกของคืนวันนั้น
John Lennon
เดินทางออกจากห้องบันทึกเสียงเพื่อกลับบ้านที่อาคาร The
Dakota ในนครนิวยอร์ก
เขาถูกยิงขณะที่ก้าวลงจากรถส่วนตัวด้วยอาวุธปืน .38
คาลิเบอร์ที่รัวเข้าใส่กลางหลังถึงสี่นัด จากน้ำมือของ
Mark David Chapman วัย 26 ปี
อดีตเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจากโฮโนลูลู
ถึงแม้จะถูกนำส่งโรงพยาบาล St.Lukes Roosevelt
เกือบจะในทันที
หากแต่กระสุนปืนได้เข้าสู่จุดสำคัญที่ทำให้เขาทนพิษบาดแผลไม่ไหว
จนถึงแก่ชีวิตในเวลาต่อมา น่าแปลกที่ว่า Julia
มารดาของเขาก็ถูกยิงตายโดยตำรวจขี้เมาชาวอังกฤษนามสกุล
Chapman เช่นเดียวกัน
ก่อนหน้านี้ John Lennon
เพิ่งออกแผ่นเสียงอัลบัม Double Fantasy
และเพลงของเขากำลังไต่อันดับขึ้นสู่ Top Chart
ซึ่งฆาตกรผู้สังหารเขาได้ไปหาชื้อแผ่นเสียงนี้และยังได้ขอให้
Lennon เซ็นชื่อบนปกแผ่นเสียงเสียด้วยซ้ำ
และฆาตกร Mark David Chapman
ถูกตัดสินจำคุก 20 ปี
จากการเสียชีวิตของ John Lennon
ได้ทิ้งให้ภรรยาชาวญี่ปุ่นของเขา Yoko Ono
ต้องกลับเป็นหม้ายอีกครั้ง
หลังจากที่ทั้งคู่ใช้ชีวิตร่วมกันมานานกว่าสิบปี
เบื้องหลังเพลงนี้เขาแต่งให้กับ
Yoko Ono
ภรรยาสุดที่รักชาวญี่ปุ่นของเขา เนื้อหาของเพลงเขาพร่ำบรรยายถึงความรักที่มีต่อเธอผู้หญิงคนนั้น
ซึ่งเขาเคยให้สัมภาษณ์หนังสือ Rolling Stone
magazine ว่า Woman
นี้คือ เพลงที่เป็นเวอร์ชั่นต่อจากเพลง
Girl ของ
The Beatles
287.Touch
My Body
ซิงเกิลแรกของอัลบั้มนี้ และเป็นซิงเกิลที่ขึ้นถึงอันดับ
1 เป็นเพลงที่ 18
ของเธอ
นับเป็นศิลปินอีกคนที่ใกล้สถิติเพลงฮิตเหมือนที่
The Beatles
เคยสร้างผลงานเพลงขึ้นอันดับ 1 ไว้ถึง 20 เพลงTouch
My Body เพลงของ Mariah
Carey ที่แต่งร่วมกับ
Christopher "Tricky" Stewart, Crystal "Cri$tyle" Johnson
and Terius "The-Dream" Nash
ในอัลบั้มที่ชื่อ E=MC2
ซึ่งชื่ออัลบั้มนี้เป็นสมการชื่อก้องโลกของอัลเบิร์ต
ไอน์สไตน์ สดยอดนักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะของโลก
27 กันยายน พ.ศ. 2448 Albert Einstein นักวิทยาศาสตร์เอกของโลก
ชาวยิวที่เกิดในเยอรมนี
เมื่อฮิตเล่อร์ขึ้นสู่อำนาจตัดสินใจอพยพจากเยอรมนีไปอเมริกา
และคัดค้านการขยายอิทธิพลของลัทธินาซี
มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนให้สหรัฐสร้างอาวุธนิวเคลียร์
และได้รับการยกย่องให้เป็นบุคคลแห่งศตวรรษที่
20
บทความเรื่อง "Does the Inertia of a Body Depend Upon Its
Energy Content ?
