เรื่องเล่าจากเพลง

1.Deja Vu
2.You'll never walk alone
3.Yesterday Once More
4.Stupid Cupid
5.Something Stupid
6.Puff (The magic dragon)
7.House of the rising sun
8.He ain't heavy he's my brother
9.I will survive
10.Imagine
11.Blowin in the wind
12.Can't Buy Me Love
13.Diana
14.Edelweiss
15.Greenfields
16.Heal The World
17.I started a joke
18.I will follow him
19.Love potion number 9
20.Sad Movies (Make Me Cry)
21.Tie A Yellow Ribbon
22.The Last Leaf
23.Vincent
24.Yesterday
25.Candle in the wind
26.I Will
27.I Will Always Love You
28.Do-Re-Mi
29.Eyes on me
30.Gloomy Sunday
31.Heal the World
32.How do I live
33.I'll be there
34.Just the Way You Are
35.Leaving on a jet plane
36.Let It Be Me
37.Love me with all of your heart
38.Lullaby
39.My Heart Will Go On
40.Sealed with a kiss
41.All I Have to Do Is Dream
42.All The Things She said
43.Wind Of Change
44.Behind Blue Eyes
45.California Dreamin
46.Crocodile Rock
47.Daddy Cool
48.Dancing Queen
49.Delilah
50.Eternal flame
51.Wonderful Tonight
52.White Flag
53.Wall In Your Heart
54.Without You
55.Tian Mi Mi
56.This Ain't A Scene, It's An Arms Race
57.I Don't Want to Miss a Thing
58.Glamorous
59.Like A Virgin
60.
Hips Don’t Lies
61.Run to me
62.Old Texas
63.Out Of The Blue 
64.Judy Judy Judy
65.How Deep Is Your Love
66.Honey
67.Sukiyaki, A Taste Of Honey 
68.This I promise you
69.Break It Off
70.Take me home Country roads
71.A Lover's Concerto
72.Complicated
73.Can’t Fight the Moonlight
74.Crazy In Love
75.Fly Me to the Moon
76.Hero
77.Monalisa
78.Puppy love
80.Bésame Mucho
81.My way
82.The Impossible Dream
83.You Give Me Something
84.You
85.Yesterday
86.Who let the dogs out
87.Wind beneath My Wings
88.When You Say Nothing at all
89.Travelin' Man
90.Till There Was You
91.
Candle in the wind 
92.Tears in Heaven
93.
Where have all the flowers gone
94.
Jambalaya
95.
Hit the road Jack
96.
I'll Have To Say I Love You In a Song
97.
It never rains in Southern California
98.
How Can I Tell Her
99.C
asablanca
100.
Streets of London
101. Total Eclipse Of The Heart
102. Laughter in the rain
103. Have I told you lately
104. Lover's Moon
105. Evergreen tree
106. Love
107. Tell Laura I love her
108. Last Kiss
109. Hero
110. Monalisa
111. Sutter's mill
112. Banks of the Ohio
113. Cruel War
114.
Lily of the the West(Flora)
115. Michael row the boat ashore
116. Stewball
117.
Tom Dooley
118.
Today
119.
Welcome to my world
120.
Love me love my dog
121. Mother of Mine
122. The Windmills of Your Mind 
123. Donna Donna
124.
Gone the rainbow
125. Scarborough fair
126. Yellow Bird 
127. Lemon Tree
128. Shenandoah
129. Mary had a little lamb
130.
Jamaica Fairwell
131. Morning has Broken
132. Joey
133. What Is A Youth?
134. Boulevard
135. GoodBye
136. Hush a bye
137. To Sir, with Love
138. Life
139. For yasgur's Farm
140. My Sentimental Friend
141. Born to love you
142. Old Turkey Buzzard
143. Beyond the Sea
144. Carry on till tomorow
145. Sweetheart Tree
146. I wanna be free
147. Angelina
148. Venus
149. I'd Like to Teach the World to Sing
150. Early in the Morning
151.
I Understand
152.
Tie Me Kangaroo Down, Sport
153.
Try to Remember  
154.
When the saints go marching in
155.
Bad Time
156.
Bridge over Troubled Water  
157. Can't help falling in love with you
158.
ComeBack
159.
D'yer maker
160.
IF I HAD A HAMMER
161. Wednesday's child
162. Look for a star
163. Never on Sunday
164. No Reply
165. River of No Return
166. Summer Breeze
167. The Wedding
168. Donna
169. Way Back Into Love
170. Rehab
171. Killing Me Softly With His Song
172. If You Go Away
173. Those Were The Days,
174. Hey There Delilah
175. Everybody Needs A Friend
176. Torn Between Two Lovers
177. One Way or Another
178. La Bamba
179. Walk Away
180.
The Autumn Leaves
181.
The Lion Sleeps Tonight
182.
My Special Angel
183.
Hey Paula
184. My sentimental friend
185.
Stronger
186.
Me Love
187.
My Sweet Lord
188.
CRYING IN THE RAIN
189.
When the girl in your arms
190.
The Sounds Of Silence
191.
Santa Lucia
192.
Seven Lonely Days
193.
Over and Over
194.
Moonlight Swim
195.
Why Do I Love You So
196.
Whenever, Wherever
197. You've got a friend
198.
It's A Sin To Tell A Lie
199. More Than Words
200.
My Truly, Truly Fair
201. S.O.S
202. Save your kisses for me
203. Christopher Columbus
204. Play That Funky Music
205. Highway Star
206. A Horse With No Name
207. Alone again
208. Last Train to London
209. Let it go
210. Lightning Bar blues
211. He'll have to go
212. Born Too Late
213. I can't stop loving you
214. Love is Blue
215. The green leaves of summer
216. Sleepy lagoon
217. It’s too late
218. Please Mr. Postman
219. Love Letters in the Sand
220.
That's all I want from you 

