กลุ่มบริหารทั่วไป โรงเรียนศึกษานารี

 

 

North To Alaska
Johnny Horton

 

  Way up north, (North To Alaska.)
Way up north, (North To Alaska.)
North to Alaska,
They're goin' North, the rush is on.
North to Alaska,
They're goin' North, the rush is on.

Big Sam left Seattle in the year of '92,
With George Pratt, his partner, and brother, Billy, too.
They crossed the Yukon River and found the bonanza gold.
Below that old white mountain just a little south-east of Nome.

Sam crossed the majestic mountains to the valleys far below.
He talked to his team of huskies as he mushed on through the snow.
With the northern lights a-running wild in the land of the midnight sun,
Yes, Sam McCord was a mighty man in the year of nineteen-one.

Where the river is winding,
Big nuggets they're finding.
North to Alaska,
They're goin' North, the rush is on.

Way up north, (North To Alaska.)
Way up north, (North To Alaska.)
North to Alaska,
They're goin' North, the rush is on.
North to Alaska,
They're goin' North, the rush is on.

George turned to Sam with his gold in his hand,
Said: "Sam you're a-lookin'at a lonely, lonely man.
"I'd trade all the gold that's buried in this land,
"For one small band of gold to place on sweet little Ginnie's hand.

"'Cos a man needs a woman to love him all the time.
"Remember, Sam, a true love is so hard to find.
"I'd build for my Ginnie, a honeymoon home.
"Below that old white mountain just a little south-east of Nome."

Where the river is winding,
Big nuggets they're finding.
North to Alaska,
They're goin' North, the rush is on.
North to Alaska,
They're goin' North, the rush is on.

Way up north, (North To Alaska.)
Way up north, (North To Alaska.)
Way up north, (North To Alaska.)
 

 

 

North to Alaska ผลงานเพลงเมื่อปี 1960 ของ Johnny Horton และเป็นหนังใหญ่ในชื่อเดียวกับเพลง ซึ่งตัวเขาเองร้องประกอบหนังไว้หลายเรื่อง โดยเพลงนี้เป็นเพลงแรก ติดอันดับ 1 ของนิตยสาร Billboard Magazine's Country Singles chart และติดอันดับ 4 ของเพลงในประเภท The Pop Singles chart.

 

ในเนื้อหาของเพลงเป็นเรื่องราวเดียวกับเนื้อหาของหนังที่เล่าถึงการมุ่งเหนือสู่อลัสก้า เพื่อไปค้นหาทองโดย  George Pratt กับคู่หู Sam McCord  พร้อมทั้งน้องชายที่ชื่อ Billy 
ข้ามแม่น้ำยูคอน จนไปพบทองโบนันซ่าใต้ภูเขาโอล์ไวท์ เมาน์เท่น


Alaska เป็นรัฐที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุด หนาวที่สุด มีภูเขาสูงที่สุด มีความหนาแน่นของประชากรน้อยที่สุด มีแนวชายฝั่งยาวที่สุด มีทะเลสาบมากที่สุด มีเขตชุ่มน้ำมากที่สุด และมีป่ามากที่สุดของสหรัฐอเมริกา เป็นแผ่นดินที่ได้มาด้วยเล่ห์เกมกลทางการเมืองของรัฐบาลอเมริกาที่ซื้อดินแดนนี้มาจากสหภาพโซเวียตในราคาที่ถูกแสนถูก เพียง 7 ล้าน 2 แสนดอลล่าร์ เมื่อ 140 ปีที่แล้ว ชื่อ อะแลสกา นั้นน่าจะเพี้ยนมาจากคำในภาษาแอลิอุต ซึ่งเป็นภาษาท้องถิ่นว่า "Alyeska" แปลว่า "ดินแดนที่ไม่ใช่เกาะ"

ปัจจุบัน Alaska เป็นรัฐที่ 49 ของสหรัฐอเมริกาทึ่อยู่แยกออกไปทางตะวันตกเฉียงเหนือโดยมีประเทศแคนาดาคั่นอยู่ พื้นที่ทางตะวันออกติดต่อกับดินแดนยูคอนเทร์ริทอรีและรัฐบริติชโคลัมเบียของแคนาดา ทางใต้ติดต่อกับอ่าวอะแลสกาและมหาสมุทรแปซิฟิก ทางตะวันตกติดกับทะเลเบริง ช่องแคบเบริง และทะเลชุคชี ส่วนทางเหนือติดกับทะเลโบฟอร์ตและมหาสมุทรอาร์กติก อะแลสกาเป็นมลรัฐที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา มีภูเขาไฟอยู่ 41 ลูก ที่อันตรายที่สุดคือภูเขาออกัสติน

อลัสก้ามีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์รอดพ้นจากการถูกรุกล้ำเข้าไปทำกินของประชากร เนื่องจากอากาศหนาวเย็นและมีหิมะตกตลอดทั้งปี เฉลี่ยปีละ 8 เดือน การเดินทางไปได้โดยทั้งทางเรือทางอากาศและทางบกเฉพาะในช่วงฤดูร้อน ซึ่งจะมีเพียง 4 เดือน นอกนั้นเป็นฤดูฝนปนหนาว ในหน้าร้อนจะมีเวลากลางวันที่ยาวมาก ถึง 19 ชั่วโมง เวลาตีสองของที่นั่นยังมีความสว่างที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนยิ่งกว่าเวลาโพล้เพล้ของบ้านเราเสียอีก

