เรื่องเล่าจากเพลง

1.Deja Vu
2.You'll never walk alone
3.Yesterday Once More
4.Stupid Cupid
5.Something Stupid
6.Puff (The magic dragon)
7.House of the rising sun
8.He ain't heavy he's my brother
9.I will survive
10.Imagine
11.Blowin in the wind
12.Can't Buy Me Love
13.Diana
14.Edelweiss
15.Greenfields
16.Heal The World
17.I started a joke
18.I will follow him
19.Love potion number 9
20.Sad Movies (Make Me Cry)
21.Tie A Yellow Ribbon
22.The Last Leaf
23.Vincent
24.Yesterday
25.Candle in the wind
26.I Will
27.I Will Always Love You
28.Do-Re-Mi
29.Eyes on me
30.Gloomy Sunday
31.Heal the World
32.How do I live
33.I'll be there
34.Just the Way You Are
35.Leaving on a jet plane
36.Let It Be Me
37.Love me with all of your heart
38.Lullaby
39.My Heart Will Go On
40.Sealed with a kiss
41.All I Have to Do Is Dream
42.All The Things She said
43.Wind Of Change
44.Behind Blue Eyes
45.California Dreamin
46.Crocodile Rock
47.Daddy Cool
48.Dancing Queen
49.Delilah
50.Eternal flame
51.Wonderful Tonight
52.White Flag
53.Wall In Your Heart
54.Without You
55.Tian Mi Mi
56.This Ain't A Scene, It's An Arms Race
57.I Don't Want to Miss a Thing
58.Glamorous
59.Like A Virgin
60.
Hips Don’t Lies
61.Run to me
62.Old Texas
63.Out Of The Blue 
64.Judy Judy Judy
65.How Deep Is Your Love
66.Honey
67.Sukiyaki, A Taste Of Honey 
68.This I promise you
69.Break It Off
70.Take me home Country roads
71.A Lover's Concerto
72.Complicated
73.Can’t Fight the Moonlight
74.Crazy In Love
75.Fly Me to the Moon
76.Hero
77.Monalisa
78.Puppy love
80.Bésame Mucho
81.My way
82.The Impossible Dream
83.You Give Me Something
84.You
85.Yesterday
86.Who let the dogs out
87.Wind beneath My Wings
88.When You Say Nothing at all
89.Travelin' Man
90.Till There Was You
91.
Candle in the wind 
92.Tears in Heaven
93.
Where have all the flowers gone
94.
Jambalaya
95.
Hit the road Jack
96.
I'll Have To Say I Love You In a Song
97.
It never rains in Southern California
98.
How Can I Tell Her
99.C
asablanca
100.
Streets of London
101. Total Eclipse Of The Heart
102. Laughter in the rain
103. Have I told you lately
104. Lover's Moon
105. Evergreen tree
106. Love
107. Tell Laura I love her
108. Last Kiss
109. Hero
110. Monalisa
111. Sutter's mill
112. Banks of the Ohio
113. Cruel War
114.
Lily of the the West(Flora)
115. Michael row the boat ashore
116. Stewball
117.
Tom Dooley
118.
Today
119.
Welcome to my world
120.
Love me love my dog
121. Mother of Mine
122. The Windmills of Your Mind 
123. Donna Donna
124.
Gone the rainbow
125. Scarborough fair
126. Yellow Bird 
127. Lemon Tree
128. Shenandoah
129. Mary had a little lamb
130.
Jamaica Fairwell
131. Morning has Broken
132. Joey
133. What Is A Youth?
134. Boulevard
135. GoodBye
136. Hush a bye
137. To Sir, with Love
138. Life
139. For yasgur's Farm
140. My Sentimental Friend
141. Born to love you
142. Old Turkey Buzzard
143. Beyond the Sea
144. Carry on till tomorow
145. Sweetheart Tree
146. I wanna be free
147. Angelina
148. Venus
149. I'd Like to Teach the World to Sing
150. Early in the Morning
151.
I Understand
152.
Tie Me Kangaroo Down, Sport
153.
Try to Remember  
154.
When the saints go marching in
155.
Bad Time
156.
Bridge over Troubled Water  
157. Can't help falling in love with you
158.
ComeBack
159.
D'yer maker
160.
IF I HAD A HAMMER
161. Wednesday's child
162. Look for a star
163. Never on Sunday
164. No Reply
165. River of No Return
166. Summer Breeze
167. The Wedding
168. Donna
169. Way Back Into Love
170. Rehab
171. Killing Me Softly With His Song
172. If You Go Away
173. Those Were The Days,
174. Hey There Delilah
175. Everybody Needs A Friend
176. Torn Between Two Lovers
177. One Way or Another
178. La Bamba
179. Walk Away
180.
The Autumn Leaves
181.
The Lion Sleeps Tonight
182.
My Special Angel
183.
Hey Paula
184. My sentimental friend
185.
Stronger
186.
Me Love
187.
My Sweet Lord
188.
CRYING IN THE RAIN
189.
When the girl in your arms
190.
The Sounds Of Silence
191.
Santa Lucia
192.
Seven Lonely Days
193.
Over and Over
194.
Moonlight Swim
195.
Why Do I Love You So
196.
Whenever, Wherever
197. You've got a friend
198.
It's A Sin To Tell A Lie
199. More Than Words
200.
My Truly, Truly Fair
201. S.O.S
202. Save your kisses for me
203. Christopher Columbus
204. Play That Funky Music
205. Highway Star
206. A Horse With No Name
207. Full moon and Empty arms
208. Last Train to London
209. Let it go
210. Lightning Bar blues
211. He'll have to go
212. Born Too Late
213. I can't stop loving you
214. Love is Blue
215. The green leaves of summer
216. Sleepy lagoon
217. It’s too late
218. Please Mr. Postman
219. Love Letters in the Sand
220.
That's all I want from you
221. You Are Not Alone 
222. You Don't Have to Say You Love Me
223. San Bernadino
224. Into The Night
225. Gimme More
226. The Boxer
227. Please Help Me I'm Falling
228. Lipstick on Your Collar
22
9. The Autumn Leaves
230. If I Give My Heart to You
231. The night Chicago died
232. This Is My Now
233. Clumsy
234. Take you there

