กลุ่มบริหารทั่วไป โรงเรียนศึกษานารี

 

 


Rusputin
 Bonney M

 

 

There lived a certain man in Russia long ago
He was big and strong, in his eyes a flaming glow
Most people looked at him with terror and with fear
But to Moscow chicks he was such a lovely dear
He could preach the bible like a preacher
Full of ecstacy and fire
But he also was the kind of teacher
Women would desire

Ra Ra
Rusputin
Lover of the Russian queen
There was a cat that really was gone
Ra Ra
Rusputin
Russia's greatest love machine
It was a shame how he carried on

He ruled the Russian land and never mind the czar
But the kasachok he danced really wunderbar
In all affairs of state he was the man to please
But he was real great when he had a girl to squeeze
For the queen he was no wheeler dealer
Though she'd heard the things he'd done
She believed he was a holy healer
Who would heal her son

Ra Ra
Rusputin
Lover of the Russian queen
There was a cat that really was gone
Ra Ra
Rusputin
Russia's greatest love machine
It was a shame how he carried on

(Spoken:)
But when his drinking and lusting and his hunger
for power became known to more and more people,
the demands to do something about this outrageous
man became louder and louder.

"This man's just got to go!" declared his enemies
But the ladies begged "Don't you try to do it, please"
No doubt this Rasputin had lots of hidden charms
Though he was a brute they just fell into his arms
Then one night some men of higher standing
Set a trap, they're not to blame
"Come to visit us" they kept demanding
And he really came

Ra Ra
Rusputin
Lover of the Russian queen
They put some poison into his wine
Ra Ra
Rusputin
Russia's greatest love machine
He drank it all and he said "I feel fine"

Ra Ra
Rusputin
Lover of the Russian queen
They didn't quit, they wanted his head
Ra Ra
Rusputin
Russia's greatest love machine
And so they shot him till he was dead

(Spoken:) Oh, those Russians...

 

 

 

 

 


"Rasputin" ซิงเกิลของ Boney M. กลุ่มดนตรีป็อป ดิสโกสัญชาติเยอรมัน ก่อตั้งโดยแฟรงค์ แฟเรียน โปรดิวเซอร์ชาวเยอรมัน มีสมาชิกประกอบด้วยนักร้องและนักเต้นเชื้อสายแอฟริกันและแคริบเบียน ได้แก่ ลิซ มิทเชลล์ (จาเมกา) มาร์เซีย แบเร็ตต์ (จาเมกา) เมซี วิลเลียมส์ (มอนต์เซอร์รัต) บ็อบบี แฟร์เรล (อารูบา) เรจจี ทซีโบ (กานา) โดยมีนักร้องนำเป็นชาย คือ บ็อบบี แฟร์เรล


"Rasputin" เพลงดิสโก้สุดฮิตในปี 1978 กับ
ท่วงทำนองที่มีกลิ่นไอของเพลงพื้นเมืองแห่งเซอร์เบีย และ ตุรกีของกลุ่มวงดนตรีในแนวป้อป ดิสโก้ จากเยอรมันในนามวง Boney M.เป็นซิงเกิลที่ 2 ที่ประสบความสำเร็จจากอัลบั้มที่ 3 ของพวกเขาที่ชื่อ Nightflight to Venus. ออกวางจำหน่ายเมื่อ 28 สิงหาคม 1978 เป็นอัลบั้มที่ขายดีที่สุดของวง  ประพันธ์โดย Frank Farian, Fred Jay และ George  Reyam (Hans-Jörg Mayer) โปรดิวซ์โดย Frank Farian
.