เข้าฟังเพลงและรับชมข้อมูลได้ที่ http://www.snr.ac.th/wita/music/Music_Center.htm

page1   (01 - 20 )   
page2   (21 - 40 )
page3   (41 - 50 )
page4   (51 - 60 )
page5   (61 - 70 )
page6   (71 - 80 )
page7   ( 81- 90 )

page8   ( 91-100)
page9   (101-110)
page10 (111-120)

page11 (121-130)
page12 (131-140)
page13 (141-150)
page14 (151-160)
page15 (161-170)
page16 (171-180
)

page17 (181-190)
page18 (191-200)
page19 (201-210)
page20 (210-220)
 

191.Santa Lucia

ดวงาราสีเงินที่เปล่งประกายบนนภา คลื่นที่พัดเอื่อย สายลมที่พัดมาแผ่วเบา มาเถิด มาสู่เรือลำน้อยของฉัน Santa Lucia Santa Lucia

Santa Lucia เป็นเพลงพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงของประเทศอิตาลี แต่งขึ้นในราวศตวรรษที่ 19 เพื่ออุทิศให้กับ ชุมชนซานตา ลูเชีย แห่งอ่าวเนเปิ้ล ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นบทเพลงชมความงามของทิวทัศน์ของฉากน้ำหน้าชุมชนซานตา ลูเชีย ในอ่าวเนเปิ้ล เป็นการเชื้อเชิญของชาวเรือให้ลงเรือเพื่อล่องชมความงามยามสนธยาอันแสนโรแมนติค และยังกล่าวว่าเป็นดินแดนศักดิ์สิทธ์ ที่มีแต่ความยิ้มแย้มแจ่มใส จนถูกขนานนามว่าเป็นดินแดนแห่งดนตรี

เพลงนี้ถูกเรียบเรียงโดย TeodoroCottrau (1827 – 1879) ในปี 1849 ที่เนเปิ้ล
Cottrau แปลมาจากเพลง Napuletano เป็นภาษาอิตาเลี่ยน ผู้ที่ได้รับการยกย่อง ว่าเป็นผู้แต่งคือ Guillaume Louis Cottrau (1797 – 1847) ซึ่งเกิดในฝรั่งเศส และ เป็นนักแต่งเพลงและสะสมเพลงมากมายในสมัยนั้น

นอกจากนี้ เพลง Santa Lucia ยังเป็นเพลงประจำมหาวิทยาลัยศิลปากรอีกด้วย สืบเนื่องจาก ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร ท่านเป็นชาวอิตาลี ซึ่งมีชื่อเดิมว่า คอร์ราโด เฟโรชี (Corrado Feroci) และชอบร้องเพลงนี้บ่อย ๆ เวลาทำงาน หลังจากนั้น คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ ได้นำทำนองเพลงนี้ มาใส่เนื้อร้องภาษาไทย โดยใช้ชื่อเพลงว่า "ศิลปากรนิยม"


