
กลับมาอีกครั้งพร้อมกับอัลบั้มอินเตอร์ชุดที่ 3 'Ready For Love' ในสไตล์ R n B ผสม Pop / Dance ผสานกลิ่นอายจากฝั่ง Asia และ Europe เข้าด้วยกัน หลังจากที่บินไปอัดเสียงถึงเยอรมัน ด้วยลุคใหม่สุดเก๋ โดยมีโปรดิวซ์เซอร์มือดี Brix (Andre "Brix" Buchmann) แห่ง Valicon Production จากกรุง Berlin ประเทศเยอรมันนีที่ถือได้ว่าเป็นมืออันดับต้นๆ ของงานเพลง ทางฝั่งยุโรปเลยทีเดียว!
ด้วยงานเปิดตัวอัลบั้ม READY FOR LOVE TATA :TAKE YOU TO THE WORLD ในวันที่ 09.09.09 ณ ท่าอากาศยานนานาชาติ สนามบินดอนเมือง
อมิตา มารี ยัง หรือ ทาทา ยัง (เกิด 14 ธันวาคม พ.ศ. 2523 ในประเทศไทย) นักร้องและนักแสดงชาวไทย ชนะเลิศการประกวดร้องเพลงระดับชาติเมื่ออายุ 11 ปี และได้เซ็นสัญญาเป็นนักร้องอาชีพเมื่ออายุ 14 ปี
ลูกครึ่ง ไทย-อเมริกา ทาทา ยัง ได้ชื่อเล่นว่า "ทาทา" มาหลังจากที่พ่อแม่ ไปเที่ยวประเทศอินเดีย และได้ชื่นชอบชื่อ บริษัททาทา ซึ่งเป็นบริษัทอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในอินเดีย ทาทาจบการศึกษาระดับประถมต้นจากโรงเรียนนานาชาติบางกอกพัฒนาบริติช และศึกษาต่อระดับอนุปริญญาจาก Nebraska University of Lincoln
ทาทาได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากหลังจากออกอัลมั้มภาษาอังกฤษชุดแรกที่ชื่อ I Believe ด้วยเพลงเปิดอัลบั้ม "Sexy Naughty Bitchy" ที่มีเนื้อหาล่อแหลม กล่าวถึงหญิงสาวที่ชอบแต่งกายนุ่งน้อย ห่มน้อย เพื่อยั่วยวนผู้ชาย อย่างไรก็ดี ทาทาก็ประสบความสำเร็จอย่างมากกับอัลบั้มชุดนี้ทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะที่ญี่ปุ่นและอินเดีย
ในปี 2539 เธอได้เป็นหนึ่งใน 6 นักร้อง หลักของแกรมมี่ ในการร่วมออกอัลบั้มพิเศษชุด 6.2.12 ที่เสมือนเป็น ใบการันตีจากคนใน วงการเพลงแล้วว่า "ทาทา" ไม่ใช่เด็กอีกแล้ว แต่เธอเป็นมืออาชีพเคียงบ่าเคียงไหล่นักร้อง ยอดนิยมรุ่นพี่ ในยุคนั้นได้อย่างสบายๆ และได้ขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่กับนักร้องรุ่นพี่ในคอนเสิร์ต 6.2.12 concert festival มีผู้ชมกว่าครึ่งแสนมาเข้าชม
ทาทาได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปออกรายการโทรทัศน์ออสเตรเลียที่ชื่อว่า World Telly Broadcast ซึ่งประกอบไปด้วยเยาวชนจากเอเชียในรายการและออกอากาศในเดือนกุมภาพันธ์ มีผู้ชมทั้งในออสเตรเลียและจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ทาทาได้จัดคอนเสิร์ต Tata Young Live In Hollywood ที่ Hollywood Palladium ซึ่งเป็นเป็นได้ยากที่นักร้องเอเชียจะขึ้นไปเหยียบบนเวทีนั้นได้
ในปี 2540 ด้วยความสามารถรอบตัว ทำให้เธอเป็นที่ยอมรับของมหาชนอย่างงดงาม ชื่อของเธอได้กลายเป็นคำที่ถูกพิมพ์บ่อยครั้งในสื่อต่างๆ โดยถูกยกย่องเป็น 1 ใน 10 บุคคลผู้เป็นอิทธิพล แก่ผู้คนในประเทศไทย จากนิตยสาร ELLE