235. San Francisco
236. Stranger in paradise 
237. Please  don't talk to the lifeguard
238. Whatever Will Be, Will Be
239.
Viva Las Vegas
2
40. These boots are made for walkin

เข้าฟังเพลงและรับชมข้อมูลได้ที่ http://www.snr.ac.th/wita/music/Music_Center.htm
page1   (01 - 20 )   
page2   (21 - 40 )
page3   (41 - 50 )
page4   (51 - 60 )
page5   (61 - 70 )
page6   (71 - 80 )
page7   ( 81- 90 )

page8   ( 91-100)
page9   (101-110)
page10 (111-120)

page11 (121-130)
page12 (131-140)
page13 (141-150)
page14 (151-160)
page15 (161-170)
page16 (171-180
)

page17 (181-190)
page18 (191-200)
page19 (201-210)
page20 (210-220)
page21 (221-230)
page22 (231-240)

231.The night Chicago died

 เพลงอันดับ 1 ของ The Billboard Hot 100 chart เมื่อปี 1974 ของ" Paper Lace"

เนื้อหาของเพลงกล่าวถึงเรื่องราวของแก๊งค์อัลกาโปนกับตำรวจชิคาโก :ซึ่งชิคาโกในยุคที่เขาเล่าถึงนั้น เป็นเมืองที่รู้จักกันดีโดยมาเฟียที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งของโลก Al Capone เป็นแกงค์ที่รุ่งเรื่องถึงขีดสุด พวกเขาใช้อาวุธสงครามไล่ถล่มแกงค์อื่นๆในชิคาโก้ไฮท์  จนราบเรียบและก้าวขึ้นไปเป็นผู้ครอบครองด้านมืดของเมืองชิคาโก้อย่างเสร็จสรรพ ในเพลงเล่าว่าแม่ของเขาต้องคอยติดตามอ่านข่าวเพราะพ่อเขาเป็นตำรวจ ซึ่งไม่รู้ว่าวันไหนจะพลาดท่าให้กับแก๊งค์อันธพาลครองเมืองที่แสนจะป่าเถื่อน  เขาได้ยินแม่ร้องไห้ ขวัญเสียบ่อยๆกับเสียงปืนที่แกงค์นี้.ไล่ถล่มกัน

เมืองชิคาโก ปัจจุบันกำลังจะกลายเป็นเมืองอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อศาลาว่าการเมืองได้อนุมัติให้มีการสร้างระบบอินเทอร์เน็ตไร้สายทั่วทั้งเมือง หลังจากทนกระแสเรียกร้องจากประชาชนไม่ไหว