("จริงหรือไม่ที่ความเฉื่อยขึ้นอยู่กับพลังงานภายในของวัตถุ)
ซึ่งได้นำเสนอสมการก้องโลก E=mc2
สมการนี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างมวลและพลังงาน
อธิบายได้ว่า
เมื่อให้พลังงานกับมวลเพื่อให้มีความเร็วเพิ่มขึ้น
มวลนั้นก็จะมีค่าเพิ่มขึ้นด้วย
จากทฤษฎีนี้ทำให้นำสู่ผลที่ว่าไม่มีอะไรเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าแสง
หลักการนี้จึงเป็นหลักการเบื้องต้นของ "ทฤษฎีสัมพันธภาพทั่วไป"
(theory of relativity) แม้ว่าไอน์สไตน์จะใช้เวลาเพียงแค่
4 เดือน ในการสร้างผลงานปฏิวัติโลกด้วยผลงานเด่น ๆ 3
ผลงานในปีนี้ คือ ปรากฏการณ์โฟโตอิเลกตริก (Photoelectric
Effect) การเคลื่อนที่แบบบราวเนียน (Brownian Motion)
และ ทฤษฎีสัมพันธภาพพิเศษ (special relativity)
แต่โลกต้องใช้เวลาอีกหลายทศวรรษเพื่อทำความเข้าใจและเห็นคุณค่าในผลงานเหล่านี้
ต่อมาได้มีการประกาศให้ปี 2448
เป็นปีมหัศจรรย์ของไอน์สไตน์และในปี 2548
วงการวิทยาศาสตร์โลกได้ประกาศให้เป็น "ปีฟิสิกส์โลก (World
Year of Physics 2005) และมีการจัดงานฉลองครบรอบ 1
ศตวรรษปีมหัศจรรย์ไอน์สไตน์
288.Fascination
Fascination เพลงฮิตในอดีตจากผลงานการประพันธ์ดนตรีของ
F.D. Marchetti และประพันธ์เนื้อร้องโดย Maurice
de Féraudy แปลเป็นเนื้อภาษาอังกฤษโดย Dick
Manning. ถูกแต่งไว้ตั้งแต่ปี 1932,
แต่กลายมาเป็นเพลงฮิตในปี 1957
เมื่อถูกนำไปเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Love in the
Afternoon. ด้วยเสียงร้องของ Jane Morgan
เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าอันดับชาร์ทเพลงของนิตยสารบิลบอร์ด
เมื่อวันที่ 9 กันยายน 1957 และขึ้นอันดับ 7 ของ
The Disk Jockey
chart, ติดชาร์ทเพลงที่มียอดจำหน่ายสูงสุดอันดับ 12
และอันดับ ที่ 11 ของชาร์ทเพลงThe
Top 100 Songs
มีผู้นำเพลงนี้มาร้องอีกหลายคนและทุกเวอร์ชั่นต่างติดอันดับชาร์ทเพลงด้วยกันทั้งนั้นได้แก่
Dinah Shore, Dick Jacobs, และ David Carroll,
นอกจากนี้ยังมีที่นำไปร้องเป็นภาษาต่างๆ เช่น Paul
Mauriat ภาษาฝรั่งเศสจากอัลบั้ม Best of France.
Elis Regina ภาษาโปรตุเกส จากอัลบั้ม
Falso
Brilhante
(1976).
289.Batista
Theme
บาติสต้า หรือ เดวิด ไมเคิล บัวติสตา (David
Michael Bautista) คนดังของ WWE
รายการมวยปล้ำยอดฮิตทาง TRUE
VISION ช่อง 62 เกิดเมื่อวันที่
18 มกราคม 1969 ที่อาร์ลิงตัน รัฐเวอร์จิเนีย
มีพ่อเป็นคนฟิลิปปินส์ แม่เป็นชาวกรีก
วัยเด็กเขาเติบโตในวอชิงตัน รัฐดี.ซี.
