|
page1 (01 - 20 )
page2 (21 - 40 )
page3 (41 - 50 )
page4 (51
- 60 )
page5 (61 -
70 )
page6 (71 -
80 )
page7 ( 81-
90 )
page8
( 91-100)
page9
(101-110)
page10
(111-120)
page11 (121-130)
page12 (131-140)
page13 (141-150)
page14 (151-160)
page15 (161-170)
page16
(171-180)
page17
(181-190)
page18
(191-200)
page19
(201-210)
page20
(210-220)
141.Born
to love you
ที่เคยสงสัยว่าชีวิตนี้ออยู่เพื่ออะไรต่อเมื่อเธอกอดฉันนั่นแหละ
ก็ไม่สงสัยอะไรอีกแล้ว
ก็เกิดมาเพื่อรักเธอเพื่อแบ่งปันรอยยิ้มและน้ำตาเพื่ออยู่ใกล้ๆเมื่อเธอต้องการเกิดมาเพื่อรักเธอจนตาย
Cindy Walker (20 กรกฏาคม 1918 - 23 มีนาคม, 2006)
เธอเป็นทั้งนักร้อง นักแต่งเพลง และนักเต้นระบำ
ชาวอเมริกัน เธอเกิดที่เมือง Mart รัฐเท็กซัส
เพลงจากบทประพันธ์ของเธอฮิตหลายเพลงรวมทั้งที่แต่งให้นักร้องดังๆในยุคนั้นอย่างเช่น
บิง ครอสบี้ ,รอย ออบบิสัน,
จิม รีฟ บทประพันธ์ของเธอเคยขึ้นถึงอันดับ
1 ของอังกฤษ นานถึง 6 สัปดาห์ในปี 1966 ซึ่งก่อนจะมาถึงจุดนี้
เธอต้องฝ่าฟันปัญหามากมายโดยเฉพาะกับพ่อของเธอเองที่ไม่สนับสนุน
และไม่เชื่อว่าเธอจะทำได้
แต่เธอก็ได้แม่ของเธอช่วยไว้
ทำให้ผลงานของเธอประสบความสำเร็จ จนกลายเป็นดาวรุ่งในแนวคันทรี่อีกคนหนึ่งของวงการเพลงในยุคนั้น
142.
Old
Turkey Buzzard
ผลงานเพลงจากศิลปินบอด
Puerto Rican หรือที่รู้จักกันในชื่อ
Jose Feliciano.นักร้องหนุ่มตาบอดทั้ง
2 ข้างชาวเปอร์โตริกัน ผู้ได้รับการขนานนามว่า นักกีตาร์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ยังมีชีวิต "
The Greatest Living Guitarist " วารสาร Guitar
Player ได้ยกย่องให้เขาเป็นนักกีตาร์เพลงป้อปยอดเยี่ยม
Best Pop Guitarist ถึง 5 ปี ติดต่อกัน โดยบันทึกชื่อไว้ในทำเนียบนักกีตาร์
และได้รับการ vote ในประเภท Best Jazz และ
Best Rock Guitarist จากผู้อ่านนิตยสาร Playboy
อีกหลายครั้ง
เพลงนี้เป็นซาวด์แทร็กซ์จากภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ในอดีตของ
Columbia Pictures Corporation
เรืองMacKenna's Gold
หรือชื่อไทยว่าขุมทองแมคเคนนา
หนังคาวบอยที่แสดงนำโดยโอมาร์ ชารีฟ และ
เกรกเกอรี่ เป็ค เคยดังระเบิดในบ้านเรายุคของ
ซุปเปอร์พานาวิชั่น 70 เมื่อปี 1969
เป็นเรื่องราวของทองในหุบเขาที่ล่อให้ฝูงชนที่หวังจะมีโชคจากการขุดค้นหาทองไปตายนักต่อนัก
แต่ก็ยังมีผู้แสวงโชคที่ไม่กลัวความตายดาหน้ากันเข้าไปเสี่ยงชีวิตคนแล้วคนเล่าในหุบเขามรณะ
'Canyon del Oro',ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางภยันตราย
และยังเป็นถิ่นของอินเดียนแดง
เนื้อหาของเพลงเล่าถึงเจ้าแร้งแก่ที่โบยบินบนฟ้าสูงจับตารอดูความตายของฝูงคน
ที่กล้าบ้าบิ่น ยอมทำได้ทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อทอง
143.
