กลุ่มบริหารทั่วไป โรงเรียนศึกษานารี

 

 

 
 
Behind Blue eyes
Limp Bizkit

 
 
No one knows what it's like
To be the bad man
To be the sad man
Behind blue eyes
And no one knows
What it's like to be hated
To be fated to telling only lies

[Chorus:]
But my dreams they aren't as empty
As my conscience seems to be
I have hours, only lonely
My love is vengeance
That's never free

No one knows what its like
To feel these feelings
Like i do, and i blame you!
No one bites back as hard
On their anger
None of my pain and woe
Can show through

[Chorus]

Discover l.i.m.p. say it [x4]
No one knows what its like
To be mistreated, to be defeated
Behind blue eyes
No one knows how to say
That they're sorry and don't worry
I'm not telling lies

[Chorus]

No one knows what its like
To be the bad man, to be the sad man
Behind blue eyes.
 

The Who - Behind Blue Eyes

ผลงานเพลงของ Pete Townshend แห่งวง The Who ในโปรเจคที่ชื่อ  Lifehouse  เมื่อปี 1971 ในอัลบั้ม Who's Next.เป็นเพลงเก่งอีกเพลงที่สร้างชื่อเสียงให้แก่วง ต่อมาถุกนำมาบันทึกใหม่โดยศิลปินอีกหลายคนรวงมทั้งวง Limp Bizkit ในอัลบั้ม Results May Vary.เมื่อปี 2003

 


Limp Bizkit

วงจาก Jacksonville, Florida.ก่อตั้งเมื่อปี 1994 โดย Fred ,Sam, John Otto, และ Wes ชื่อของวง Limp Bizkit ได้มาจากความคิดของ Fred ที่ว่าสมองของคนน่าจะเป็นเหมือน limp biscuit เมื่อ Fred เห็นดีเห็นงามด้วย ตำนานของวงร้อค;ก็เริ่มต้น ณ บัดนั้น

ค่ายฟลิพเร็คคอร์ดส ซึ่งเป็นค่ายอินดี้ต้นสังกัดของ LIMP BIZKIT จ่ายเงินจ้างให้สถานีวิทยุแห่งหนี่ง เล่นซิงเกิ้ลเพลงแรกของ LIMP BIZKIT ชื่อ Counterfeit หนังสือพิมพ์นิวยอร์คไทม์สลงข่าวเรื่องนี้ แม้จะเป็นข่าวไม่ดี แต่ข่าวก็คือข่าว LIMP BIZKIT จึงเริ่มเป็นที่รู้จัก ต่อมา LIMP BIZKIT ออกซิงเกิ้ลใหม่ เป็นการนำเพลง Faith ของจอร์จ ไมเคิลที่โด่งดังในยุคทศวรรษ 80 มาทำใหม่

LIMP BIZKIT เป็นวงแร็พคอร์ ที่นำแนวดนตรีเมทัล พั้งค์ ฮิพฮ็อพ มาผสมผสานกัน พวกเขา มาจากเมืองแจ็คสันวิลล์ ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของวง Molly Hatchet, Lynyrd Skynyrd และ
 38 Special คุณสมบัติของ LIMP BIZKIT ตรงตามแบบฉบับวงร็อค กล่าวคือ ทำเพลงที่ทำให้แฟนเพลงตกใจด้วยความเต็มใจ และยินดีอย่างยิ่ง ทั้งยังมีการแสดงคอนเสิร์ตแบบแหวกแนวด้วย

เฟร็ด เดิร์สท ช่างสักผู้กลายมาเป็นนักร้องนำของ LIMP BIZKIT ตั้งวงขึ้นร่วมกับแซม ริเวอร์ส เพื่อนเก่าซึ่งรับตำแหน่งมือเบสของวง ต่อมา แซมพาจอห์น อ็อตโต้ ลูกพี่ลูกน้องที่เป็นมือกลองวงแจ๊ซมาเข้าวงด้วย หลังจากนั้น ทางวงก็ได้ตัวเวส บอร์แลนด์ มือกีต้าร์ แล้วทั้งสี่ก็กลายเป็นสมาชิก LIMP BIZKIT ยุคบุกเบิก