และทาทาได้เป็นศิลปินคนแรกในรอบ 14 ปีที่ได้รับรางวัลพระพิฆเนตรทองคำจากสมาคมศิลปินเพลงแห่งประเทศไทยภายในพระบรมราชูปถัมภ์
"อะเมซิ่ง ทาทา" ที่ยังคงยอดขายหลักล้านที่ยากจะหาใครลบสถิติ ความเร็วและแรงของเธอได้ ซึ่งในกลางปีเดียวนั้นเองที่ รัฐบาลจีนได้เชิญเธอในฐานะนักร้องจากประเทศไทย เพียงคนเดียว ที่ไปร่วมงานเฉลิมฉลองส่งมอบเกาะฮ่องกงคืน ซึ่งนับเป็นการยอมรับ ในระดับสากลอีกครั้งของเธอ
ในปี 2541 มีการเปิดตัวนักร้องหลักของกีฬา เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 13 "อมิตา ทาทา ยัง" ไม่ใช่เด็กน้อยอีกต่อไปแล้ว เสียงเพลง "Reach for the stars" ที่ก้องกังวาลไปทั้งสนาม และยังแพร่ภาพไปทั่วโลกนั้น แสดงถึงพลัง แห่งเสียงร้อง และรัศมีการเป็น "ตัวจริง" ของหญิงสาวสวยคนนี้ เธอยังได้เป็น 1 ใน 25 บุคคล ผู้เป็นที่ยอมรับในเอเชีย จาก ASIA WEEK MAGAZINE
นิตยสาร MARIE CLAIRE เล่มที่ 115 ได้เขียนสกู๊ป RICH KIDS ซึ่งเป็นเรื่องราวของเด็กเก่งทั่วโลก และหนึ่งในนั้นก็มี ทาทา ติดอันดับเด็กรวย ซึ่งสามารถทำเงินได้จำนวน 1.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
ทาทายังได้รับเลือกให้ไปร่วมงาน ASIA LIVE ของสถานี NHK ประเทศญีป่น ร่วมกับ ศิลปินชั้นนำของเอเชีย ซึ่งได้ถ่ายทอดกว่า 30 ประเทศ
ในปี 2542 ทาทาได้รับเชิญจากสถานี CCTV ให้ไปร่วมแสดงกับ 80 ศิลปินในการฉลองเปิดสถานี ซึ่งเผยแพร่กว่า 100 ประเทศทั่วโลก และในเดือนพฤษภาคมทาทาได้เดินทางไปฮ่องกงเพื่อให้สัมภาษณ์ในรายการ 'Q&A' ของสถานีโทรทัศน์ CNN โดยมี Riz Khan' เป็นผู้สัมภาษณ์ในหัวข้อ 'Asia's Top Entertainers' และในเดือนตุลาคมสถานีโทรทัศน์ CNN ได้เผยแพร่เรื่องราวของเธอใน 'Tata Young - One of Asia's Most Outstanding Teenagers'

นอกจากทาทาจะให้สัมภาษณ์กับ CNN แล้ว ถัดมาในเดือนมิถุนายนทาทาได้เป็นศิลปินไทยคนแรกที่ 'MTV Asia Online' สัมภาษณ์ และเดิอนกรกฎาคม Reuters ได้เผยแพร่เรื่องราวของเธอกับ 'Tata Young Feature Story - Thai Teen Sensation Reaches for the Stars' นอกจากนี้ทาทายังได้รับเลือกจากหนังสือพิมพ์ The Nation ให้เป็น 1 ใน 100 ผู้ทรงอิทธิพลในรอบศตวรรษ (One of Thailand's 100 Most Influential Artist & Entertainers of the Century)
ในปี 2544 นิตยสาร TIME (Asia) ฉบับวันที่ 23 เมษายน ได้เสนอบทความ "The Eurasian Invasion" เรื่องราวของลูกครึ่งที่มีชื่อเสียงในแถบประเทศเอเชีย เพื่อแสดงว่าอิทธิพลของลูกครึ่งในธุรกิจบันเทิงกำลังมาแรง ซึ่งทาทาได้ให้สัมภาษณ์และขึ้นปกพร้อมกับMaggie Q.และ Asha Gill