192.SEVEN LONELY DAYS

GEORGIA GIBBS  นักร้องหญิงร่างเล็ก เสียงสโมคกี้ วอยส์ ที่มีพรสวรรค์ร้องเพลงได้ไพเราะทุกประเภท
ตั้งแต่ป็อป  คันทรี  บัลลาด  เธอจัดเป็นนักร้องผิวขาวคนแรกๆ ที่กล้านำเพลงอาร์แอนด์บีของนักร้องผิวสีมาคัฟเวอร์ 

จอร์เจีย กิ๊บส์ มีชื่อเต็มว่า
FREDDA LIPSCHITZ  เป็นคนอเมริกันเชื้อสายยิว  เกิดที่เมือง WORCESTER รัฐแมสซาชูเซตส์ คุณพ่อเสียชีวิตเมื่อเธออายุ  6  เดือน  จากนั้นเธอถูกนำไปฝากเลี้ยงในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า   และที่นี่เองเธอค้นพบว่าตัวเองนั้นมีพรสวรรค์ด้านเสียงร้อง  เธอร้องเพลงได้ไพเราะ ตรึงใจผู้คน  มักถูกเชิญไปร้องเพลงต่อหน้าสาธารณชนในคอนเสิร์ตการกุศลเสมอๆ  เมื่อแม่ทราบข่าวจึงรับกลับมาอยู่บ้าน  ช่วงนั้นเธอเป็นวัยรุ่นแล้ว เนื่องจากแม่ทำงานหาเลี้ยงชีพ ต้องออกจากบ้านแต่เช้า กลับค่ำ  เฟรดด้ามักถูกทอดทิ้งให้อยู่บ้านตามลำพัง  จนแม่แต่งงานใหม่ เธอจึงใช้ชื่อใหม่ว่า FREDDA GIBSON

ปี  ค.ศ.  1953  จอร์เจีย   กิ๊บส์  นำเพลง
  SEVEN LONELY DAYS ซึ่งเป็นเพลงคันทรีของ BONNIE  LOU  มาคัฟเวอร์  โดยมี THE YALE BROTHERS ร้องแบ็กอัพประสานเสียง ในอเมริกาเพลงของเธอขึ้นถึงอันดับ   5  แต่ในเอเชียหลายประเทศขึ้นถึงอันดับ 1

ระยะหลัง   จอร์เจีย   กิ๊บส์  ป่วยเป็นโรค
LEUKEMIA เม็ดโลหิตขาวมากผิดปกติ เธอรับการรักษาจากศูนย์มะเร็ง   SLOAN-KETTERING ในนครนิวยอร์ก จนกระทั่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม  ขณะมีอายุ  87  ปี  ปิดฉากนักร้องหญิงระดับตำนานแห่งยุค  50s อีกคนหนึ่ง

เพลงฮิตในอดีตเพลงนี้ มีนักร้องนำไปร้องมากมาย เริ่มจาก Georgia Gibbs & The Yale Brothers ในปี 1953 จนมาถึงปี 2002 ก็ยังมีคนนำมาCover ใหม่อีก

ำหรับเมืองไทยนั้นนักแต่งเพลงบ้านเรานำมาใส่เนื้อร้องภาษาไทย กลายเป็นเพลงฮิตที่เล่าขานกันไม่รู้จักจบ  โดย
นคร มงคลายน  เขียนเนื้อร้องใหม่ ตั้งชื่อไทยว่า 
เจ็ดวันที่ฉันเหงา มอบให้เพ็ญแข กัลย์จาฤก เป็นผู้ขับร้อง

สุดฮอตกับวลีที่ว่า.......ผ้าเช็ดหน้าเจ็ดผืนชื้นไปด้วยน้ำตา...
 

183. Over and Over

นานา มูสคูรี เจ้าของผลงานเพลงนี้ เป็นชาวกรีกโดยกำเนิด เกิดเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 1934 ที่เมืองชาเนีย   ในครีต ประเทศกรีซ  ผลงานเพลงของเธอมีมากมาย กว่า 450 อัลบั้ม 1500 เพลง 15 ภาษา  ทั้งภาษา กรีกบ้านเกิด ภาษาฝรั่งเศส อังกฤษ เยอรมัน อิตาลี เสปน โปรตุเกส ดัช ลาติน ฮิบบรู ญี่ปุ่น  ฯ

สัญญลักษณ์ประจำตัวที่ใครๆรู้จักเธอคือ  แว่นตาขอบดำ กับผมดำสลวย
ผลงานของเธอมีตั้งแต่เพลงย้อนยุค 1960 ไปจนถึงเพลงในศตวรรษใหม่ และประสบความสำเร็จอย่างสูงในตลาดเพลงต่างประเทศ จนเธอเป็นนักร้องที่
มีแฟนเพลงมากมายหลายชาติหลายภาษา