Beyond the Sea
ผลงานการประพันธ์เนื้อร้องโดย Jack
Lawrence.แปลมาจากเพลงฝรั่งเศสชื่อ " La mer "
(ความหมายคือ The Sea) ซึ่งประพันธ์เนื้อโดย Charles
Trenet.ถูกนำมาร้องหลายคน George Benson , Ray Coniff ,
Diana Krall, Sandpipers. Robbie Williams
แต่ที่รู้จักกันมากที่สุดเป็นเสียงร้องของ Bobby Darin
"Beyond the Sea" ฮิตจนมีผู้นำไปเป็นซาวด์แทร็กซ์หนัง
หลายเรื่อง ตัวอย่างเช่น Apollo 13, Austin Powers in
Goldmember, Goodfellas, Black Rain,and The X-Files,Boy
Meets Girl, Diner,Evening
Star,Father Of The Bride,Fedora
Funny Bones,Good Fellas,Havana,Sea Of Love,Tequila
Sunrise Unzipped
สุดท้ายที่มาโกยเงินในบ้านเราคือหนังการ์ตูนของวอลทซ์ดิสนีย์
เรื่อง Finding Nemo
ปลาเล็กหัวใจโต๊โต
144.
Carry on till tomorow
เพลงป้อปสุดโรแมนติคของ Badfinger
วงดนตรีจากเมือง Swansea, เวลส์ ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี
1965, จัดเป็นวงสร้างของ The Beatles
สี่เต่าทองผู้ยิ่งใหญ่ในอดีต
ก่อนจะมาเป็น Badfinger ทั้ง Paul McCartney, George
Harrison และ John Lennon. 3 ใน 4 จากวง สี่เต่าทอง
เห็นชอบตรงกันที่จะสนับสนุนพวกเขา โดยมีพอล แมคคาร์ทนีย์
เป็นหัวหอกในการช่วยแต่งเพลงและเป็นโปรดิวเซอร์ให้เอง
และปรับเปลี่ยนจากชื่อวง The Ivy League มาเป็น Badfinger
ภายใต้สังกัดเครื่องหมายการค้าของ The Apples
ซึ่งเป็นบริษัทของวง The Beatles
จึงเท่ากับส่งเสริมพวกเขาโดยตรง
กับเมโลดี้ที่ฟังสบายๆง่ายๆลงตัว
และสำเนียงของกีตาร์ที่หวานเฉียบด้วยเนื้อหาของเพลงที่ให้ข้อคิดแก่ชีวิต....เขาบอกว่าชีวิตคนเรานั้นสั้นนัก
อย่ากลัวความผิดหวัง อย่าท้อแท้ ชีวิตนี้เป็นของเราเอง
ถ้าเส้นทางนี้มันมืดมิดนักก็เลือกทางเดินอื่นใหม่ที่พอมีแสงสว่าง
ท่ามกลางหมู่เมฆที่มืดทึบก็ต้องมีแสงทองแห่งรุ้งกินน้ำ
อยากสู่อิสระก็ต้องข้ามพายุแห่งความยากลำบากไปให้ได้
หลังการเดินทางอันเหน็ดเหนื่อย
ต้องได้พบกับแสงสว่างอันสดใสของชีวิต
จงยืนหยัดสู้ต่อไปให้ถึงที่สุด
อย่าหันหลังกลับ.........เดินหน้าสู้ต่อไปจนกว่าจะถึงพรุ่งนี้
145.
The
Sweetheart Tree
ว่ากันว่ามีต้นไม้ในป่าอยู่ชนิดหนึ่งที่คุณสามารถขอคำอธิษานให้เป็นจริง
ได้โดยการสลักชื่อของคุณไว้ที่ต้นไม้ต้นนั้น
ว่ากันว่าถ้าคุณประทับรอยจุมพิตที่ต้นไม้นี้แล้ว
ความรักของคุณจะสมประสงค์ ตลอดไป
เพลงนี้เคยฮิตมากในบ้านเราสมัยที่นักร้องสาวชาวฟิลิปปินส์
วีจี นำมาร้องในแนวของเพลงโฟล์คซองเมื่อปี 2515
ต้นฉบับประพัน์เนื้อร้องโดย
Johnny Mercer และประพันธ์ดนตรี
ในจังหวะวอลทซ์โดย Henry Mancini,
ได้รับความนิยมประมาณปี 1960
Johnny Mathis
นำเพลงนี้ไปร้องในปี 1965
และยังนำไปรวมลงอัลบั้ม
The Ultimate Hits Collection
อีกครั้งในปี 1998
xu 1966 แอนดี้ วิลเลี่ยมส์ หรือ
Howard Andrew Williams
นักร้องเพลงป้อป ชาวอเมริกัน
เคยนำเพลงนี้ไปร้องและคว้ารางวัลจากเพลงนี้ด้วย
146.
