กลุ่มบริหารทั่วไป โรงเรียนศึกษานารี

 

 

Mona lisa
 BRITNEY SPEARS
 

 
IIntro (spoken)]
This is the story about... Mona Lisa
That was her name...

Mona Lisa

[verse 1]
Ladies and Gentlemen, I've got a little story to tell
About Mona Lisa, and how she suddenly fell (huh)
See everyone knew her, they knew her oh so well
Now I am taking over, to release her from her spell

[chorus]
She's unforgettable, she was a legend though
It's kinda pitiful that she's gone
It's kinda incredible
She's so unpredictable (yeah, yeah)
It's time to let her go (yeah) cuz she's gone, cuz she's gone, cuz she's gone

[Verse 2]
She was taken under, drowning in her seat (huh)
Running like an angel, she was crying but she could not see (oh no!)
Now see everyone's watching, as she starts to fall
Now don't have a breakdown
You will hit the freakin wall

[repeat chorus]

[verse 3]
Now Ladies does that make you cryyyyyyy? (huh)
Now Fellas you have to say goodbyeeeee
Cuz Mona Lisa's got to flyyyyy
Everyone, may we have a moment of silence? Right Here.

[repeat chorus 2x]

 

 


 

โมนาลิซา หรือ ลา โฌกงด์ (La Gioconda, La Joconde) คือภาพวาดสีน้ำมัน สูง 77 เซนติเมตร กว้าง 53 เซนติเมตร วาดโดยเลโอนาร์โด ดา วินชี ในคริสต์ศตวรรษที่ 16 ระหว่าง ค.ศ. 1503 - 1507  เป็นภาพที่ทั่วโลกรู้จักกันดีภาพหนึ่ง ในฐานะสุภาพสตรีที่มีรอยยิ้มอันเป็นปริศนา ที่ไม่รู้ว่าเธอจะยิ้ม หัวเราะ หรือร้องไห้กันแน่ ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ลูฟร์(Musée du Louvre) กรุงปารีส อยู่ในความครอบครองของรัฐบาลประเทศฝรั่งเศส

คำว่า โมนาลิซา นั้น ได้ถูกตั้งขึ้นโดย จอร์จีโอ วาซารี ศิลปิน และนักชีวประวัติชาวอิตาลี หลังจากดา วินชีได้เสียชีวิตไป 31 ปี ในหนังสือที่เขาตีพิมพ์นั้นได้บอกไว้ว่าผู้ที่นั่งอยู่ในรูปนั้นคือ ลีซา เกอราร์ดีนี ภรรยาของขุนนางนักธุรกิจผู้มั่งคั่ง ชาวเมืองฟลอเรนซ์นามว่า ฟรานเซสโก้ เดล กิโอคอนดา(Francesco del Giocondo)

โมนา(Mona) ในภาษาอิตาลีนั้นก็คือคำว่า มาดอนนา(madonna) คุณผู้หญิง(my lady) หรือ มาดาม(Madam) ในภาษาอังกฤษ ดังนั้นความหมายของชื่อนั้นก็คือ มาดาม ลิซา แต่ในปัจจุบัน บางครั้งก็จะใช้คำว่า มอนนา ลิซา(Monna Lisa) แทน เนื่องจากภาษาอิตาลีคำว่ามาดอนนานั้น ส่วนมากจะใช้คำย่อว่า มอนนา(Monna)


 

ประวัติ


ภาพโมนาลิซ่านี้ถูกวาดโดย ดา วินชี ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1503 - 1507 ใช้เวลานานถึง 4 ปีในการวาด

ในปี ค.ศ. 1516 ดา วินชีได้นำภาพจากอิตาลีไปที่ฝรั่งเศส ด้วยพระราชประสงค์ของพระเจ้าฟรองซัวส์ที่ 1 ที่ทรงปรารถนาที่จะให้ศิลปินทั้งหลายมารวมตัวทำงานกันที่ Clos Lucé ใกล้กับปราสาทในเมืองอัมบัวส์ และยังทรงให้ ดา วินชี วาดพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์อีกด้วย หลังจากนั้นพระองค์ก็ทรงซื้อภาพโมนาลิซ่า ในราคา 4,000 เอกือ

ในปี ค.ศ. 1519  ดา วินชี ได้เสียชีวิตที่เมืองอัมบัวส์ ประเทศฝรั่งเศส รวมอายุได้ 63 ปี