ยูนิเวอร์แซล มิวสิค ยืนยันว่าขายอัลบั้มได้กว่า 200 ล้านก๊อปปี้ และเธอเป็นเจ้าของผลงานนี้ นานา มูสคูรี นักร้องชาวกรีกที่ปัจจุบันอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์
 

194. Moonlight Swim

ยุคที่วัยรุ่นคลั่งไคล้วัฒนธรรมอเมริกัน เพราะได้รับแรงบันดาลใจจากเพลงและภาพยนตร์ของโลกตะวันตก   ซึ่งในภาพยนตร์เรื่อง บลูฮาวาย ของ เอลวิส เพรสลีย์ มีเนื้อเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของคนบนเกาะ จึงทำให้ใครๆในยุคนั้นพากันคลั่งไคล้ชายหาดกับทะเลสีฟ้า

Moonlight Swim เป็นเพลงในอัลบั้มบลูฮาวาย ของเอลวิส เพรสลีย์ ราชาร้อคแอนด์โรลที่คนทั้งโลกรู้จัก ออกสู่ตลาดเพลงเมื่อปี 1961 อาศัยความทุ้มนุ่มของเสียงร้อง และจังหวะกระชับที่ชวนให้นึกถึงระบำฮาวาย ทำให้เพลงนี้กลายเป็นเพลงโรแมนติคอีกเพลงที่กินใจคอเพลงรุ่นเก่า  เนื้อหาของเพลงสะท้อนถึงความสวยงามของเกาะฮาวายซึ่งรัฐบาลสหรัฐึอเมริกาประกาศเมื่อปี 2502 ให้เป็นรัฐที่ 50 (รัฐสุดท้ายของอเมริกา)

ฮาวายเป็นหมู่เกาะที่มีประชากรประมาณ 1.2 ล้านคน อยู่ห่างไกลจากแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐอเมริกามาก ทำให้เวลาต่างกันประมาณ 5 ชั่วโมง และมีชื่อเสียงทางด้านการท่องเที่ยว เนื่องจากมีชายหาดที่สวยงาม นักท่องเที่ยวจึงหลั่งไหลเข้าไปเที่ยว ปีละกว่า 7 ล้านคน และมีรายได้จากการท่องเที่ยวมูลค่ากว่า 400,000 ล้านบาท/ปี ทำให้ค่าใช้จ่ายในฮาวายแพงกว่าปกติประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆในสหรัฐอเมริกา เพราะสิ่งของทุกสิ่งต้องขนไปจากแผ่นดินใหญ่

 

195.Why Do I Love You So

คนไทยในยุค 60 ที่หัดเล่นกีตาร์ คงจะไม่ปฏิเสธว่า เพลง Why Do I Love You So คือเพลงแรก ๆ ที่ใช้หัดเล่นกีตาร์กัน เขาเป็นนักร้องที่คนไทยรู้จักมากที่สุดคนหนึ่ง เพลงของเขาถูกเปิดออกอากาศอยู่บ่อย ๆ ผลงานเพลงนี้เป็นของจอห์นนี่ ทิลลอตสัน

J
ohnny Tillotson หรือ John Tillotson   นักร้องและนักแต่งเพลงชาวอเมริกัน เกิดเมื่อ 20 เมษายน 1939 ที่ เมืองแจ้คสันวิล รัฐฟลอริดา เขาอัดแผ่นเสียงและเล่นละครเวทีตั้งแต่สมัยยังเรียนมัธยม, พอเรียนมหาวิทยาลัยที่ University of Florida,   ก็มีรายการวาไรตี้โชว์ างสถานีโทรทัศน์เป็นของตัวเอง ด้านการศึกษาเขามีดีกรีปริญญาตรีวารสารศาตร์จากมหาวิทยาลัย เมื่อปี1959 และมีกิจการห้องอัดแผ่นเสียง Cadence Records เป็นของตนเอง แล้วจึงย้ายไปอยู่ที่กรุงนิวยอร์ค

40 ปีในวงการเพลง ซิงเกิลของเขาขึ้นชาร์ทบิลบอร์ดมากถึง  26 เพลง  ดังไปทั่วทั้งในอเมริกาและในหลายๆประเทศ ด้วยบทเพลงรักอมตะแสนหวาน เช่น Dreamy Eyes , Why Do I Love You So,