ทั้งๆที่ในปี พ.ศ.1871 เมืองชิคาโกถูกไฟไหม้ครั้งใหญ่ในเหตุการณ์ Great Chicago Fire โดยตึกมากกว่า 18,000 หลังเสียหาย ผู้เสียชีวิตกว่า 300 คน และประชากรมากกว่า 100,000 คน ไม่มีที่อยู่ เนื่องจากเมืองอยู่ติดกับทะเลสาบมิชิแกน ทำให้ลมโหมกระหน่ำอย่างรุนแรงทำให้ไฟไหม้ลุามได้เร็วภายในเพียงคืนเดียว และไหม้ติดต่อกันไม่หยุดหนึ่งวัน จนเรียกกันว่า The Night Chicago Died เหมือนดังชื่อเพลง



232.This Is My Now

เป็นเพลงชนะเลิศที่ได้มาจากการประกวด Songwriting Contest ทางเว็บไซต์ของรายการ American Idol เพลงนี้ถูกกำหนดมาเป็นเพลงบังคับให้ผู้เข้าแข่งขันร้องในรอบชิงชนะเลิศของซีซั่นที่ 6  ซึ่งเป็นโชว์รอบสุดท้าย ที่โกดักเทียเตอร์ ระหว่างแชมป์ซีซั่นที่ 5 เทย์เลอร์ ฮิกส์ หนุ่มวัย 29 จากเมืองเบอร์มิงแฮม รัฐอลาบามา และ "จอร์ดิน สปาร์คส" สาวน้อยวัย 17  จากนั้นให้ผู้ชมโหวตกันเข้ามาให้ผู้ที่ได้รับคะแนนโหวตสูงที่สุดเป็นผู้ชนะ ซึ่งผู้ที่ล่าฝันครั้งนี้ได้สำเร็จคือ Jordin Brianna Sparks

American Idol  เป็นรายการโทรทัศน์ประเภทเรียลลิตี้โชว์ ที่แข่งขันการร้องเพลง เพื่อค้นหานักร้องวงการเพลงป็อปคนใหม่ทั่วอเมริก เริ่มซีซั่นแรกเมื่อ 11 มิถุนายน ค.ศ. 2002 ออกทางช่องฟอกซ์ โดยมีต้นแบบมาจากรายการป็อป ไอดอลทางฝั่งอังกฤษ  โดยให้ผู้ชมมีส่วนร่วมในการโหวดนักร้อง ซึ่งเคยถูกบันทึกไว้ว่ามีผู้เข้าโหวตถึง 63 ล้านเสียง นับเป็นคะแนนเสียงของคนดูที่มากกว่าประธานาธิบดีคนไหนๆ ในประเทศนี้เคยได้รับมาเลยทีเดียว จนถือได้ว่ามีเรตติงดีที่สุดในรอบ 5 ปี โดยมีผู้ชมเฉลี่ยต่อสัปดาห์สูงถึง 30.3 ล้านคน

"จอร์ดิน สปาร์คส"
 อดีตนักร้องประจำโบสถ์คริสต์แห่งเมือง Phoenix, รัฐ  Arizona, ที่คอยเฝ้าติดตามการแข่งขัน American Idol มาตั้งแต่ฤดูกาลแรกเมื่อครั้งที่เธออายุแค่ 12 ขวบ และตั้งเป้าหมายว่าจะต้องคว้าแชมป์รายการประกวดการร้องเพลงที่โด่งดังนี้ให้จงได้ สุดท้ายเธอก็ทำความฝันเป็นจริงสำเร็จ



233.Clumsy

Fergie หรือ Stacy Ann Ferguson  นักร้องนำสาวเดียวที่ร้อนสุดเซ็กซี่ของงฮิปฮอป Black Eyed Peas ออกอัลบั้มเดี่ยวจนกลายมาเป็นเจ้าของเพลงฮิตติดหูคนทั้งโลกหลายเพลงทั้ง London Bridge, Fergalicious และ Big Girls Don't Cry