ทั้งสี่เห็นพ้องกันว่า ควรจะตั้งชื่อวงว่า LIMP BIZKIT แต่แม้จะมีวงเรียบร้อยแล้ว ทางวงยังมีอุปสรรคอีกประการหนึ่งคือ การทำให้คนรู้จักวงดนตรีของพวกเขา เฟร็ด เดิร์สทแก้ปัญหานี้โดยใช้อาชีพรับสักร่างกายของเขาเป็นเครื่องมือ ว่ากันว่าหลังจาก LIMP BIZKIT ตั้งวงได้ไม่นาน วง Korn ได้ไปแสดงคอนเสิร์ตที่แจ็คสันวิลล์ หลังแสดงเสร็จ ฟีลดี้ มือเบส กับเฮ้ด มือกีต้าร์วง Korn ได้ไปที่บ้านของเฟร็ดเพื่อให้เขาสักให้ โชคเข้าข้างเฟร็ด เพราะฟีลดี้กับเฮ้ดกลายมาเป็นเพื่อนสนิทของเขา เมื่อวง Korn มาแจ็คสันวิลล์อีกครั้ง เฟร็ดจึงเอาเทปตัวอย่างของ LIMP BIZKIT ให้ฟีลดี้กับเฮ้ดไปและทาง Korn ก็สัญญาเป็นมั่นเหมาะว่าจะส่งเทปต่อไปให้รอส โรบินสัน โปรดิวเซอร์ของวง รอส โรบินสันชอบผลงานของ LIMP BIZKIT มาก นับแต่นั้นมา LIMP BIZKIT ก็เริ่มมีชื่อเสียงขึ้นเรื่อย ๆ ในวงการเพลง และได้แสดงคอนเสิร์ตกับ House of Pain และ The Deftones

ในปี 1995 LIMP BIZKIT ได้ตัวสมาชิกคนที่ 5 ซึ่งเป็นคนสุดท้ายคือดีเจเลธัล นักประดิษฐ์เสียงจากเทิร์นเทเบิ้ลจากวง House of Pain เมื่อได้ดีเจเลธัลมา LIMP BIZKIT ก็มีแนวเพลงใหม่เข้ามาผสมผสานด้วยคือ แนวฮิพฮ็อพแบบแปลก ๆ เพราะการสแครชแผ่นของดีเจเลธัล ไม่ใช่การสแครชแผ่นพื้น ๆ แบบดีเจทั่วไป

LIMP BIZKIT ได้ข้อเสนอจากค่ายเพลงทั่วอเมริกา แต่ทางวงตัดสินใจเซ็นสัญญากับค่ายอินดี้ชื่อว่า ฟลิพเรคคอร์ดส แล้วออกอัลบั้มแรกชื่อว่า Three Dollar Bill Y'all$ ในปี 1997 หลังออกอัลบั้ม LIMP BIZKIT ออกทัวร์โปรโมตอัลบั้มอย่างหนัก การแสดงคอนเสิร์ตของ LIMP BIZKIT มีอะไรพิสดารเสมอ ครั้งหนึ่ง เฟร็ด เดิร์สท นักร้องนำออกจากห้องน้ำขนาดใหญ่บนเวที ท่ามกลางฉากที่ได้รับอิทธิพลจากหนังไซไฟ แถมยังมีนักเต้นเบรคแด๊นซ์อยู่โดยรอบด้วย การแสดงคอนเสิร์ตแบบนี้ทำให้ LIMP BIZKIT ได้แฟนเพลงกลุ่มใหม่เพิ่มขึ้น แต่ก็นำความอื้อฉาวมาด้วย โดยเฉพาะเมื่อ LIMP BIZKIT นำเพลง Faith ของจอร์จ ไมเคิลมาทำใหม่ ในช่วงที่จอร์จตกเป็นข่าวถูกจับกุมในห้องน้ำ เพราะทำอนาจารพอดี

Significant Other อัลบั้มชุดที่ 2 ของ LIMP BIZKIT ออกขายในวันที่ 22 มิถุนายน 1999 และทำยอดขายได้ถึง 5 แสนชุดในสัปดาห์แรก งานชุดนี้มีศิลปินดังมาร่วมงานมากมาย เช่น ดีเจพรีเมียร์จากวง Gangstarr จอน เดวิสจาก Korn สก็อต ไวแลนด์จาก Stone Temple Pilots และเม็ทธอดแมนจาก Wu Tang Clan ด้วย (แม้แต่แม่ของเฟร็ด เดิร์สทยังมีภาพอยู่บนปกอัลบั้มด้วย)

อัลบั้มใหม่ของ LIMP BIZKITจะออกมาในเดือนสิงหาคมนี้ ใช้ชื่อ Chocolate Starfish and the Hotdog Flavored Water โดยมีเพลง Take A Look Around ที่เป็นเพลงธีมของหนังเรื่อง Mission Impossible II หรือ M:I-2 รวมอยู่ด้วย

ชื่อวง LIMP BIZKIT เป็นชื่อที่เขียนให้เพี้ยนไปจากตัวสะกดจริง เช่นเดียวกับการสะกดชื่อวง Led Zeppelin ที่มาของชื่อวงมาจาก คำพูดของเพื่อนคนหนึ่งของเฟร็ด ที่พูดถึงเฟร็ดว่า "His brain was like a limp biscuit" (เฟร็ดเป็นคนสมองทึบ) แต่แทนที่เฟร็ดจะโกรธ เขากลับชอบ และเอาคำนี้มาใช้เป็นชื่อวง

