|
page1 (01 - 20 )
page2 (21 - 40 )
page3 (41 - 50 )
page4 (51
- 60 )
page5 (61 -
70 )
page6 (71 -
80 )
page7 ( 81-
90 )
page8
( 91-100)
page9
(101-110)
page10
(111-120)
page11 (121-130)
page12 (131-140)
page13 (141-150)
page14 (151-160)
page15 (161-170)
page16
(171-180)
page17
(181-190)
page18
(191-200)
page19
(201-210)
page20
(210-220)
161.
Wednesday's child
Terence Parsons
หรือชื่อในวงการเพลงว่า แมธ
มอนโร นักร้องจากเมือง
Shoreditch ในกรุง London
ประเทศอังกฤาเคยนำผลงานเพลงของเขากระหึ่มทุกสถานีวิทยุเกือบทุกคลื่นมาตั้งแต่ปี
1956 เพลงของเขาประทับใจนักฟังเพลงมาก
โดยเฉพาะกับบทเพลงที่มีความหมายสุดกินใจเพลงนี้
Wednesday's child
เด็กวันพุธเป็นเด็กที่อาภัพมีแต่ความผิดหวัง
แต่ยามที่เธอยิ้มให้ครั้งนั้นหลงไปว่าฉันไม่ได้เกิดวันพุธนะ
เด็กวันศุกร์เป็นคนมีโชคในเรื่องของความรัก
ในอ้อมกอดเธอทำเอาฉันเพ้อไปว่าฉันนี่ละเด็กวันศุกร์
แต่ตอนนี้เธอหายไปแล้ว
จึงสำนึกได้ว่าฉันเกิดวันพุธจริงๆด้วย
เป็นเด็กวันพุธที่เกิดมาเพื่อความเดียวดาย
ชาวยุโรปเองมีความเชื่อเช่นนั้น
ดังบทกวีที่แพร่หลายมาก
กล่าวถึงโชคชะตาของเด็กๆที่เกิดในวันต่างๆดังนี้
Monday's child is fair of face,
Tuesday's child is full of grace,
Wednesday's child is full of woe
Thursday's child has far to go,
Friday's child is loving and giving,
Saturday's child works hard for its living,
And a child that's born on the Sabbath day
Is blithe and bonny and good and gay
มีสรุปที่ตรงกันคือคนเกิดวันพุธนั้นช่างอาภัพยิ่งนัก
ตรงกันข้ามกับราศีของไทยที่กล่าวว่าเด็กวันพุธจะเป็นดังนี้
เป็นคนฉลาด มีไหวพริบ รักสนุก และเป็นคนช่างคิด
รอบคอบทุกเรื่อง คนเกิดวันนี้ เป็นคนมีเสน่ห์
พูดจาสุภาพเรียบร้อย
ในเรื่องของความรักจะชอบคนที่มีความเข้าอกเข้าใจกัน
เคารพซึ่งกันและกัน และมีทัศนคติที่คล้ายๆกัน
162.
Look
for a star
เป็นเพลงที่มีความหมายดีมาก
เนื้อหาของเพลงเป็นการปลุกปลอบขวัญไม่ให้ท้อแท้
ยามที่คุณรู้สึกว่าชีวิตไม่ประสบความสำเร็จ
ไม่มีแม้คนเคียงข้าง ให้แหงนหาดาวสักดวง ในยามเหงา
เปล่าเปลี่ยว ห่างไกลจากเพื่อนๆ
ยังมีดาวอีกดวงที่คงเคียงข้างคุณ
ทุกคนมีดาวแห่งโชคลาภที่ส่องสกาวอยู่บนท้องฟ้า
ถึงคุณจะเป็นใคร จะเป็นเศรษฐี หรือยาจก ไม่สำคัญ
เพื่อนอีกคนรอส่องนำทางคุณอยู่แล้ว แหงนหาดาวสักดวงสิครับ
163.