ทาทากลับมา อีกครั้งในสังกัดใหม่ เทโร เรคอร์ด พร้อมอัลบั้มชุดใหม่ TATA YOUNG เพลงในอัลบั้มหลายเพลงยังคงเป็นแนวป๊อป แต่ที่ เปลี่ยนแปลงคือสีสันของแต่ละเพลงที่จะแตกต่างกันไป ซึ่งทั้งหมด นั้นก็ดึงมาจากบุคลิกของทาทาเอง เช่นเพลงสนุกอย่าง ช็อต, อา-โบ-เด-เบ, ตัวแสบ, หวานใจ ก็จะเป็นเพลงแสบๆ ซ่าๆ และร่าเริง หรือถ้าเป็นเพลงช้าอย่าง เก็บฉันไว้ยืนข้างเธอทำไม, อย่าเกลียดกันก็พอ ก็จะเป็นอารมณ์ซึ้งๆ
ในปี 2547 ด้วยความสามารถในการร้องเพลงอันโดดเด่นของเธอ ทำให้ Tata Young กลายเป็นศิลปินไทยคนแรก ที่ได้เซ็นสัญญาเป็นศิลปินในสังกัด Columbia ของบริษัท Sony Music เช่นเดียวกับศิลปินระดับโลกอย่าง Celine Dion, Beyonce, Destinys Child, Ricky Martin และ John Mayer
ที่ สิงคโปร์ เธอได้รับเกียรติให้เป็นกรรมการตัดสินและแสดงโชว์ในงานประกวด Miss Singapore 2004, อีกทั้งรายการ SitCom ชื่อดัง ยังจัดตอนพิเศษเพื่อชวนเธอไปเป็นแขกพิเศษในรายการ
ที่ มาเลเซีย ถึงแม้ว่าจะต้องมีการเปลี่ยนชื่อเพลงจาก Sexy, Naughty, Bitchy เป็น Sexy, Naughty, Cheeky ก็ยังไม่อาจต้านกระแสความแรงของเธอได้และ ทาทา ยังมีผลการโหวตให้เป็นศิลปิน 1 ใน 50 การจัดอันดับผู้หญิงที่เซ็กซี่ที่สุดในโลกโดยชาวมาเลเซียนั้นเอง
ที่ อินเดีย ทาทา ดังไม่แพ้ที่อื่นเหมือนกันเพราะ ทาทา เป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้ขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ 2 ฉบับในเวลาเดียวกันและยังถูกรับเชิญให้ร้องและแสดงในมิวสิค วิดีโอของภาพยนตร์อินเดียที่มีทุนสร้างสูงสุดในประวัติการณ์
ที่ ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย มีคนมากกว่า 20,000 คน รอดูการแสดงสดของเธอ อีกทั้งเธอยังได้รับโอกาสในการเป็น พิธีกรหญิงคนเดียวในงาน MTV Music Video Award ที่ประเทศ ฟิลิปปินส์
ที่ประเทศ เกาหลี ทาทา ยังได้รับเชิญจากนักร้องชายที่ดังเป็นอันดับหนึ่งของเกาหลี H ในการร้องเพลงร่วมกันในเพลง I think of You ซึ่งจะเป็นซิงเกิ้ลที่ 4 ของเธอ
ที่ ไต้หวัน ทาทา ได้รับเกียรติให้เป็นศิลปินไทยคนแรกที่ได้แสดงในงานประกาศรางวัล Golden Melody Award ( เป็นงานประกาศรางวัล แกรมมี่ของไต้หวัน )และได้มีโอกาสทำงานร่วมกันกับศิลปินชั้นนำของไต้หวัน เช่น F4, Jay Chou, Wang Lee Hom, Jolin Tsai และอีกมากมาย และที่ ฮ่องกง และ จีน Sexy, Naughty, Bitchy ได้รับความนิยมถึงอันดับที่ 1 ตามมาด้วยเพลง I Believe

สำหรับงานโฆษณาในปีนี้ ความดังจากการโกอินเตอร์ของเธอ ส่งผลให้ได้รับเลือกเป็นพรีเซนเตอร์ของเครื่องดื่มน้ำดำอย่างเป๊ปซี่ร่วมกับ แวนเนส เอฟโฟร์ (Wanness F4) ในภาพยนตร์โฆษณาชุด Pepsi Fire & Ice ที่ออนแอร์ไปทัวร์เอเชีย โดยมีการถ่ายทำขึ้นที่ชนบทในประเทศจีน ด้วยคอนเซบการรวมพลังของ 2 นักรบ โดยทาทารับบทเป็นตัวแทนของเป๊ปซี่ไฟร์
แต่ในระหว่างที่กำลังทัวร์คอนเสิร์ต ณ ประเทศเนปาล ทาทาก็ได้รับข่าวร้ายว่าคุณแม่บัญชร ยัง ที่เธอได้เฝ้าดูแลมาโดยตลอดหลังจากเป็นโรคมะเร็งที่หลอดลมอยู่ที่โรงพายาบาลบำรุงราษฏ์ อินเตอร์เนชั่นเนล เป็นระยะเวลาเกือบครึ่งปี ได้เสียชีวิตลงแล้วเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ทำให้ทาทาตัดสินใจยกเลิกทัวร์และเดินทางกลับประเทศไทยทันที