เนื้อหาของเพลงนี้ วงบอนนี่ เอ็มนำเรื่องราวในประวัติศาสตร์ของรัสเซียช่วงต้นศตวรรษที่  20 มาตีแผ่
เป็นชีวประวัติของ Grigori Rasputin, นักบวชผู้มีพลังจิตพิเศษพระสหายคนสนิทของ พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 แห่งราชวงศ์โรมานอฟของรัสเซีย ถึงแม้ว่า "Rasputin"  จะเป็นเพลงที่แต่งขึ้นจากชาวอังกฤษ และเล่นโดยวงเยอรมัน แต่เพลงนี้สุดฮิตในรัสเซียทั้งยังทำให้รัสปูตินขลังยิ่งขึ้นไปอีก

 

 


กริกอรี เยฟิโมวิช รัสปูติน
 

การเขียนประวัติศาสตร์แทบจะทุกชาติทุกภาษา นอกจากจะจารึกคุณความดีของบรรดาวีรบุรุษวีรสตรีแล้ว ย่อมมีการจารึกความเลวร้ายของบุคคลประเภทที่เป็นผู้ร้ายอยู่ด้วย และบ่อยครั้งผู้ถูกจารึกความเลวนั้น กลับเป็นคนชาติเดียวกันที่ถูกจารึกในฐาน ทรราชย์ ผู้ทรยศ หรืออะไรต่างๆ ตามแต่เหตุการณ์

แต่บ่อยครั้งก็เกิดคำถามขึ้นมาว่า ผู้ที่เป็นวีรบุรุษวีรสตรีหรือผู้ร้ายเหล่านี้ มีแต่ด้านดีหรือด้านร้ายเพียงด้านเดียวละหรือ บ่อยครั้งที่ประวัติศาสตร์ถูกเขียนโดยผู้ชนะ ย่อมยกย่องคนที่ตนพอใจ และป้ายความผิดให้กับฝ่ายตรงข้าม จนลืมที่จะกล่าวถึงด้านเสียของคนที่ตนยกย่อง และด้านดีของคนที่ตนประณาม

กรณี ประวัติศาสตร์รัสเซีย สมัย สงครามโลกครั้งที่ 1 และ การปฏิวัติบอลเชวิค นั้น นอกจาก ซาร์นิโคลัส ที่ 2 และพระราชวงศ์โรมานอฟ จะกลายเป็นความล้มเหลวและสาเหตุของการขึ้นสู่อำนาจของพรรคคอมมิวนิสต์แล้ว บุรุษผู้มีนามว่า "รัสปูติน" (Grigori Yefimovich Rasputin หรือ Grigori Yefimovich Novyh) ได้กลายเป็นผู้ร้ายตลอดกาลสำหรับ ประวัติศาสตร์รัสเซีย ช่วงนี้ไปด้วย

 

Grigori Yefimovich Rasputin ชาวรัสเซีย(1869-1916) เกิดในครอบครัวเกษตรกรบ้านนอกของไซบีเรีย รัสปูตินมีความกระหายที่จะเป็นแบบเกษตรกรผู้ที่ทำงานหนัก ดื่มเหล้าจัด และเสเพลเรื่องผู้หญิง ขนาดอวัยวะเพศใหญ่ผิดมนุษย์ของเขาเป็นที่ชื่นชอบของเด็กสาวๆ ในหมู่บ้าน

จากการได้ร่วมสนุกทางกามารมณ์กับเสาวๆมากหน้าหลายตา ทำให้รัสปูตินรู้ถึงความหลายหลากในศาสนา ในราว พ.ศ. 2443 เขาก็ได้ร่วมกับนิกายนอกรีตที่เรียกว่า นิกายคลิสติ ที่เชื่อว่ามนุษย์มีบาปมาแต่เริ่มแรก จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องไถ่บาปในเวลาต่อมา ดังนั้นพวกเขาจึงประกอบพิธีอันพิลึกพิลั่นเกี่ยวกับความวิตถารในทางกามารมณ์และการบูชายัญ แต่ผู้คนในบ้านเกิดของรัสปูตินไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมเหล่านี้ จึงขับไล่รัสปูติน ให้ต้องเร่ร่อนไปทั่ว