เคยมาเปิดการแสดงที่เมืองไทยเมื่อ  20 ปีที่แล้วที่ดุสิตธานี และครั้งล่าสุดเมื่อเดือนธันวาคม  2548   ชื่อคอนเสิร์ต
A Romantic Evening With Johnny Tillotson
ณ ห้องวิภาวดีบอลรูม โรงแรมโซฟิเทล เซ็นทรัลพลาซ่า(ลาดพร้าว) ท่ามกลางแฟนเพลงคนไทยยุค 60
ร่วมเข้าชมและร้องคลอตามกันอย่างมีความสุขกระหึ่มห้อง
 

196.Whenever, Wherever

Whenever, Wherever" เป็นเพลงป้อป ลาตินที่
 ศิลปินสาวซุปเปอร์สตาร์ลาติน ชากิร่า นักร้อง นักแต่งเพลงสายเลือดโคลอมเบีย ได้ประพันธ์ไว้และร้องด้วยตนเอง ในอัลบั้ม , Laundry Service :ซึ่งออกวางจำหน่ายในปี  2001นับเป็นอัลบั้มแรกที่เป็นภาษาอังกฤษ  ทำยอดขายได้มากกว่า 12 ล้านก๊อปปี้ สร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จอย่างมากมาย ไม่ว่าจะจากเวที GRAMMY AWARDS , LATIN GRAMMY และ BILLBOARD MUSIC AWARDS ถือเป็นความสำเร็จอีกครั้งของเธอ นับจากปี 1999  "Whenever, Wherever" นี้มีทั้งเวอรชั่นที่เป็นภาษา สเปนชื่อเพลง " Suerte", ความหมายในภาษาอังกฤษคือ 'luck' ที่แปลว่าโชคดีนั่นเอง

 

197.You've got a friend

Carole Klein เริ่มชีวิตศิลปินจากการเป็นนักเปียนโน ก่อนที่จะผันตัวเองมาเป็นนักร้องในแนว quartet ที่เรียกว่า The Co-Sines ที่โรงเรียน Abraham Lincoln High School และที่ Queens College, เธอได้รู้จักกับ Paul Simon, Neil Sedaka , Gerry Goffin.

เพลงในแนวที่เธอถนัดคือ FOLK, POP, ROCK ว่ากันว่าเธอรวมเอาความเป็น The Beatles , The Byrds ,Aretha Franklin ,Dusty Springfield, มาไว้ในตัวเธอ จนมีคนเรียกเธอว่าราชินีเพลง ในยุค 70-80

นอกจากเล่นเปียนโนได้ดีและเป็นนักแต่งเพลงที่ดีอีกคนหนึ่งแล้ว ผลงานของเธอขายได้มากกว่า 25 ล้านอัลบั้ม, ยิ่งมีที่ปรึกษาชั้นดีคือ Gerry Goffin นักแต่งเพลงมือเซียน ที่เป็นสามีของเธอเอง ทำให้ทั้งคู่ประพันธ์เพลงร่วมกัน และอยู่เบื้องหลังนักร้องดังอีกหลายๆคน

สำหรับเพลงที่เธอร้องกินใจคนไทย จนทำให้ทุกคนรู้จักเธอดีนั่นคือเพลง You've got a friend ซึ่งหลายๆคนอาจจะรู้จักเพลงนี้จากการร้องของ James Tailor  แต่เพลงนี้เองได้รับรางวัล Song of the Year

ปี 1973 Carole King เปิด free concert ที่ Central Park ในกรุง New York City และทำลายสถิติฝูงคนเข้าชมอย่างล้นหลามกว่า 100,000 คน รางวัลที่การันตีผลงานของเธอคือ Grammy Awards เมื่อปี พ.ศ.1971 ทั้ง Record, Song, Album of the Year และ Best Pop Vocal Performance ตกเป็นของเธอคนเดียวในปีนั้น

 

198. It's A Sin To Tell A Lie

พลงนี้ประพันธ์โดย Billy Mayhew มีนักร้องนำไปร้องหลายคนหลายเวอร์ชั่นมาก ผลงานของ Bill Kenny นักร้องจากฟิลาเดลเฟีย, รัฐเพนซิลวาเนีย ร่วมกับกลุ่มนักดนตรีผิวสี 
The Ink Spots บันทึกไว้ตั้งแต่ปี 1935
และ
Fats Waller  นำไปร้องเมื่อปี 1935 ได้รับความนิยมสูงสุดติดอันดับ 1     และอันดับ 5 ร้องโดย Victor Young  ในปี 1955       อันดับที่ 7 เป็นผลงานของ  Somethin' Smith and the Redheads และอันดับ 99 ในปี 1964 ร้องโดย Tony Bennett