เพลง Sexy , Naughty , Bitchy หรือ I Believe ต่างได้รับความนิยมอย่างมากทั่วทั้งเอเซีย ติดชาร์ตวิทยุมาหลายคลื่น และในช่วงเวลาถัดมาทำให้เธอได้จุดประกายโด่งดังในเอเชียเมื่อเธอได้รับการติดต่อให้ร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์แห่งปีของ Bollywood (อินเดีย) ในเรื่อง Dhoom ซึ่งเธอได้ร้องเพลง Dhoom Dhoom ในเวอร์ชันภาษาอังกฤษ และทำให้ยอดขายของอัลบัมซาวด์แท็รกประกอบภาพยนตร์ขายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในอิยเดีย คนทั้งอินเดียให้ฉายาเธอว่า Dhoom Girl และเพลงก็โด่งดังทั่วเอเชีย และเพลงอัลบัม I Believe ของเธอยังเข้าไปติดอันดับ 1 ใน Zip Fm. และ ติดท็อปเท็นใน Oricon Chart 2 ชาร์ตเพลงดังในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย
นอกจากนี้ เธอกลายเป็นขวัญใจคนใหม่ของเด็กสาวจากแดนอาทิตย์อุทัยไปแล้วเมื่อ มิวสิกวีดีโอของเธอถูกเปิดทุก 10 นาที ที่จอยักษ์ใน ชิบูย่า แหล่งรวมของวัยรุ่นญี่ปุ่น ภายใน 2 สัปดาห์ อัลบั้มของเธอขายได้ถึง 100,000 ก็อปปี้ ซึ่งถือเป็นสถิติที่ดีเยี่ยมสำหรับศิลปินเอเซียที่เข้ามาขายในญี่ปุ่น จากนั้นเธอเดินทางไปเปิดการแสดงคอนเสิร์ตมาแล้วทั่วเอเซีย รวมทั้งเปิดการแสดงคอนเสิร์ต 6 รอบ ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งบัตรถูกขายหมดในเวลารวดเร็ว จนถูกกล่าวขานจากสื่อมวลชนของประเทศญี่ปุ่นว่าเป็นคอนเสิร์ตที่ร้อนแรงที่สุดในรอบปี และอัลบัม I Believe ก็ได้สร้างยอดขายของแต่ละประเทศได้อย่างประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะประเทศไทย, ญี่ปุ่น, อินโดฯ, สิงคโปร์, มาเลย์, อินเดีย ได้คว้ารางวัลแผ่นเสียงทองคำขาว (Platinum) และ โกล์ด (Gold) มาได้อย่างเรียบร้อย ด้วยยอดขายทั่วเชียกว่า 1.2 ล้านก๊อปปี ้
ในปี 2548 ด้วยกระแสความดังอย่างต่อเนื่องทำให้ค่ายรถมอเตอร์อย่างซุซูกิได้เลือกทาทาให้เป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาถึง 5 ตอนด้วยกัน โดยแสดงคู่กับหวังลีหง (Wang Lee Hom) ในชุด Suzuki Life Is Action 3 ตอน และอีก 2 ตอนคือ Katana , Step 125
จากความสำเร็จของอัลบั้ม 'I Believe' ที่วางขายที่ญี่ปุ่นในปี 2004 เดือนมีนาคม ทาทาได้วางขายอัลบั้มพิเศษ TATA YOUNG Dhoom Dhoom นอกจากมีซิงเกิ้ล Dhoom Dhoom แล้ว ความพิเศษของอัลบั้มนี้คือการนำ 3 เพลงฮิตจากอัลบั้ม I Believe ทั้ง Sexy Naughty Bitchy, I Believe และ I Think of you มาทำใหม่ในเวอร์ชันภาษาญี่ปุ่น และในการประกาศรางวัล The Japan Gold Disc Award 2005 ครั้งที่ 19 ทาทาก็ได้รับรางวัล 'New Artist of The Year' ด้วย