I wanna be free
เพลงใสๆของThe
Monkees วงป้อปจากอเมริกา ที่ได้เกิดบนถนนดนตรีจากรายการวาไรตี้โชว์ทางทีวีเมื่อปี
1965
สมาชิก 4 หนุ่มประกอบไปด้วย Micky Dolenz มือกลอง จาก Los
Angeles, รัฐแคลิฟอรืเนีย Peter Tork มือเบส จากวอชิงตัน
Michael Nesmith
มือกีตาร์จากเมิอง Houston, รัฐเท็กซัส และร้องนำโดย Davy
Jones จากเมือง Manchester,ประเทศอังกฤษ
จากการแสดงครั้งนั้นสร้างความประหลาดใจเป็นอย่างยิ่งเพราะผลงานเพลงทั้งอัลบั้มของเขาฮิตเปรี้ยงปร้างแบบฉุดไม่อยู่
เป็นอีก 1
ผลงานที่ฟังสบายๆด้วยเมโลดี้ที่ทำให้ตนฟังคุ้นหูได้ง่ายๆ
เนื้อหาของเพลงเขาอยากเป็นอิสระ เหมือนนกที่โผบินในท้องฟ้า
เหมือนคลื่นที่ถาโถมบนท้องทะเล อย่าได้มาผูกมัดกันเลย
อย่าบอกว่ารักฉันแค่ชอบก็พอนะ
ฉันอยากจูงมือเธอวิ่งเล่นบนผืนทราย หัวเราะกันภายใต้แสงแดด
สนุกสนานกับทุกๆสิ่งด้วยกัน
บอกซิว่าเราจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป ฉันอยากเป็นอิสระนะ
147.
Angelina
148.
Venus
เนื้อหาของเพลงบอกว่า วีนัสเทพธิดาแห่งความงามและความรัก
ผู้มีดวงตาเป็นอาวุธสามารถสะกดให้คนคลั่งใคล้หลงไหลได้
ฉันนี่แหละคือเทพธิดาองค์นั้นของคุณ
เทพีวีนัส เป็นเทพีแห่งความงาม ความรัก และการแต่งงาน
นางเป็นภรรยาของเทพวัลแคน เทพแห่งเพลิงและภูเขาไฟ
นางพรายสมุทรเป็นผู้พบเธฮและพาเธอไปอยู่ในถ้ำปะการัง
เลี้ยงดูเธออย่างทะนุถนอม
สอนสั่งเธอด้วยความใส่ใจเป็นที่สุด
จากนั้นเหล่านางพรายสมุทรก็พาเธอขึ้นมายังผิวพื้นทะเล
เพื่อให้ปวงเทพอื่นๆได้รู้จัก
เมื่อเท้าเธอสัมผัสกับทรายขาว
ทุกสิ่งน้อมคารวะแต่ความงามอันล้ำเลิศ
วีนัสและผู้ติดตามเธอก็ออกเดินทางสู่เขาโอลิมปัส
ทันทีที่วีนัสปรากฏร่าง บรรดาเทพที่ชุมนุมกันอยู่นั้น
อดไม่ได้ที่จะพึมพำกันอย่างปลาบปลื้มลืมองค์
นิยมชมชื่นความงามของเธอครอบงำเหล่าเทพดังพายุ
ความอ่อนช้อยของเธฮชนะใจปวงเทพ
ถึงแม้ว่าจะมีเทพองค์แสดงความปรารถนาที่จะแต่งงานกับเธอ
แต่วีนัสก็ปฏิเสธ
แม้แต่ราชันแห่งทวยเทพเองก็ยังมิวายไหวหวั่น
และเพื่อลงโทษเธอที่มีความภาคภูมินั้น พระองค์จึงประกาศว่า
เธอควรจะแต่งงานกับเทพวัลคัน
(เทพแห่งเพลิงและภูเขาไฟ)ผู้น่าเกลียดที่สุดในบรรดาผู้เข้าร่วมชุมนุมแห่งสวรรค์
การบังคับการร่วมอภิรมย์ครั้งนี้
วีนัสมิได้เคยแสดงความรักในคู่ภิรมย์ทรุลักษณ์ที่จอมเทพกำหนดมาให้
และแทนที่เธอจะเป็นภรรยาที่ซื้อสัตย์ของเขา
เธอก็ทอดทิ้งเขาไปเพียงในเวลาไม่นานนัก
และประกาศอย่างเปิดเผยว่า เธอจะทำตามความพึงพอใจของเธอเอง
149.
