
84 ปี "ครูพยงค์ มุกดา"
นาวาตรีพยงค์ มุกดา (4 พฤษภาคม พ.ศ. 2469 - 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553) นักร้อง นักแสดง นักแต่งเพลง ที่มีชื่อเสียงจากการเป็นนักแต่งเพลงเป็นจำนวนมาก ได้รับการเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2534 และได้รับรางวัลนราธิป ประจำปี พ.ศ. 2550
พยงค์ มุกดา เป็นชาวจังหวัดราชบุรี เป็นบุตรของนายแก้ว และนางบุญ มุกดา เกิดบนเรือกลางแม่น้ำแม่กลอง บริเวณตำบลท่าเสา จังหวัดราชบุรี จบชั้น ป.4 จากโรงเรียนเทศบาลวัดราชนัดดาราม และย้ายมาอยู่กับพี่สะใภ้ที่นางเลิ้ง ทำงานสารพัด ก่อสร้าง, งานฆ่าสัตว์ที่โรงงานหัวลำโพง พอมีเวลาว่างมักจะเข้าชมการแสดงของวงดนตรีดุริยโยธิน, วงทรัพย์สินส่วนมหากษัตริย์ และวงสุนทราภรณ์ ที่โรงภาพยนตร์โอเดียน
เคยลงประกวดร้องเพลงตามงานวัด แต่ก็ไม่เคยได้รับรางวัล ในช่วงทำงานโรงงานฆ่าสัตว์ที่หัวลำโพงกับ ฉลอง สิมะเสถียร ซึ่งทำงานบัญชีอยู่ที่เดียวกัน ทั้งคู่ถูกโอนไปประจำอยู่ที่โรงงานเนื้อสัตว์พระโขนง ซอยกล้วยน้ำไท ช่วงนั้นมีการประกวดร้องเพลงที่บริษัทละครนิยมไทย เวิ้งนครเกษม ของประสาน ตันสกุล ละครในยุคนั้นพระเอกแสดงโดยผู้หญิง เช่น แม่เลื่อน, แม่ชะม้อย และแม่ศรีนวล แก้วบัวสาย เมื่อโรงละครประกาศรับสมัครนักร้องหน้าม่าน พยงค์ มุกดา เข้าร่วมประกวดด้วย
เพลง ''ชายรูปชั่ว'' แนวเพลงที่พยงค์ แต่งจากการศึกษาเพลงของ ครูนาถ ถาวรบุตร หัวหน้าวงดนตรีทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ถูกนำร้องประกวดได้อันดับ 4 โรงละครนิยมไทยมีกติกา รับเข้าทำงานเพียงผู้ร้องชนะอันดับที่ 1, 2 และ 3 เท่านั้น พยงค์ มุกดา จึงกลับไปทำงานเป็นยามรักษาการอยู่ที่โรงงานเนื้อสัตว์ที่พระโขนงตามเดิม
ต่อมา จำรัส วิภาตะวัตร นักร้องประจำโรงละครนิยมไทย นำเพลง ''ชายรูปชั่ว'' ไปทำดนตรีร้องสลับฉากหน้าม่าน พยงค์ ได้ไปแจ้งว่าเป็นเจ้าของผลงาน จำรัส จึงได้พาเข้าพบ ประสาน ตันสกุล เจ้าของโรงละครนิยมไทย แล้วรับเข้าทำงาน
พยงค์ มุกดา แต่งเพลง ''นกขมิ้น'' ประกอบละครเรื่อง"ในป่าแก้ว" ศรีนวล แก้วบัวสาย ขับร้องเพลงจนโด่งดังมากมายทั้งๆ ที่ยังไม่ได้มีการออกอากาศ หรือบันทึกแผ่น เพลง ''นกขมิ้น'' ได้รับการบันทึกแผ่นเสียงที่บริษัทสุโกศล เป็นครั้งแรก เมื่อปี 2492 ผู้ร้องคือ ทัศนีย์ ชอุ่มงาม นักร้องหญิงชนะเลิศจากการประกวดของกรมประชาสัมพันธ์ ต่อมาเพลง ''นกขมิ้น'' ธานินทร์ อินทรเทพ นำมาร้องบันทึกอีกครั้ง เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2507