อลาสก้าเป็นรัฐที่สงบเงียบ อากาศดีไม่มีมลภาวะ ประชากรน้อย ค่าแรงงานสูง ใครไปอยู่นั่นจะได้รับเงินตอบแทนจากรัฐเป็นรายปี ปีละไม่ต่ำกว่า $1000 อาชีพหลักของที่นั่นคือการประมง โรงงานปลาและการขุดเจาะน้ำมัน ซึ่งจะทำกันแค่ปีละ 4 เดือนในฤดูร้อน จากนั้นอีก 8 เดือนก็กินเงินคนว่างงาน..ในฤดุร้อนจะมีนักท่องเที่ยวทั้งจากต่างประเทศและจากอเมริกาเองไปเที่ยวกันมากมาย
เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 1867 เป็นวันที่อลาสก้าของรัสเซีย เข้ามาอยู่ภายใต้การปกครองของสหรัฐโดยสมบูรณ์ โดยในวันนั้น ที่เมือง โนวา - อาร์คานเกลสค์ เมืองหลวงอลาสก้าของรัสเซีย ที่ต่อมาถูกเปลี่ยนกลับมาใช้ชื่อเดิมคือ ซิทก้า ได้มีพิธีส่งมอบคาบสมุทรแห่งนี้ให้กับสหรัฐ

ตามประวัติ เชื่อว่าคนเชื้อสายเอเชีย อพยพข้ามช่องแคบแบริ่ง เข้ามาลงหลักปักฐานที่อลาสก้าราวเมื่อ 1 หมื่น 2 พันปีก่อน การเข้าไปติดต่อกับคนที่นี่ของชาวยุโรป เกิดขึ้นครั้งแรกในปี 1741 เมื่อ วิตุส แบริ่ง เดินทางไปที่นั่นกับเรือเซ็นต์ปีเตอร์ เพื่อทำการสำรวจให้กับกองทัพเรือรัสเซีย และเมื่อคณะสำรวจกลับออกมา ขนสัตว์จากที่นั่นก็ได้รับการยกย่องว่ามีคุณภาพดีเยี่ยม คณะนักค้าขนสัตว์เล็กๆจึงเริ่มมาที่อลาสก้า โดยหลักฐานการตั้งหลักฐานของชาวยุโรปที่นี่ว่าเกิดขึ้นในปี 1784

ตั้งแต่ช่วงต้นจนถึงช่วงกลางทศวรรษที่ 1800 รัสเซียและสหรัฐเริ่มเข้ามาสำรวจอลาสก้า เพื่อโครงการขยายอาณานิคม แต่รัสเซียไม่เคยผนวกอลาสก้าเป็นอาณานิคมโดยสมบูรณ์ และก็ไม่ได้หาประโยชน์จากดินแดนแห่งนี้มากนัก ผิดกับฝ่ายสหรัฐที่ได้แสดงความสนใจในดินแดนแห่งนี้

ข้อตกลงเรื่องการขายอลาสก้า ลงนามโดยนายวิลเลี่ยม เซวาร์ด รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐเมื่อ 30 มีนาคม 1867 งานนี้ ฝ่ายอเมริกันต้องจ่ายเป็นค่าดินแดนขนาด 1 ล้าน 5 แสนตารางกิโลเมตรเพียง 7 ล้าน 2 แสนดอลล่าร์ หรือเทียบเท่ากับ 11 ล้านรูเบิ้ลทองคำ

ในยุคปัจจุบันนี้ นักประวัติศาสตร์หลายคนออกมาตำหนิการตัดสินพระทัยขายอลาสก้าของพระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ ที่ 2 ว่ามองการณ์ใกล้ และไม่มีความรักชาติเอาเสียเลย ขายไปได้ยังไง คนรัสเซียที่อยู่ที่นั่นก็ตั้งมากมาย แต่นักประวัติศาสตร์หลายคนบอกว่าในยุคที่ขายนั้น คนรัสเซียในอลาสก้ามีอยู่แค่ไม่กี่ร้อยคน ทรัพยากรธรรมชาติมีค่าอะไรก็ยังหาไม่พบ

ฝ่ายสหรัฐเองก็ใช่ย่อย หลายคนในยุคนั้น มองไม่เห็นประโยชน์ของการซื้ออลาสก้า ดินแดนที่ทั้งไกลก็ไกล ร้างผู้คนก็ร้าง สื่อมวลชนในยุคนั้นก็ล้อเลียนรัฐบาลว่าเสียเงินไปมากมายเพื่อซื้อก้อนน้ำแข็ง ถึงขั้นมีข่าวลือว่า นักการทูตรัสเซียยัดเงินใต้โต๊ะ ให้ข้าราชการสหรัฐเดินเรื่องเพื่อให้มีการซื้อขาย เพิ่งจะปลายศตวรรษที่ 19 เท่านั้น ที่เริ่มมีการค้นพบทองคำ ต่อมาก็ยังพบน้ำมันและก๊าซธรรมชาติอีกมากมายมหาศาล ตอนแรกเมื่อมาอยู่กับสหรัฐ อลาสก้า อยู่ในการดูแลของกระทรวงการทหาร ต่อมาก็ถูกยกระดับสถานะเรื่อยมา จนได้เป็นรัฐที่ 49 ของสหรัฐ เมื่อ 1959
 

North To Alaska ~ Johnny Horton

 

North To Alaska Johnny Horton

 

 

Johnny Horton - North To Alaska (Original Stereo)

 

 

ไม่สงวนสิทธิ์ในการนำไปใช้ประโยชน์ทางการศึกษาแต่ขอความกรุณาอ้างอิงแหล่งที่มาตามสมควรจะขอบคุณยิ่ง



August 20,2006 
 

 

 

กลุ่มบริหารทั่วไปโรงเรียนศึกษานารี
176 .ประชาธิปก เชิงสะพานพระปกเกล้า
แขวงวัดกัลยาณ์  เขตธนบุรี  กทม.10600
by wita : wita_snr@hotmail.com