ใบหน้าของมาดามลิซ่าในช่วงแรก ภาพโมนาลิซ่าถูกนำไปเก็บไว้ที่ พระราชวังฟงเตนโบล ต่อมาก็ในพระราชวังแวร์ซาย หลังจากสิ้นสุดการปฏิวัติฝรั่งเศส ก็ถูกไปนำเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ในห้องสรงของพระเจ้านโปเลียนที่ 1 ในพระราชวังทุยเลอรี แล้วในที่สุดก็ได้กลับมาที่พิพิธภัณฑ์เหมือนเดิม

ห้องแสดงในพิพิธภัณฑ์ในช่วงสงครามฝรั่งเศส-ปรัสเซีย ระหว่างปี ค.ศ. 1870-ค.ศ. 1871 ภาพได้ถูกนำออกจากพิพิธภัณฑ์ ไปซ่อนไว้ในที่ลับในประเทศฝรั่งเศส

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ค.ศ. 1911 ภาพโมนาลิซ่าถูกโจรกรรมออกจากพิพิธภัณฑ์ ซึ่งกว่าจะค้นพบเธอก็ได้ใช้เวลาไปถึง 2 ปี ซึ่งได้พบในเมืองฟรอเรนซ์ ประเทศอิตาลี ปัจจุบันเธอถูกดูแลรักษาอย่างดี ในตู้กระจกปรับอากาศกันกระสุน พิพิธภัณฑ์ลูฟร์

 

 
Mona Lisa
Nat Kingcole

 

 

Mona Lisa, Mona Lisa. Men have named you.
You're so like the lady with the mystic smile
Is it only cause you're lonely. They have blamed you
For that Mona Lisa strangeness in your smile

Do you smile to tempt a lover, Mona Lisa
Or is this your way to hide a broken heart
Many dreams have been brought to your doorstep
They just lie there, and they die there

Are you warm, are you real, Mona Lisa
Or just a cold and lonely, lovely work of art

Do you smile to tempt a lover, Mona Lisa
Or is this your way to hide a broken heart

Many dreams have been brought to your doorstep
They just lie there, and they die there

Are you warm, are you real, Mona Lisa
Or just a cold and lonely, lovely work of art

Mona Lisa, Mona Lisa

 


 

 

 

Mona Lisa เป็นเพลงที่ได้รางวัลยอดเยี่ยมปี 1950  Best Original Song จาก
.Academy Award เรียบเรียงโดย Nelson Riddle และใช้แบ้คอัพโดย Les Baxter and his Orchestra. ในเวอร์ชั่นของ  Nat King Cole เป็นเพลงที่ครองอันดับ 1 The Billboard singles chart นานถึง 8 สัปดาห์ในปี 1950.  และที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าทำเนียบ
The Grammy Hall of Fame in 1992. จากนั้นมามีศิลปินอีกมากมายนำเพลงนี้ไปคัฟเวอร์ใหม่เช่น  Elvis Presley, Willie Nelson, Shakin' Stevens,

 

ผลงานของนักร้องและนักเปียนโนผิวหมึกผู้ยิ่งใหญ่ Nat Kingcole เคยโด่งดังในยุค 60's ตรงข้ามกับชีวิตจริงที่มีแต่ความเจ็บช้ำเรื่องการถูกเหยียดผิว ถึงแก่กรรมไปเมื่อปี ๑๙๖๕ นานถึงสี่ทศวรรษเข้าไปแล้ว

สำหรับเนื้อหาของเพลงโมนาลิซ่าจากผลงานของ Nat Kingcole เล่าว่าผู้คนได้ขนานนามเธอว่าผู้มีรอยยยิ้มที่เป็นปริศนา ด้วยเหตุที่เธอไร้คู่ใครๆ
เลยกล่าวถึงความแปลกในรอยยิ้มของเธอรือยิ้มของเธอเชิญชวนหาคนรัก หรือมีเลศนัยซ่อนอาการอกหัก เธอเป็นคนจริงๆหรือเป็นเพียงงานศิลป์ที่ดูอ่อนโยนและเยือกเย็น

 

Mona Lisa ในปี ค.ศ. 1950  ใช้ประกอบภาพยนตร์เรื่อง  Captain Carey, U.S.A. ประพันธ์ดนตรีและคำร้องโดย Jay Livingston และ Ray Evans ส่วนเพลงที่ได้ยินกันในยุคปัจจุบัน ร้องโดย  บริทนีย์ สเปียร์   ทั้ง 2 เวอร์ชั่นต่างก็นำเรื่องราวของโมนาลิซ่ามาสาธยายให้ฟัง ในชื่อเพลงที่เหมือนกัน แต่ไม่เกี่ยวข้องกันทั้งเนื้อร้องและทำนอง