I'd
Like to Teach the World to Sing (In Perfect Harmony)
เพลงป้อปที่ถูกโปรดิวซ์โดย บิลลี่ เดวิส ขับร้องโดย The
New Seekers ถูกบริษัทโคคา โคล่า
เปิดแคมเปญใหม่ภายใต้สโลแกนที่ว่า It's the real
thing,โดยเลือกเพลงนี้ไปเป็นเพลงโฆษณาทางทีวี เมื่อปี 1971
จนฮิตไปทั้งโลก
เป็นผลงานของนักประพันธ์เพลงผู้โด่งดังชาวอังกฤษ Roger
Cook and Roger Greenaway เดิมทีเรียกกันว่า "True Love
and Apple Pie"
ถูกเปิดทางสถานีวิทยุในอเมริกาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 1969
และได้ขึ้นถึงอันดับ 7
หลังจากโค้กใช้เป็นเพลงโฆษณาครั้งแรกเมื่อ 18 มกราคม1971
ยิ่งทำให้มีคนรู้จักมากขึ้น เป็นที่ถูกใจคอเพลง
ทำให้ติดอันดับ 1 ในอังกฤษถึง 4 สัปดาห์ เมื่อวันที่ 8
มกราคม 1972 และอยู่บนชาร์ทนานติดต่อกันถึง 21 สัปดาห์
เพราะเพลงนี้เอง
โค้กได้บริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือองค์กรการกุศลให้แก่
UNICEF เป็นเงิน 80,000 เหรียญ ซึ่งมีมูลค่าปัจจุบันถึง
600,000 เหรียญ ความนิยมของเพลงนี้
ได้ถูกนำไปทำใหม่ไม่ต่ำกว่า 75 ครั้ง
150.
Early
in the Morning
ในฤดูร้อนเมื่อปี 1968 เป็นเวลาเกือบ 100 ปี
ที่ผ่านมาแล้วได้กำเนิดเรื่องราวสุดคลาสสิคของ William
Makepeace Thackeray กับวงดนตรี "Vanity Fair"
เสียงประสานที่กลมกลืน และเมโลดี้ที่ชวนฟัง
ล้วนตรงข้ามกับชื่อวงที่ว่า""Vanity Fair
การเดินทางที่ไร้สาระ" เพลงของพวกเขาฮิตไปทั้งเกาะอังกฤษ
และยุโรป แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงนักดนตรีไปหลายครั้ง
แต่คอเพลงยุคเก่าก็ยังจำพวกเขาได้ Vanity Fare
กับบทเพลงที่แสนไพเราะเมื่อปลายยุค 60's - ต้นยุค 70's
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบทเพลงนี้ของเขา Early in the Morning
ที่แสนไพเราะและถูกนำมาเรียบเรียงเป็นเพลงไทยร้องโดย
นิโคล เทริโอ..ในอัลบัม
: บุษบาหน้าเป็น.
ชื่อเพลงดอกไม้ที่ทำตก
เธอ มา หา กันบ่อย เหมือนเรา ไม่เคย ห่างกัน เอา ใจ ฉัน
ทุกวัน พบกัน ต้องมี ดอกไม้
เคย มอง เห็น บางดอก ที่มัน ต้องร่วง หล่นไป เรา ไม่เคย
ใส่ใจ แค่มอง แล้วเดิน เลย มัน
ปล่อยเอาไว้ ทิ้งไปอย่างนั้น ก็แค่ ดอกไม้ ที่ทำ ตกไว้
ได้แต่มอง แล้วเดิน ผ่านไป ไม่เคย กลับไป เก็บ มัน
แค่ดอกไม้ ที่ทำ ตกไว้ เป็นแค่ ดอกเดียว ก็คง เท่านั้น
ปล่อยมันไป ทั้งเธอ แหละฉัน ไม่เคยเสียดาย มัน เลย
(ยังมีต่อ) |