และในอัลบั้มเดียวกันนี้ของเธอ
ได้ตัดซิงเกิลล่าสุด Clumsy เป็นเพลงที่ค่อนข้างจะออกย้อนยุคซึ่งเป็นผลงานของเธอร่วมกับ  Bobby Troup  และ Will.i.am นักดนตรีจาก แบล็ก อายด์ พีส์ มาเป็นเอ็กเซ็กคิวทีฟโปรดิวเซอร์ ให้ ภายใต้สังกัด Will.I.Am Music Group   เป็นอัลบั้มเดี่ยวของเธอโดยเฉพาะ นับเป็นซิงเกิลที่ 5 ของอัลบั้ม The Dutchess (2006) โดยที่มาชื่ออัลบั้ม The Dutchess เป็นคำแผลงมาจาก The Duchess of York ซึ่งเป็นคำเรียกในราชวงศ์อังกฤษของ ซาร่า เฟอร์กูสัน ซึ่งมีนามสกุลเหมือนกับเธอนั่นเอง

ในเพลง เธอเล่าว่าแรกพบสบตาเขานั้น เธอก็บอกโดนซะแล้ว กามเทพเล่นกลจนเธอเซ่อซ่า เฟอะฟะ
จนทำอะไรไม่ถูก


234. Take you there



 Kisean Anderson ชื่อการแสดงบนเวทีของเขาคือ Sean Kingston ศิลปินหนุ่มเชื้อสาย Jamican-American เป็นหนุ่มมากความสามารถและที่สำคัญด้วยวัยเพียง 17 ปี เขาเป็นทั้ง Producer  นักแต่งเพลง  เจ้าของเพลงดัง Beautiful Girls ที่กระหึ่มทั้งทางวิทยุและตามผับในเมืองไทย

สำหรับซิงเกิลสุดท้ายของ Kingston ที่ชื่อ"Me Love"เป็นเพลงที่ได้รับอิทธิพลมาจากเพลง D'yer Maker.ที่นำมาจากภาษาจาเมก้า ถือเป็นผลผลิตของวัฒนธรรมระหว่างอเมริกันกับจาเมก้า


Take You There" ซิงเกิลที่ 3 ของ Sean Kingston
เป็นเพลงในสไตล์ของ R&B,Dance,Techno ออกวางจำหน่ายเมื่อเดือนตุลาคม 2007 โดยใช้ชื่อผู้ประพันธ์เพลงนี้ถึง 3 คนได้แก่ Sean Kingston, Evan "Kidd" Bogart และ Rock City เนื้อหาของเพลงเป็นเรื่องราวที่เขาอยากนัดสาวไปเที่ยวกันที่ West Indies.
 

235. San Francisco

San Francisco (Be Sure to Wear Flowers in Your Hair) เพลงในอัลบั้ม Summer of Love  เป็นผลงานของ Scott McKenzie นักร้องจากเกาะอังกฤษ  เมื่อปี 1967 ประพันธ์โดย John Phillips แห่งวง The Mamas & The Papas, เคยขึ้นถึงอันดับ 4 ของ The Billboard Hot 100 ของอเมริกา และอันดับ 1 ในอังกฤษ รวมทั้งฮิตไปทั่วยุโรป. ยอดขายแผ่นซิงเกิลทั่วโลกได้มากกว่า 5 ล้านแผ่น. ได้รับความนิยมจากวัยโจ๋ โดยเฉาะอย่างยิ่งกับชาวซานฟรานซิสโก ในช่วงปี 1960 เพลงนี้กลายเป็นสัญญลักษณ์ของเมืองซานฟรานซิสโกไปในที่สุด ในเนื้อเพลงชวนให้คนฟังไปเที่ยวเมืองซานฟรานซิสโกซึ่งเป็นถิ่นของพวกฮิปปี้ในสมัยนั้น

ซานฟรานซิสโก เป็นเมืองในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา มีประชากร ประมาณ 7 ล้านคน ซึ่งเป็นเมืองที่มีความหนาแน่นประชากรเป็นอันดับสองของประเทศ เมืองซานฟรานซิสโกตั้งอยู่บริเวณอ่าวซานฟรานซิสโก
 

ชาวยุโรปกลุ่มแรกที่มาตั้งรกรากในซานฟรานซิสโกคือชาวสเปน โดยในปี ค.ศ. 1776 เมืองมีชื่อว่า เซนต์ฟรานซิส (St. Francis) ในภายหลังจากช่วงยุคตื่นทองในปี ค.ศ. 1848 ทำให้ประชากรในซานฟรานซิสโกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเมืองเติบโตอย่างมาก ถึงแม้ว่าซานฟรานซิสโกจะประสบปัญหา แผ่นดินไหวและไฟ้ไหม้ขนาดใหญ่ในช่วงปี ค.ศ. 1906 แต่ซานฟรานซิสโกกลับฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว

ซานฟรานซิสโกมีลักษณะภูมิประเทศที่เป็นเขา และมีชายฝั่งติดกับมหาสมุทรแปซิฟิก สัญลักษณ์ที่ขึ้นชื่อของเมืองซานฟรานซิสโกได้แก่ สะพานโกลเดนเกต และแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงได้แก่ เกาะอัลคาทราซ รถรางซานฟรานซิสโก
 

236. Stranger in paradise 

เป็นเพลงที่ดัดแปลงมาจากทำนองท่อนเปิดตัว ของ Polovetsian Dances.ผลงานอันโดดเด่นของคีตกวีรัสเซีย Alexander Borodin จากเพลง classic ระกอบละครเพลงเรื่อง Kismet ในปี1953 ที่โด่งดังเอามากๆ ทำนองที่ไพเราะ และมีเสน่ห์ของเพลงนี้ จึงมีนักร้องหลายคนเอามา COVER ใหม่อยู่เรื่อยๆ

เป็นเพลงที่ได้รับความนิยมมากเมื่อปี 1953 เวอร์ชั่นที่สร้างชื่อเสียงให้เพลงนี้มากที่สุดเป็นเสียงร้องของTony Bennett, และยังมีนักร้องอีกหลายคน
หลายเวอร์ชันตามมา ทั้ง Caterina Valente, Johnny Mathis, Matt Monroe,  Engelbert Humperdinck รวมทั้งการบรรเลงของ Ray Conniff และ Richard Clayderman
 
ปี 1987  วง
Red Hot Rhythm & Blues และ
Diana Ross
ทำเป็นเวอร์ชั่นที่แปลกออกไป ปี 2003 มีเวอร์ชันของ Sarah Brightman นำมาทำลงในอัลบั้มของเธอที่ชื่อ Harem. จนมาถึงปี  2006 เพลงนี้ถูกนำไปใช้ในเกมเพลย์สเตชั่น The Jikkyo Oshaberi (Parodius)
 

237.Please don't talk to the lifeguard

Diane Ray เกิดเมื่อปี 1942 เธอเป็นนักร้องเพลงป้อป และร้อคแอนด์โรล ในยุคต้นๆ1960s.ผลงานที่ทำชื่อเสียงให้เธอคือซิงเกิลของปี  1963  "Please Don't Talk To the Lifeguard" จากการประพันธเนื้อร้องและดนตรีโดย Sylvia Dee and George Goehring. บันทึกเสียงร้องโดย  Diane Ray

ได้รับการจัดให้เป็นเพลงฮิตในลำดับที่ 31 ของอเมริกา  เมื่อปี 1963  และผลงานเพลงนี้ของเธอยังติดอันดับ 13 ของ Canadian Charts เมื่อเดือนกันยายน 1963 อีกด้วย นอกจากเสียงร้องของเธอแล้ว  SKEETER DAVIS ได้บันทึกเพลงนี้ในเวลาต่อมา

เนื้อหาของเพลง เธอบอกว่าโปรดอย่าพูดถึงพนักงานรักษาความปลอดภัยเลย ไม่ต้องแล้ว บอกมาเลยว่าจะไปว่ายน้ำน่ะไปยังไง จะไปพบเขา บุรุษ
สูง 6 ฟุตผู้มี
ิวคล้ำ Dark and handsome
 

238.Whatever Will Be, Will Be

เพลงประกอบหนังของ Alfred Hitchcock เรื่อง "The Man Who Knew Too Much" เข้าฉายในปี 1956 ประพันธ์ดนตรีโดย Jay Livingston และประพันธ์เนื้อร้องโดย Ray Evans ออกสู่ตลาดเพลงในปี 1956, ขึ้นถึงอันดั Top 40 Hits ของนิตยสารบิลบอร์ด ชาร์ทในเดือนกรกฎาคม 1956 ในชื่อ "Whatever Will Be, Will Be (Que Sera, Sera),"    