Never on Sunday
เป็นเพลงประกอบหนังจากรางวัล Academy Award for Best Song
เมื่อปี 1960
เนื้อหาของเพลงเป็นเรื่องราวที่เธอร้องขอจากแฟนให้วันอาทิตย์เป็นวันหยุดของเธอ
ส่วนเธอจะจูบฉันวันไหนก็ได้ จันทร์ถึงศุกร์ยอมหมด
เว้นให้ฉันวันเถอะ วันอาทิตย์นะ
ถ้าจะมากไปกว่านี้ คุณก็ไปเป็นแขกของฉันซิ
คุณจะขอเพิ่มอีกไม่ได้.มันเป็นวันพักผ่อนของฉัน
บอกวันที่คุณชอบมากที่สุดมาก็ได้
แต่ต้องเว้นวันหยุดของฉันบ้างก็เท่านั้น
คุณก็ยังจะจูบฉันในวันที่อากาศเย็น
ในวันที่อากาศร้อน วันฝนตก
หรือวันอื่นๆให้เลือกเอา
วันกรรมกร วันเงินเดือนออก ฉันก็ว่าง
คุณจะจูบในวันที่เศร้าสร้อยวันที่หงอยเหงา
วันสุดสัปดาห์
ทำไมไม่มาเป็นแขกของฉันล่ะแต่ต้องเว้นวันอาทิตย์นะ
วันอาทิตย์วันเดียวเท่านั้น ฉันขอพักหน่อยนะ
164.
No Reply
เป็นเพลงของ The Beatles
จากอัลบั้มของอังกฤษที่ชื่อ Beatles for Sale
และของอเมริกาที่ชื่อ Beatles '65. เพลงนี้เขียนโดย
John Lennon โดยมี McCartney.ช่วยเรียบเรียง
เพลงนี้กล่าวถึงหนุ่มนายหนึ่งพยายามจะติดต่อแฟนเขา
ไปหาก็บอกไม่อยู่ ทั้งๆที่เห็นเธอจากแสงไฟที่หน้าต่าง
เพียรโทรไปอีก คนที่บ้านก็บอกเธอไม่อยู่
เห็นทั้งเห็นเธอกอดอยู่กับใครไม่รู้
อยากบอกว่าไม่มีชายคนไหนจะรักเธอมากเท่าฉัน
165.
River of No Return
ภาพยนตร์ที่โด่งดังในอดีต จากการแสดงนำของมาริลีน มอนโร
และโรเบิร์ต มิชชั่ม เมื่อปี 1954
สายน้ำที่เป็นจุดขายของหนังเรื่องนี้ถ่ายทำในประเทศแคนาดา
และมีเพลงเอกเป็นชื่อเดียวกับชื่อหนัง
เพลงนี้ร้องโดย Marilyn Monroe
นางเอกที่ทั้งสวยและเซ็กซี่จนกลายเป็นจุดขายในเรื่องของ
sex symbols
มีนักแสดงไม่มากนักที่ประสบความสำเร็จจากการเป็นทั้งนักแสดงและร้องเพลง
และเพลงนี้เธอร้องด้วยตนเอง
ก่อนจะมาเป็นดาวดวงเด่นของฮอลลีวู้ด
เป็นเรื่องเหลือเชื่อที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่เกิดมาท่ามกลางความรันทด
ชีวิตของเธอช่างแสนเศร้า Norma Jeane
หาทางออกให้ครอบครัวที่ย่ำแย่ของเธอด้วยการแต่งงานตั้งแต่อายุ
16 และพอ 18 เธอก็หย่าร้างหันไปใช้ชีวิตเป็นสาวโรงงาน
โชคชะตามาหักเหเมื่ออายุ 18
เมื่อเธอก้าวมาเป็นนักแสดงในชื่อใหม่ที่คนทั้งโลกรู้จักในเวลาต่อมานั่นคือ
Marilyn Monroe และสิ่งที่ทำให้เชื่อว่าไม่ธรรมดาของเธอ
คือคำพูดในประโยคเหล่านี้"I'm not interested in money. I
just want to be wonderful" /If I'm a star, then the
people made me a star" /"All I want is to be loved, for
myself and for my talent"
Marilyn Monroe
166.