เวอร์ชั่นที่แปลกหูด้วยลูกผสมหลายๆแนวทั้ง swing และ folk music   เป็นผลงานของ The Parsons
เนื้อหาของเพลง เป็นเรื่องของคนที่กำลังมีความรัก รักเขแต่กลัวเขาจะรักไม่จริง ทำให้ต้องอกหักเหมือนคนอื่นๆ  จึงจำเป็นต้องถามให้มั่นใจ..... "โกหกน่ะมันบาปนะ"

เพราะความไพเราะของเพลงนี้ จึงถูกนำทำนองมาใช้และเปลี่ยนเป็นเนื้อไทย โดยยังคงความหมายของเพลงเดิมไว้ ชื่อเพลง บาป ขับร้องโดยศรีไศล สุชาติวุฒิ
 

199.More Than Words

Nuno Bettenco สมาชิกวง Extreme  หนึ่งในนักกีตาร์ชั้นนำของโลก เกิดที่โปรตุเกส ที่หมู่เกาะอาซอเรส ในยุคทศวรรษที่ 70 ครอบครัวจึงย้ายไปอยู่รัฐแมสซาชูเส็ตส์ สหรัฐอเมริกา ตอนเด็กๆใฝ่ฝันทำงานด้านดนตรีและเป็นคนรักกีฬามาก โดยเฉพาะวิ่ง ฮอกกี้ และฟุตบอล ตอนเข้าโรงเรียนมัธยมปลาย จึงเริ่มเล่นกลอง ขณะที่พี่ชาย -Louie เล่นกีตาร์และเป็นคนสอนให้นูโน่ แต่นูโน่เป็นคนที่เรียนได้ช้ามาก จนพี่ชายแทบจะถอดใจ

ดังนั้น เพื่อไม่ให้พี่ชายผิดหวัง นูโน่เริ่มฝึกซ้อมด้วยตัวเองหนักขึ้น และเมื่อเลื่อนชั้นขึ้น ม.5 จึงตัดสินใจเลิกเล่นกีฬา หันมาเล่นกีตาร์แบบจริงจัง เมื่อฝีมือกล้าแกร่งขึ้นจึงเข้าร่วมวงตามคำเชิญของแกรี่ เชอโรน สมาชิกผู้ก่อตั้งวงเอ็กซ์ตรีมในเวลาต่อมา ทั้งสองชอบแนวเพลงแบบเดียวกัน ออกซิงเกลชุดแรกในปี 2532  "Kid Ego" ยอดขายไปได้ แต่อัลบั้มต่อมาไม่ค่อยเวิร์ก จนกระทั่งมาถึง More Than Words แนวอะคูสติกบัลลาด ที่ติดชาร์ตฮอต 100 ในปี 2534 จากนั้นวงจึงออกทัวร์ยุโรป และเพลงจึงค่อยๆไต่อันดับขึ้นไป


200.My Truly, Truly Fair

เป็นเพลง pop ที่ประพันธ์โดย Bob Merrill.ในปี 1951 และเป็นเพลงที่ฮิตที่สุดของเขาที่ร้องโดย Guy Mitchell. ดนตรีโดย Mitch Miller and his orchestra  เมื่อ 30,เมษายน 1951. จัดจำหน่ายโดย Columbia Records

ขึ้นถึงอันดับ 2 ชาร์ทของ วารสารบิลบอร์ด. และได้รางวัล The Billboard magazine อยู่บนชาร์ทนานติดต่อกันถึง 8 สัปดาห์
"นคร มังคลายน" นำมาใส่เนื้อไทยและใช้ชื่อว่า "อยากกินกาแฟ" เป็น 1 ในเพลงแปลงที่ได้รับความนิยมในยุคนั้นเช่นกัน
 


(ยังมีต่อ)

ไม่สงวนสิทธิ์ในการนำไปใช้ประโยชน์ทางการศึกษาแต่ขอความกรุณาอ้างอิงแหล่งที่มาตามสมควรจะขอบคุณยิ่ง


August
18, 2007 

 

กลุ่มบริหารทั่วไป โรงเรียนศึกษานารี
176 ถ.ประชาธิปก  เชิงสะพานพระปกเกล้า
แขวงวัดกัลยาณ์  เขตธนบุรี   กทม.10600
by wita:wita_snr@hotmail.com