 

 

Willie Nelson - MONA LISA

 

ELVIS PRESLEY - MONA LISA

 

JERRY LEE LEWIS -MONA LISA - 1987

 

Shakin' Stevens - Mona Lisa

 

Mona Lisa - Nat King Cole

 

ตำนาน โมนาลิซ่า

โมนา กับ ลิซ่า สองสาวสวยพี่น้องแห่งเมืองอิตาลี แม้เธอทั้งสองจะไม่ใช่ฝาแฝดแต่ทั้งคู่ก็ดูคล้ายกันมาก ทั้งรูปร่าง หน้าตาและกิริยาท่าทาง

ความแตกต่างที่คนภายนอกพอจะมองออกได้ก็คือ โมนาผู้พี่เก่งเย็บปักถักร้อย ส่วนลิซ่าผู้น้อง เก่งทำอาหาร ดังนั้นถ้าเห็นสาวสวยสองคนเดินมา คนหนึ่งถือเสื้อผ้า อีกคนหนึ่งถืออาหารก็จะบอกได้ทันทีว่าใครเป็นพี่

ใครเป็นน้อง โมนาผู้พี่นั้นแต่งงานแล้วกับวิศวกรหนุ่มมาดเท่ ซึ่งหนุ่มวิศวกรคนนี้ เคยเป็นแฟนกับลิซ่าผู้น้องมาก่อน แต่ลงท้าย ทำไมเขากลับมาเลือกแต่งงานกับพี่สาวได้ ไม่มีใครทราบ...
มันคือความน้อยเนื้อต่ำใจของลิซ่า ที่รอเวลากลายเป็นความแค้น

วันหนึ่งมีการป่าวประกาศหาสาวสวยเข้าประชันความงามเพื่อเป็น นางแบบภาพเขียนให้ศิลปินชื่อก้องโลก " ลีโอนาโด ดาวินชี่" วาดรูป

แน่นอน ... สาวสวยทั่วทั้งอิตาลีเข้าร่วมงานประกวดนี้ รวมทั้งโมนากับลิซ่าด้วย ...ถ้าจะว่ากันตามความสาวและสวยแล้ว ลิซ่าสวยกว่าโมนา เพราะอายุน้อยและยังโสด แต่เมื่อผลประกาศออกมา ...โมนากลับได้ตำแหน่งที่หนึ่งไปครอง ...ปล่อยให้ลิซ่าชื่นชมเพียงอันดับสองเท่านั้น

เรื่องแย่งแฟนนั่นพอทน...แต่เรื่องแย่งเป็นนางแบบให้ท่านดาวินชี่ ใครจะไปยอมลิซ่าเริ่มแผนการกำจัดพี่สาว

ระหว่างนั้นโมนาก็ได้เริ่มเป็นแบบให้ท่านดาวินชี่วาดรูปแล้ว ..ลิซ่าปรุงยาพิษด้วยภูมิปัญญาตัวเอง ..จากวัตถุดิบที่เหลือในครัว เช่น เห็ดเน่าๆ เนยบูดๆ แป้งหมดอายุ แล้วอาศัยความชำนาญเรื่องอาการ ปรุงรส แต่งกลิ่นจนกลายเป็นขนมอบที่น่ารับประทานที่สุด ทำทีว่าเป็นของขวัญฉลองความสำเร็จของพี่สาว

ส่วนตึกเอียง น่าจะเกิดจากวิศวกรหนุ่มสามีโมนามีน้ำใจเอาขนมพิษของลิซ่า
มาแบ่งให้คนงานกินด้วย จนทำให้สร้างตึกไปมึนพิษไป ตึกที่เอียงนี้จึงถูกเรียกชื่อว่า " หอเอนพิษลิซ่า"หรือ" หอเอนปิซ่า" ด้วยเช่นเดียวกันตั้งแต่นั้นมา


 

ไม่สงวนสิทธิ์ในการนำไปใช้ประโยชน์ทางการศึกษาแต่ขอความกรุณาอ้างอิงแหล่งที่มาตามสมควรจะขอบคุณยิ่ง


March 3, 2007 

 

 

กลุ่มบริหารทั่วไป     โรงเรียนศึกษานารี
176ถนนประชาธิปก เชิงสะพานพระปกเกล้า
แขวงวัดกัลยาณ์   เขตธนบุรี  กทม.10600
by wita:wita_snr@hotmail.com