Summer Breeze
Seals and Crofts ทำอัลบัมร่วมกันชุดแรกเมื่อปี 1969 ใช้ชื่ออัลบัมว่า
"Seals and Crofts" และได้ออกอัลบั้มตามมาอีกหลายชุด
แต่ชุดที่ทำให้เขาทั้งสองคนเป็นที่รู้จัก
และประสบความสำเร็จมากที่สุดก็คือผลงานในอัลบั้มชุด "Summer
Breeze"
Dash Crofts and Jimmy Seals วางแนวดนตรีแบบ Folk Rock
ซึ่งเครื่องดนตรีที่โดดเด่นมากๆ ก็คือ Acoustic Guitar,
Classic Guitar และ Mandolin
ซึ่งทั้งสองคนต่างก็มีความสามารถและเชี่ยวชาญในการเล่นเครื่องสายเป็นอย่างดี
ซึ่งหลักๆ แล้ว Crofts จะรับหน้าที่เล่น Mandolin, สำหรับ
Seals จะรับหน้าที่เล่น Acoustic/Classic Guitar
แต่ในบางครั้งเขาก็จะสลับกันเล่น ซึ่งก็่เช่นเดียวกันกับการเขียนเพลงและเรียบเรียงดนตรี
ซึ่งทั้งสองต่างมี
บทบาทที่ไม่ด้อยไปกว่ากัน
การออกแบบท่วงทำนองของบทเพลง Summer Breeze สำเนียงคอร์ด
Em ที่เริ่มเล่นจากสายเปล่าที่ 6 (E) ที่ผ่านมายัง C
แค่สองคอร์ดในท่อนขึ้น
จะทำให้เรารู้สึกเหมือนว่าบทเพลงนี้มีมนต์ขลังพอที่สามารถสะกดให้เราตั้งอกตั้งใจฟังอย่างเสียไม่ได้
และแน่นอนว่าการเรียบเรียงเสียงประสานของเขาทั้งคู่
ก็ยิ่งทำให้บทเพลงนี้มีเสน่ห์มากขึ้น
และนี่ก็คืออีกจุดขายของเขา
ผลงานของเขาทั้งสองได้รับการยอมรับและประสบผลสำเร็จจนได้ขึ้นถึงอันดับ
6 ของ The Billboard Chart เมื่อปลายปี 1972
167.
The Wedding
168.
Donna
ริชชี่ วาเลนส์ เกิดที่ Pacoima
ใน San Fernando เมือง Los
Angeles เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม
1941 พออายุแค่ 5
ขวบ เริ่มสนใจดนตรี จึงขอให้พ่อซื้อทั้งกีตาร์ และทรัมเปตให้เขาเล่น
และยังฝึกเล่นกลองในเวลาต่อมา
อายุ
16 ก็ตั้งวงดนตรีตระเวณเล่นกันแล้ว โดยตัวเขาเล่นกีตาร์โซโลเอง
ปี 1958 มีโอกาสทำแผ่นเป็นของตนเอง โดยมีเพลง
Donna เป็นหนึ่งในชุดนี้
เพลงนี้ออกมาคู่กับเพลง La Bamba
ซึ่งในปีนั้นเขาเองยังเรียนไม่จบระดับมัธยมด้วยซ้ำไป
หลังจากไปท่องหาประสบการณ์ที่อเมริกา
และฮาวาย
ได้พักก็กลับมาหากินในถิ่นเดิมที่ลอสแองเจลลิส
อีกครั้ง คราวนี้เขาได้เล่นหนังเรื่อง Go Johnny Go
ช่วงฃีวิตนี้เขารุ่งโรจน์มาก
ต้นปี 1959, Valens ออกเดินทางไป Midwest เพื่อร่วมทัวร์
เทศกาลดนตรี The Winter Dance Party และในวันที่
3
กุมภาพันธ์ 1959 ร็อคสตาร์ที่กำลังมาแรงที่สุดในขณะนั้น 3
คนคือ บัดดี้ ฮอลลี (22 ปี) ริชชี วาเลนส์ (17 ปี) และ เจ
พี ริชาร์ดสัน (23 ปี)
ประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกเสียชีวิตในคราวเดียวกัน
วันนี้ถูกเรียกว่า The Day The
Music Died?