เมื่อพ้นชีวิตจากคณะละครนิยมไทย พยงค์ มุกดา เดินทางไปกับละครเร่ตามต่างจังหวัด ระยะนั้นกิจการละครฟุบตัวลง พยงค์ ไปร่วมงานกับวงดนตรีบางกอกชาชาช่า ของ เสน่ห์ โกมารชุน กระทั่ง อุไรวรรณ คล้ายบรรเลง นักร้องวงดุริยางค์กองทัพเรือ มาชวนไปเป็นนักแต่งเพลงกองดุริยางค์ทหารเรือ พยงค์ ทำงานอยู่ที่กองดุริยางค์ทหารเรือ แต่งเพลงมาร์ชเข้าประกวดเข้าชิงถ้วยของ จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีขณะนั้น ได้รับรางวัล เช่น เพลง ''มาร์ชหลักไทย'', ''มาร์ชแผ่นดินทอง'' และเพลง ''ธรรมเป็นอำนาจ'' และยังได้สร้างสรรค์เพลงตลก เพลงปลุกใจ เช่น เพลงมาร์ชสามัคคี 4 เหล่า, เนวีมาร์ช, เนวีบลู ฯลฯ
วงดนตรี ''พยงค์ มุกดา'' ถูกตั้งขึ้นที่วิทยุกรมการรักษาดินแดน ขณะนั้นอยู่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม 2495 ระหว่างมีการประกวดเพลงโฆษณา ต่อมาได้รับโปรดเกล้าฯ พระราชทานนาม มุกดาพันธุ์ เป็นนามวงดนตรี ผลงานเพลงของ พยงค์ มุกดา ตั้งแต่ปี พ.ศ.2485 จนถึงปัจจุบัน มีมากกว่า 1,000 เพลง ได้รับรางวัลทรงเกียรติ ''รางวัลพระราชทานแผ่นเสียงทองคำ'' ถึง 7 เพลง คือ ช่อทิพย์รวงทอง, เด็ดดอกรัก, นกขมิ้น, นางรอง, รอพี่รับเมืองเหนือ, รักใครไม่เท่าน้อง และฝั่งหัวใจ
"ช่อทิพย์รวงทอง" (ขับร้องโดย สมยศ ทัศนพันธ์) "นางรอง" และ "รักใครไม่เท่าน้อง" (ขับร้องโดย ทูล ทองใจ) "ลูกนอกกฎหมาย" (ขับร้องโดย ศรีสอางค์ ตรีเนตร) "รอพี่กลับเมืองเหนือ" (ขับร้องโดย พรทิพย์ภา บูรกิจบำรุง) "เด็ดดอกรัก" (ขับร้องโดย ชรินทร์ นันทนาคร) และ "ฝั่งหัวใจ" ขับร้องโดย บุษยา รังสี)
ในปี พ.ศ. 2532 ครูพยงค์ ได้รับรางวัลพระราชทานในงานกึ่งศตวรรษเพลงลูกทุ่งไทย 2 รางวัล จากเพลง "สาวสวนแตง" (ขับร้องโดย สุรพล สมบัติเจริญ) และ "ล่องใต้" (ขับร้องโดย ชัยชนะ บุญนะโชติ) และในปี พ.ศ. 2534 ได้รับรางวัลพระราชทาน 3 รางวัล จากเพลง "ยอยศพระลอ" (ขับร้องโดย ชินกร ไกรลาศ) "น้ำตาสาวตก" (ขับร้องโดย ศรีสอางค์ ตรีเนตร) และ "ลูกทุ่งเสียงทอง" (ขับร้องโดย เพชร พนมรุ้ง)
ในปี พ.ศ. 2534 พยงค์ มุกดา ได้รับการเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ประพันธ์เพลงไทยสากล-เพลงลูกทุ่ง) นอกจากนี้ ลูกศิษย์ของท่านถึง 2 คน ก็ได้รับเชิดชูเป็นศิลปินแห่งชาติ เช่นกัน คือ ชัยชนะ บุญนะโชติ (พ.ศ. 2541) และ ชินกร ไกรลาศ (พ.ศ. 2542)
ในปี พ.ศ. 2551 ครูพยงค์ มุกดา ได้รับการเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินอาวุโส รางวัลนราธิป ประจำปี พ.ศ. 2550
ครูพยงค์ มุกดา ถึงแก่กรรมด้วยโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะและไตวายที่โรงพยาบาลรามาธิบดี เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 รวมอายุได้ 83 ปี
ที่มา : th.wikipedia.org

