
ทศวรรษที่ 50 หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สภาพบ้านเมืองของสหรัฐอเมริกามีการเปลี่ยนแปลง จากสภาวะที่วุ่นวายเข้าสู่สภาวะปกติ ทำให้สภาพสังคม และเศรษฐกิจแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เดิมนั้นผู้คนจะจริงจังกับชีวิตมาก วัยรุ่นขณะนั้นไม่มีอิสระ ไม่มีอำนาจในการตัดสินใจ และเรียนไม่สูงนัก ผู้ใหญ่จะเป็นผู้ที่รับผิดชอบทุกอย่างทำงานเลี้ยงดูครอบครัวและรับใช้ชาติ เศรษฐกิจซบเซาและฝืดเคือง แต่หลังสงครามจะตรงกันข้ามกัน เนื่องจากเศรษฐกิจที่ดีทำให้วัยรุ่นไม่ต้องรับผิดชอบมากนัก มีหน้าที่เรียนให้สูงที่สุด จึงทำให้มีอิสระในการใช้ชีวิต สนุกสนานไปวันๆ สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือความเหลื่อมล้ำกันทางความคิดของคนที่เกิดต่างยุคต่างสมัยกัน หรือที่เรียกว่า 'ช่องว่างระหว่างวัย' (generation gap)
ร็อกแอนด์โรล (Rock and roll หรือ rock 'n' roll) คือแนวเพลงประเภทหนึ่งที่ได้พัฒนาในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ช่วงปลายยุค 40s จนมาได้รับความนิยมในต้นยุค 50s และได้แพร่ขยายความนิยมไปทั่วโลก ซึ่งในปัจจุบันเราจะเรียกกันสั้นๆว่า "ร็อก" ส่วนเรื่องจังหวะจะเป็นจังหวะ บูกี้ วูกี้ บลูส์ โดยจะทำให้เด๋นโดยจังหวะแบ็ค บีท (Back Beat) ซึ่งต่อมาจะใช้กลองสแนร์ ดนตรีร็อกแอนด์โรลช่วงแรกจะเล่นโดยกีตาร์ไฟฟ้า หนึ่งหรือสองตัว (1 ลีด ,1 ริธึ่ม),กีตาร์เบส (หรือดับเบิ้ลเบส),ชุดกลอง ส่วนคีย์บอร์ดจะเป็นส่วนเสริม

ร็อกแอนด์โรลในช่วงต้นยุค 50s มักจะใช้แซกโซโฟนนำดนตรี ต่อมาจึงเปลี่ยนมาเป็นกีตาร์ช่วงกลางยุค 50s เปียโนก็ถูกใช้เป็นส่วนสำคัญในดนตรีร็อกแอนด์โรลช่วงกลางยุค 40s ความได้รับความนิยมในดนตรีร็อกแอนด์โรลได้แพร่กระจายสู่สังคม นอกจากทางด้านดนตรีแล้ว ยังมีผลต่อแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ ภาษา ศิลปินที่มีชื่อเสียงอย่างมากคือ เอลวิส เพรสลีย์ ที่สร้างภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ในรูปแบบของร็อกแอนด์โรล
ในปี ค.ศ. 1951 อลัน ฟรีด (Alan Freed) ดีเจจากโอไฮโอ ได้ถูกยกเครดิตให้เป็นผู้คิดคำว่า ร็อกแอนด์โรลล์เป็นคนแรก