ตรงตามบัลลาด
American Pie
ของนักร้องดัง Don McLean
แต่งให้ในปี 1971
สำหรับ
Donna เพลงนี้เขาแต่งเพื่อเพื่อนสาวของเขา
หล่อนชื่อ Donna ครั้งหนึ่งทั้งสองเคยรักกันแต่เธอได้จากเขาไป
ตอนนี้ เขาเหงา เขายังรักเธออยู่ เธอล่ะไปทำอะไรอยู่ที่ไหน
169.
Way Back Into Love
เพลงจากซาวด์แทรกซ์ภาพยนตร์เรื่อง Music and Lyrics
สี่ห้องใจนี้ มีแต่เสียงเธอ, หนังรักโรแมนติดในแนว
คอมเมดี้ เข้าฉายเมื่อวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมานี้เอง
เป็นบทเพลงที่แสนไพเราะ
บรรยายถึงเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวคู่หนึ่งได้อย่างหมดจดยิ่งนักจากผลงานการประพันธ์คำร้องและดนตรีโดย
Adam Schlesinger ออกวางจำหน่ายเมื่อ 13 กุมภา 2007
ภายใต้สังกัด ATLANTIC / WEA
170.
Rehab
Amy Winehouse เจ้าของเพลงนี้เป็นชาวอังกฤษที่เกิดมาในครอบครัวที่มีเชื้อสายยิวและเป็นนักดนตรีแจส
เธอโตมาจากชานเมือง Southgate,
ทางเหนือของกรุงลอนดอนที่โรงเรียน Ashmole School. อายุได้
10 ขวบเธอก็เข้าแก๊งค์กับพวกแร๊ป
Amy มีมาดแบดเกิร์ล แบบที่สามารถคว่ำโต๊ะทานข้าว
ในร้านอาหารได้โดยไม่ต้องคิดมาก หากคุณดันปากพร่อย
พูดไม่เข้าหูเธอ และอย่างที่เธอเตือนไว้แล้ว
ว่าไม่มีทางที่คุณจะควบคุมเธอได้ง่าย ๆ
Amy แต่งเพลง Rehab
หลังจากปฎิเสธต้นสังกัดที่พยายามส่งเธอเข้ารับการบำบัดอาการติดเหล้าอย่างหนัก
ความอมทุกข์ซึ่งแผงภายใต้ความเจ้าอารมณ์
และกรี้วกราดในอัลบั้ม Frank ไม่ต่างจากการทำร้ายตัวเอง
ภาพนี้กลายเป็นอดีตและถูกทดแทนด้วยมาดของสาวซ่านักปาร์ตี้ตัวยง
รักสนุก แถมยังดูเปิ่นและซุ่มซ่าม เธออาจจะดูร้ายกับทุก ๆ
คน แต่นั่นก็เป็นเพราะเธอร้ายกาจกับตัวเองด้วย
ตอนอายุ 13 Amy Winehouse
ถูกไล่ออกจากโรงเรียนศิลปะการแสดง Sylvia Young Theatre
School หลังจากเรียนมาร่วมปี แต่ไม่ยอมปรับตัวใด ๆ
ต่อมาเพื่อนชายของเธอคือTyler
James,นักร้องเพลงโซลได้ให้เดโมเทป
กับเธอมาจึงทำให้เธอเริ่มจริงจังกับการร้องเพลงเมื่ออายุ
16
(ยังมีต่อ) |