ได้รับรางวัลเพลงยอดเยี่ยม
Academy Award for Best Original Song  อีกทั้งทำใหJay Livingston และ Ray Evan ผู้ประพันธ์คำร้องและดนตรีร่วมกันได้รับรางวัลออสการ์เป็นครั้งที่ 3 ในฐานะเพลงยอดเยี่ยมจนเมื่อหนังออกฉายเพลงนี้จึงกลายเป็นเพลงยอดฮิตที่นำมาร้องทั้งเด็กและผู้ใหญ่ และยังเคยถูกนำไปใช้แปลเป็นเนื่อร้องอีกหลายภาษา และทำเป็นบทเรียนสอนภาษาอังกฤษในหลายๆหลักสูตร รวมทั้งในบทเรียนของคนไทย

 
Que Sera, Sera ท่อนสร้อยของเพลงนี้
ี่นางเอกนเรื่องช้ร้องส่งสัญญาณถึงลูกชายที่ถูกจับอยู่ในบริเวณสถานที่กักกัน
ได้กลายไปเป็นคำที่ใช้กันติดปากในหลายๆประเทศ หมายถึงอะไรจะเกิดมันก็เกิด หรือเป็นไงเป็นกัน


239.Viva Las Vegas (1964)

 เป็นหนังเพลงโรแมนติคของอเมริกัน นำแสดงโดยนักร้องชื่อก้องโลก Elvis Presley คู่กับนางเอกสุดหวามในยุคนั้น Ann Margret. กำกับโดย George Sidney เขียนบทโดย Sally Benson และทำดนตรีโดย George E. Stoll เข้าฉายในอเมริกาครั้งแรก เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 1964

 Elvis Presley ในบทของนักแข่งรถ ได้เดินทางไปยังลาสเวกัส และพบรักกับ Ann Margret นางเอกพนักงานสาวสวยของโรงแรมผู้สุดแสนจะน่ารัก แล้วอะไรจะเกิดขึ้นถ้าไม่ใช่การร้องเพลงจีบกัน

เพลงเอกของหนังเรื่องนี้ชื่อเดียวกับหนังคือ Viva Las Vegas กลับมาเป็นเพลงดังของคนอังกฤษอีกครั้ง  จากการจัดอันดับเพลงฮิตประจำสัปดาห์ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2007 โดยถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 15 ของ UK Top 75 Singles ในขณะที่เพลงดังใน TOP 10 ของ  Billboard Hot 100 จากฝั่งอเมริกา ตั้งแต่ No One ของ Alicia Keys เพลง Stronger ของ Kanye West หรือ Hate That I Love You ของ Rihanna Featuring Ne-Yo ถูกเบียดลงไปอยู่อันดับหลังๆทั้งกลุ่ม



240.These boots are made for walkin

ผลงานการเรียบเรียงของ  Lee Hazlewood บันทึกแผ่นครั้งแรกโดย Nancy Sinatra. ลูกสาวของพระเอกหนังคนดัง แฟรงค์ สินาตรา เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 1966 ขึ้นถึงอันดับ 1 Pop charts ทั้งในอเมริกาและอังกฤษ ถูกนำมา cover ใหม่หลายแบบหลายสไตล์ทั้งในแนว pop, rock, country, dance, ล่าสุดปี 2005 เป็นผลงานของ Jessica Simpson ขึ้นถึงอันดับ 14 ในอเมริกา

J
essica Ann Simpson  นักร้องเพลง pop  ชาวอเมริกันคนดังของฮอลลี วู้ด  เริ่มเข้าสู่วงการนักร้องตั้งแต่ตอนอายุ 12 จากการร้องเพลงในโบสถ์ เคยยอมหยุดเรียนเพื่อออกทัวร์ รางวัลล่าสุดที่เธอได้รับคือ People's Choice Awards ครั้งที่ 32 ประจำปี 2006 จากเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดนิยม: These Boots Are Made For Walkin  จากเรื่อง The Dukes of Hazzard โดยมีการถ่ายทอดสดผ่านทางเครือข่ายสถานีโทรทัศน์ CBS จากสถานที่จัดงาน เดอะ ไชรน์ ออดิทอเรี่ยม เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2006

(ยังมีต่อ)

ไม่สงวนสิทธิ์ในการนำไปใช้ประโยชน์ทางการศึกษาแต่ขอความกรุณาอ้างอิงแหล่งที่มาตามสมควรจะขอบคุณยิ่ง


December 13
,2007 

 

กลุ่มบริหารทั่วไป โรงเรียนศึกษานารี
176 ถ.ประชาธิปก   เชิงสะพานพระปกเกล้า
แขวงวัดกัลยาณ์   เขตธนบุรี   กทม.10600
by wita : wita_snr@hotmail.com

body>