ร็อกแอนด์โรล ได้ผสมผสาน เอาดนตรีของคนผิวขาวกับผิวดำเข้าด้วยกัน ทำให้เกิดเป็นดนตรีแนวใหม่ที่มีจังหวะที่รุนแรงกว่าเดิม ทั้งเสียงกีตาร์ที่ดัง กลองที่รัวและเร็ว วัฒนธรรมดนตรีแบบร็อกแอนด์โรล ได้มีผลต่อวัยรุ่นในยุคนั้น ทั้งภาษาและการพูดจา ที่โจ่งแจ้ง แสดงอารมณ์อย่างชัดเจน การแต่งกายและทรงผมแปลก ๆ การเต้นรำอย่างบ้าคลั่ง ฯลฯ ที่ถือว่าเป็น การแสดง ถึงตัวตน (Identity) ของตนเองออกมา ภาษากายต่าง ๆ เหล่านี้ ล้วนเป็นแนวทางที่ขัดกับ สิ่งที่ผู้ใหญ่ในสมัยนั้น เห็นว่าดีงาม และถูกต้องทั้งสิ้น ในยุคนั้น ร็อกแอนด์โรลจึงถูกประฌามว่าเป็น ดนตรีของปีศาจ เนื่องจากความใหม่และแหวกแนวอย่างมาก

อาจกล่าวได้ว่าอเมริกาเป็นแหล่งกำเนิดวง Rock 'n' Roll เพียงแห่งเดียวเท่านั้น ในช่วงทศวรรษที่ 50 เพราะขณะมีศิลปิน rock 'n' roll ในระดับที่เป็นตำนาน ทยอยกันสร้างชื่อ และผลงานของตนเองไว้ที่อเมริกาเช่น Bill Haley แห่ง The Comets ที่มีเพลงฮิตที่รู้จักกันทั่วโลกคือ Rock around the clock (1954),
ยุคเสื่อมของ rock 'n' roll ในอเมริกามาถึงหลังจากที่เริ่มต้นได้ไม่นานนัก ในตอนปลาย ทศวรรษ 50 นี่เอง เมื่อ Chuck Berry ถูกจับ Little Richard เลิกเล่นดนตรี และเปลี่ยนอาชีพไปเป็นนักบวช ราชาแห่งวงการอย่าง Elvis Presley ต้องถูกเกณฑ์ไป
ประจำการในสถานีรบที่เยอรมัน
และ Buddy Holly
เสียชีวิตลงอย่างกะทันหันเนื่องจากเครื่องบินตก
ในช่วงนี้ Rock
'n' Roll
ในอเมริกาก็หยุดชะงักลง
และเงียบหายไปในที่สุด
แต่ไม่ได้หมายความว่า
นี่เป็นจุดจบของ
Rock 'n' Roll
เนื่องจากอีกไม่กี่ปีต่อจากนี้
เมื่อขึ้นทศวรรษใหม่
และยังเป็นการกลับมาที่ยิ่งใหญ่กว่า
เดิม ด้วยที่มา http://www.klothailand.com/rocknroll.htm
Rock around
the clock
เป็นผลงานการประพันธ์ของ Max C. Freedman
และ James E. Myers หรือ Jimmy DeKnight
เมื่อปี
1952
ผลงานที่ทำให้ทุกคนรู้จักเป็นเสียงของ Bill Haley & His
Comets บันทึกไว้เมื่อ 12 เมษายน 1954
จัดเป็นเพลง ในแนว 12 ห้องที่นักดนตรีรุ่นเก่ารู้จักกันดี
ต้นฉบับเดิมเดิม ใช้ชื่อเพลงนี้ว่า "We're Gonna Rock
Around the Clock Tonight!".ไม่เพียงแต่ความสะใจของจังหวะ
แต่เพลงนี้ถือเป็นอีกตำนานหนึ่งของ Rock and Roll ของชาวอเมริกัน
ถูกนำไปประกอบภาพยนตร์ในเรื่อง
Superman เมื่อปี 1978
มีนักร้องหลายคนนำไปบันทึกใหม่ แม้แต่ในเมืองไทยเอง
วงดนตรีสุนทราภรณ์ได้นำมาเรียบเรียงใหม่ ขับร้องโดยดาวใจ
ไพจิตร ชื่อเพลง ร็อคเริงใจ
และเป็นที่นิยมอีกเพลงหนึ่งในฟลอร์ลีลาศยุคนั้น
แม้จะเป็นเพลงลีลาศแต่ก็ยังคงรักษากลิ่นไอเดิมของเพลงไว้ทั้งเนื้อร้องและจังหวะ