LIMP BIZKIT จ่ายใต้โต๊ะให้สถานีวิทยุแห่งหนึ่ง เปิดซิงเกิ้ล Counterfeit ซึ่งเป็นซิงเกิ้ลแรกของวง ในรายการพิเศษของเอ็มทีวี เฟร็ดกล่าวว่าสมัยที่ LIMP BIZKIT ยังไม่มีใครรู้จัก (ในปี 1998) ทางวงได้จ่ายเงินให้สถานีวิทยุ KUFO ในโคโลราโด้ให้เล่นซิงเกิ้ลเพลง Couterfeit ประมาณ 5000 เหรียญ ต่อการเล่น 5 ครั้งใน 5 สัปดาห์ เฟร็ดบอกว่า การทำอย่างนี้ได้ผลดีมาก

นพื้น ๆ แบบดีเจทั่วไป

LIMP BIZKIT ได้ข้อเสนอจากค่ายเพลงทั่วอเมริกา แต่ทางวงตัดสินใจเซ็นสัญญากับค่ายอินดี้ชื่อว่า ฟลิพเรคคอร์ดส แล้วออกอัลบั้มแรกชื่อว่า Three Dollar Bill Y'all$ ในปี 1997 หลังออกอัลบั้ม LIMP BIZKIT ออกทัวร์โปรโมตอัลบั้มอย่างหนัก การแสดงคอนเสิร์ตของ LIMP BIZKIT มีอะไรพิสดารเสมอ ครั้งหนึ่ง เฟร็ด เดิร์สท นักร้องนำออกจากห้องน้ำขนาดใหญ่บนเวที ท่ามกลางฉากที่ได้รับอิทธิพลจากหนังไซไฟ แถมยังมีนักเต้นเบรคแด๊นซ์อยู่โดยรอบด้วย การแสดงคอนเสิร์ตแบบนี้ทำให้ LIMP BIZKIT ได้แฟนเพลงกลุ่มใหม่เพิ่มขึ้น แต่ก็นำความอื้อฉาวมาด้วย โดยเฉพาะเมื่อ LIMP BIZKIT นำเพลง Faith ของจอร์จ ไมเคิลมาทำใหม่ ในช่วงที่จอร์จตกเป็นข่าวถูกจับกุมในห้องน้ำ เพราะทำอนาจารพอดี

Significant Other อัลบั้มชุดที่ 2 ของ LIMP BIZKIT ออกขายในวันที่ 22 มิถุนายน 1999 และทำยอดขายได้ถึง 5 แสนชุดในสัปดาห์แรก งานชุดนี้มีศิลปินดังมาร่วมงานมากมาย เช่น ดีเจพรีเมียร์จากวง Gangstarr จอน เดวิสจาก Korn สก็อต ไวแลนด์จาก Stone Temple Pilots และเม็ทธอดแมนจาก Wu Tang Clan ด้วย (แม้แต่แม่ของเฟร็ด เดิร์สทยังมีภาพอยู่บนปกอัลบั้มด้วย)

อัลบั้มใหม่ของ LIMP BIZKITจะออกมาในเดือนสิงหาคมนี้ ใช้ชื่อ Chocolate Starfish and the Hotdog Flavored Water โดยมีเพลง Take A Look Around ที่เป็นเพลงธีมของหนังเรื่อง Mission Impossible II หรือ M:I-2 รวมอยู่ด้วย

ชื่อวง LIMP BIZKIT เป็นชื่อที่เขียนให้เพี้ยนไปจากตัวสะกดจริง เช่นเดียวกับการสะกดชื่อวง Led Zeppelin ที่มาของชื่อวงมาจาก คำพูดของเพื่อนคนหนึ่งของเฟร็ด ที่พูดถึงเฟร็ดว่า "His brain was like a limp biscuit" (เฟร็ดเป็นคนสมองทึบ) แต่แทนที่เฟร็ดจะโกรธ เขากลับชอบ และเอาคำนี้มาใช้เป็นชื่อวง

LIMP BIZKIT จ่ายใต้โต๊ะให้สถานีวิทยุแห่งหนึ่ง เปิดซิงเกิ้ล Counterfeit ซึ่งเป็นซิงเกิ้ลแรกของวง ในรายการพิเศษของเอ็มทีวี เฟร็ดกล่าวว่าสมัยที่ LIMP BIZKIT ยังไม่มีใครรู้จัก (ในปี 1998) ทางวงได้จ่ายเงินให้สถานีวิทยุ KUFO ในโคโลราโด้ให้เล่นซิงเกิ้ลเพลง Couterfeit ประมาณ 5000 เหรียญ ต่อการเล่น 5 ครั้งใน 5 สัปดาห์ เฟร็ดบอกว่า การทำอย่างนี้ได้ผลดีมาก
 


Limp Bizkit - Behind Blue Eyes

 



ไม่สงวนสิทธิ์ในการนำไปใช้ประโยชน์ทางการศึกษา แต่ขอความกรุณาอ้างอิงแหล่งที่มาตามสมควรจะขอบคุณยิ่ง



July 18,2006 
 

 

กลุ่มบริหารทั่วไป      โรงเรียนศึกษานารี
176ถนนประชาธิปก เชิงสะพานพระปกเกล้า
แขวงวัดกัลยาณ์  เขตธนบุรี  กทม. 10600
by  wita:wita_snr@hotmail.com