เดือนเมษายนทาทาได้เริ่มทัวร์คอนเสิร์ตที่ประเทศญี่ปุ่น 'Tata Young - I Believe Japan Tour 2005' ซึ่งได้เปิดการแสดงรวม 6 เมืองด้วยกัน คือ Fukuoka, Osaka, Yokohama, Nagoya, Sendai และTokyo
ในปี 2549 ทาทา ยัง รับรางวัลงานเอ็มทีวี เอเชีย อวอร์ดสเธอได้ร่วมงาน เอ็มทีวี เอเชีย อวอร์ดส ร่วมร้องเพลงกับ ลี ไรอันในเพลง Endless Love นอกจากนั้นเธอยังได้รับรางวัล Favorite Artist Thailand ไปครองอย่างสมใจอีกด้วย
และในปีเดียวกันนี้ เธอกลับมาพร้อมกับอัลบั้มเพลงสากลชุดที่สองของเธอ ในชื่อ 'Temperature Rising' ซึ่งมีเพลงเปิดตัวชื่อเพลง El Nin-YO!ซึ่งสร้างปรากฏการณ์ความร้อนระอุทั่วเอเชีย ไม่ว่าจะขึ้นชาร์ต Zip FM ของญี่ปุ่น, อินโดฯ, สิงคโปร์, ประเทศไทย และทำให้เพลง El Nin-YO! กลายเป็นเพลงที่ฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมือง จนความแรงของซิงเกิ้ลเพลงแรกร้อนระอุอยู่ ทาทาก็เตรียมส่งซิงเกิ้ลที่สองที่ชื่อว่า Zoom ซึ่งเป็นแนวคอนเซ็ป "ดูแต่ มืออย่าต้อง"
ปี 2550 ถือว่าเป็นปีทองของเธอเลยทีเดียว เมื่อเธอได้เป็น Image Girl คนแรก และล่าสุดของช่อง Star World ช่องโทรทัศน์ระดับโลก ซึ่งดึงเธอมาประชาสัมพันธ์งานต่างๆของสถานี และเธอก็ได้ถ่ายทำโฆษณาของสถานีดังกล่าวที่ประเทศฮ่องกง โดยใช้เพลงที่อยู่ในอัลบัมที่มีชื่อว่า Come Rain Come Shine มาประกอบภาพยนตร์โฆษณาอีกด้วย ซึ่งเมืองไทยสามารถรับชมโฆษณาของเธอได้ที่ทาง True Visions ช่อง 34 'Star World'
ทาทา ยังได้รับเลือกเป็นตัวแทนรณรงค์เรื่องการค้ามนุษย์ ในโครงการ EXIT : End Exploitation & Trafficking ซึ่งแพร่ภาพทั่วโลกโดยเริ่มออกอากาศที่ประเทศไทยเป็นที่แรก โดยจะร่วมมือกับสำนักงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ (USAID) ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในสหรํฐ ซึ่งจุง จี-ฮุน หรือเรน จะช่วยเหลือ MTV ในการประชาสัมพันธ์รณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ด้วยเช่นกัน
ช่วงกลางเดือนเดือนพฤษภาคม 2551 ที่ผ่านมานี้ ทาทาได้เดินทางไปทำงานเพลงอัลบัมสากลชุดที่ 3 ที่ประเทศเยอรมัน และผลงานเพลงชุดล่าสุดได้ออกสู่สายตาชาวโลกแล้วกับเพลงนี้ Ready for love

ผลงานเพลง
2538 : อมิตา ทาทา ยัง
2538 : Tata 1,000,000 Copies Celebration
2538 : 6-2-12
2540 : Mos & Tata, co-recorded soundtrack for The Red Bike Story
2540 : Amazing Tata
2541 : TATA REMIX
2541 : O-Negative Soundtrack
2541 : High Light "Reach For The Star" (13th Asian Games)
2544 : Tata Young
2546 : Real TT
2547 : I Believe
2548 : Dangerous Tata
2549 : Best Of TATA YOUNG
2549 : Temperature Rising
2551 : One Love
2552 : Ready For Love
ติดตามเรื่องราวของเธอได้ตลอดทั้งเดือนกันยายนนี้ ทาง MTV THAILAND Truevision ช่อง 33