ซึ่งก็เหมือนเมืองหลวงเกือบทั้งโลกที่ประกอบด้วยสังคมและสภาพแวดล้อมส่วนที่ดีและไม่ดี
แต่กรณีของเด็กชายเดวิด
เขาต้องใช้ชีวิตในพื้นที่ที่อาจถึงขั้นเลวที่สุดของนครหลวงแห่งนี้ก็ว่าได้
ซึ่งช่วงทศวรรษ 1970-80 นั้น ฆาตกรรมถือเป็นเรื่องธรรมดา
การสูบโคเคนเริ่มก่อตัวขึ้น
และคนไร้ที่อยู่ก็มีอยู่ทั่วไปในเขตนี้
ซูเปอร์สตาร์นักมวยปล้ำวัย 38 ปี เล่าว่า แถว ๆ
หน้าบ้านเคยเกิดคดีฆาตกรรมถึง 3 ครั้งก่อนเขาอายุ 9
ขวบด้วยซ้ำ ส่วนตัวเขาเองก็หนีวังวนมืดนี้ไม่พ้น
เคยขโมยของในร้าน ขโมยมอเตอร์ไซด์ ต่อยตีทะเลาะวิวาท
และหนีออกจากบ้าน
รวมถึงถูกศาลตัดสินว่าผิดในคดียาเสพติดและทำร้ายร่างกาย
แต่คดีหลังได้รับการยกฟ้องภายหลัง
บาติสตาต้องเติบโตภายใต้สภาพแวดล้อมที่แย่ ๆ
ไม่ใช่เฉพาะภายนอกบ้าน แต่รวมถึงภายในบ้านด้วย
พ่อแม่แยกทางกัน ต้องตระเวณเดินทางไปกับแม่ที่เลสเบียน
ซึ่งพาลูกชายย้ายถิ่นฐานจากฝั่งหนึ่งของประเทศไปยังอีกฝั่งหนึ่งเพื่อหนีสังคมอันเลวร้ายและรุนแรง
นอกเหนือจากแม่ที่พยายามปกป้องลูก
ยังมีปัจจัยอื่นอีกที่รั้งไม่ให้บาติสตาเดินชีวิตไปบนเส้นทางที่ผิดพลาด
นั่นคือ ความลุ่มหลงการยกน้ำหนักและเพาะกาย
บวกความปรารถนาที่จะต้องลงมือทำบางสิ่งบางอย่างให้ชีวิตตนเองดีขึ้น
ซึ่งนำเขาไปสู่วงการมวยปล้ำอาชีพ
ด้วยความสูง 6 ฟุต 5 นิ้ว (192 เซนติเมตร)
และน้ำหนักประมาณ 290 ปอนด์ (132 กิโลกรัม)
แม้เป็นข้อได้เปรียบ แต่ด้วยวัยที่ปาเข้าไป 30 ปีแล้ว
ได้ตัดโอกาสของเขาให้ลดน้อยลงไปมาก
บวกกับความไร้ประสบการณ์
อดีตเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของคลับแห่งหนึ่งในรัฐ ดี.ซี.
ลองเข้าไปเรียนรู้ศาสตร์มวยปล้ำอาชีพที่ Power Plant ของ
WCW แต่ท้ายสุด WCW
ก็ไม่ได้ยอมรับเขาเข้ามาเป็นนักมวยปล้ำอาชีพ
เมื่อถูกถามถึงอาชีพอื่น ๆ
หากไม่ได้เป็นนักมวยปล้ำเหมือนวันนี้
บาติสตายอมรับว่านึกไม่ออก
เพราะมันไม่เคยอยู่ในหัวของเขาเลย ผมเติบโตมาพร้อมกับการชมฮองก์
โฮแกน
ดังนั้นจึงเป็นความเหลือเชื่อเลยเมื่อวันหนึ่งผมมีโอกาสยืนอยู่บนเวทีเดียวกับเขา
และผมยังไม่ลืมบิ๊กแมตช์คืนแรกที่ได้พบกับชอว์น ไมเคิลส์
เพื่อไล่ล่าตามความฝัน บาติสตาจึงยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจ
เขาสมัครเข้าฝึกมวยปล้ำกับ ไวลด์ ซามัวส์ เทรนนิ่ง
เซนเตอร์ ที่อัลเลนทาวน์ รัฐเพนน์ซิลเวเนีย ในเดือนมีนาคม
1999 และมีโอกาสปล้ำในโชว์ของ WXW เป็นเวลา 12 เดือน
โดยใช้ชื่อว่า คาห์น (Kahn หรือ ข่าน ในภาษาไทย)
ก่อนได้เซ็นสัญญาเป็นนักมวยปล้ำระดับพัฒนาของ WWE
และถูกส่งตัวไปเรียนรู้เพิ่มเติมที่ OVW ในหลุยส์วิลล์
รัฐเคนตักกี ตั้งแต่มีนาคม 2000 ซึ่งที่นี่ เขาใช้ชื่อว่า
เลอเวียนธาน (Leviathan)
บาติสตาถูก WWE เรียกตัวไปปล้ำในเฮาส์โชว์เมื่อวันที่ 11
กุมภาพันธ์ 2002 ผลปรากฏว่า เขาแพ้ต่อเชลตัน เบนจามิน