เขาชักชวนผู้หญิงในแดนเถื่อนให้เข้าร่วมพิธีกรรมอันวิตถารพิธีกรรมเหล่านี้ประกอบด้วยการดื่มเหล้า ร้องเพลง การเต้นรำอย่างบ้าคลั่ง และก็ทำกิจกรรมอย่างว่าเป็นหมู่คณะ ( สวิงกิ้ง ) มีสตรีมากมายที่ศรัทธาในนิกายนี้และต้องบำเรอความสุขให้เขาจนตกเป็นทาสกามของรัสปูตินอย่างเต็มใจ

ในปี พ.ศ. 2448 รัสปูตินได้เข้ามาตั้งมั่นอยู่ในเมืองเซนต์ปีเตอร์เบอร์ก ซึ่งเป็นเมืองหลวงในขณะนั้น รัสปูตินได้บรรเทาอาการโรคโลหิตไหลไม่หยุด ( ฮีโมฟีเลีย ) ของเจ้าชาย อเล็กซิสได้ จนเป็นที่ชื่นชมเป็นอันมากของพระเจ้าซาร์ นิโคลัสที่ 2 และซารีน่า อเล็กซานดร้า ผู้เป็นพระราชมารดา รัสปูตินอาศัยอิทธิพลของซารีน่าแผ่อิทธิพลและสร้างเรื่องอื้อฉาวทางกามารมณ์จนเป็นที่กล่าวขวัญในเมืองหลวง

ความเป็นคนถือสากปากถือศีล บางครั้งเขาจึงถุกเรียกว่าพ่อมดกาลี  จากการเริ่มต้นร้องเพลง กับสาวกอิสตรี ในไม่ช้าการร้องเพลงก็จะแปรเปลี่ยนอย่างฉับพลันไปสู่การเต้นรำอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งก่อให้เกิดตัณหาหน้ามืดและจบลงด้วยเรื่องของกามารมณ์ จนมีผู้เต็มใจเป็นคู่ขาในทางกามารมณ์ของรัสปูตินหลายคน แต่มักจะไม่ปรากฏนามอย่างเปิดเผย ส่วนใหญ่เป็นชนชั้นสูงหรือผู้มีชื่อเสียง เช่นพระนางซารีน่าที่แม้จะไม่ถึงกับตกเป็นทาสสวาท แต่ก็ให้คำมั่นกับเขาว่าจะ “จูบมือของพระคุณเจ้าและแนบศีรษะของลูกกับไหล่อันศักดิ์สิทธิ์ของพระคุณเจ้า..

ในปีพ.ศ. 2457 พวกชนชั้นสูงที่มีความคิดแบบจารีตนิยมได้ร่วมมือกันลอบฆ่ารัสปูติน โดยการเชิญรัสปูตินมาเลี้ยงอาหารในตอนเที่ยงคืน และได้ใส่ยาพิษลงในขนมเค้กและเหล้าองุ่น  เจ้าชายเฟล็กซ์ ยูสซูปอฟ ( เป็นเกย์ ) หนึ่งในฆาตกรก็ฉวยโอกาสนั้นหาประโยชน์ทางกามารมณ์ที่ตนชอบทันที แล้วยิงซ้ำ 4 นัด รัสปูตินล้มลงแต่ยังไม่ตาย ฆาตกรอีกคนหนึ่งจึงใช้มีดเฉือนอวัยวะเพศของรัสปูติน แล้วโยนไปอีกด้านหนึ่งของห้อง หลังจากนั้นจึงมีการทุบตีรัสปูตินซ้ำลงไป แล้วจับมัดแล้วโยนลงแม่น้ำเนวาอันเยือกเย็น ทำให้รัสปูตินจมน้ำตายไปในที่สุด

 

 

 

ไม่สงวนสิทธิ์ในการนำไปใช้ประโยชน์ทางการศึกษาแต่ขอความกรุณาอ้างอิงแหล่งที่มาตามสมควรจะขอบคุณยิ่ง

 


May 16,2008 

 

 

กลุ่มบริหารทั่วไป โรงเรียนศึกษานารี
176  ถ.ประชาธิปก เชิงสะพานพระปกเกล้า
แขวงวัดกัลยาณ์   เขตธนบุรี  กทม.10600
by wita  :  wita_snr@hotmail.com