และได้เริ่มเดินสายเต็มเวลากับทีมชุดใหญ่ของ WWE
อีกสองเดือนต่อมา จนกระทั่ง 9 พฤษภาคม 2002
ก็ปรากฏตัวทางจอแก้วเป็นครั้งแรกในสแมคดาวน์! ในนาม เดียคอน
บัวติสตา (Deacon Bautista)
คอยถือกล่องบริจาคเงินให้กับดี-วอน ดัดลีย์
ใน Batista Unleashed
หนังสือชีวประวัติที่บาติสตาเขียนร่วมกับเจอเรมี่
โรเบิร์ตส์ เขายอมรับถึงข้อเสีย จุดบกพร่อง
และมลทินในชีวิต อย่างซื่อสัตย์ แต่อีกมุมหนึ่ง
แชมป์โลกเฮฟวีเวทวัย 38 ปีผู้นี้มีจุดยืนในใจว่า
จะต้องทำสิ่งที่ดีที่สุดแม้อยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้าย
ซึ่งส่งผลให้เขาสามารถฝ่าฟันอุปสรรคทั้งหลายจนมาถึงขณะนี้
290.Like
A Virgin
อัลบั้มที่สองของมาดอนนา หลุยส์ เวโรนิกา ซิคโคน (Madonna
Louise Veronica Ciccone)เจ้าของวันเกิดเมื่อ 16 สิงหาคม
พ.ศ. 2501 ซึ่งคนทั่วไปรู้จักกันในชื่อ มาดอนนา
ดารานักร้องหญิงชาวอเมริกัน เจ้าของสมญานาม
"ราชินีเพลงป็อบ" ออกอัลบัมเพลงมาแล้วหลายชุด
มีทั้งผลงานเพลง ภาพยนตร์ และเขียนหนังสืออ่านสำหรับเด็ก
ในปี 1977 เธอย้ายจากบ้านเกิดที่เบย์ซิตี้ รัฐมิชิแกน
สหรัฐอเมริกา ด้วยเงินติดตัวเพียง 35 ดอลล่าร์
เธอบอกให้แท็กซี่พาเธอไปที่ ที่เป็นใจกลางของทุกสิ่ง
จนเธอได้มาทำงานในร้านดังกิ้นโดนัทใน นิวยอร์ก
ด้วยความหวังที่ว่า สักวันนึงเธอจะต้องดังให้ได้
เธอตะเกียกตะกายมาเรื่อยๆ
เธอได้เปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นสาวเซ็กซี่ตามสไตล์มาริลีน
มอนโร อัลบั้มนี้มีเพลงสร้างชื่ออย่างเช่น Like A Virgin,
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับชุดของเพลง Like A Virgin
ที่สุดหวือหวาในงานประกาศรางวัลเอ็มทีวี วีดีโอ มิวสิค
อวอร์ต ปี 1984 (MTV Video Music Awards 1984)
ซึ่งเธอใส่ชุดเจ้าสาวเดินควงตุ๊กตาเจ้าบ่าวตัวเท่าคนจริง
เดินลงมาจากเค้กก้อนยักษ์ แล้วกลิ้งไปมาด้วยลีลาเย้ายวน
สุดท้ายเธอคือนักร้องซุปเปอร์สตาร์ที่ทั่วโลกรู้จักด้วยลุคที่จัดจ้าน
มาดอนน่าสร้างสถิติด้วยการนำาเพลง Like A Virgin
ขึ้นอันดับ 1 ยาวนานถึง 6 สัปดาห์
ที่อื้อฉาวอีกครั้งคือวันที่เธอแสดงในงาน เอ็มทีวี วีดีโอ มิวสิก
อวอร์ดส ร่วมกับบริสนีย์ สเปียร์ และ คริสติน่า อากีเลร่า
ในเพลง "Like a Virgin" ซึ่งเธอได้จูบกับบริสนีย์
สเปียร์ สร้างความตกตะลึงให้กับคนดูทั้งโลก
ปี 2548 มาดอนน่าก็ยังติดอันดับ
4
จาก 10
คู่ทอปเทน
ที่ฉาวโฉ่ในวงการฮอลลีวู้ด แต่เมื่อต้นปี
2551 นี้ เว็บไซต์ "ฟอร์บส ดอท คอม"
ได้จัดอันดับ 20 อันดับศิลปินหญิงในวงการเพลงที่ทำรายได้สูงที่สุด ในหัวข้อ "แคช ควีนส์ ออฟ
มิวสิค" ปรากฎว่า "มาดอนน่า" วัย 49 ปี ขึ้นอยู่ที่อันดับ
1 โดยในช่วงเดือนมิถุนายน ปี 2006 ถึงมิถุนายนปี 2007
มาดอนน่าทำเงินได้มากถึง 72 ล้านดอลลาร์
(ยังมีต่อ) |