กลุ่มบริหารทั่วไป โรงเรียนศึกษานารี

 

  




Laughter In The Rain
Neil Sedaka

Words & Music by Philip Cody & Neil Sedaka
Recorded by Neil Sedaka, 1974 (#1)

 
Strolling along country roads with my baby.
It starts to rain, it begins to pour.
Without an umbrella we're soaked to the skin.
I feel a shiver run up my spine.

I feel the warmth of her hand in mine.

Oo, I hear laughter in the rain,
walking hand in hand with the one I love.
Oo, how I love the rainy days
and the happy way I feel inside.

After a while we run under a tree.
I turn to her and she kisses me.
There with the beat of the rain on the leaves
softly she breathes and I close my eyes.

Sharing our love under stormy skies.

Oo, I hear laughter in the rain,
walking hand in hand with the one I love.
Oo, how I love the rainy days
and the happy way I feel inside.

I feel the warmth of her hand in mine.

Oo, I hear laughter in the rain,
walking hand in hand with the one I love.
Oo, how I love the rainy days
and the happy way I feel inside.

Oo, I hear laughter in the rain,
walking hand in hand with the one I love.
Oo, how I love the rainy days
and the happy way I feel inside.

(repeat and fade)

 

 
LAUGHTER IN THE RAIN
Neil Sedaka at the Midnight Special
 
Laughter in the rain  จากเสียงร้องของ Neil Sedaka ประพันธ์โดยตัวเขาเอง ร่วมกับ Phil Cody. เป็นเพลงอันดับ 1 ของ The Billboard Hot 100 เมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 1975 นานติดต่อกัน 2 สัปดาห์ และเป็นเพลงอันดับ 1 ของชาร์ตเพลงประเภท  The Adult Contemporary Chart.

 Thomas Anders นำมาทำใหม่ในปี   1992 ในอัลบั้ม Down on Sunset.และ The Great Pepe Jaramillo ในอัลบั้ม "Mexican Tijuana / Mexican Gold"

ว่ากันว่าเพลงนี้ทั้งเมโลดี้ ทั้งโครงสร้างเพลงไปเหมือนกับเพลง
Waterloo Sunset. ของ The Kinks ที่โด่งดังในอังกฤษเมื่อปี 1967
 

 
Neil Sedaka
Laughter in the rain เป็นเพลงเพราะๆที่เรียกคะแนนนิยมของเขาให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้งในช่วงยุค 80 กับความหมายดี ที่ซุกซ่อนอยู่ในเนื้อเพลง ผ่านท่วงทำนองของเพลงป้อบฟังสบายๆ ที่แสนไพเราะ ฟังติดหู เหมาะสำหรับคนที่กำลัง In Love ในช่วงวันฟ้าหม่น เพราะคงไม่มีอะไรจะโรแมนติกเท่าการฟังเพลงรักเคล้าเสียงฝนกับคนรู้ใจอีกแล้ว

สายฝนอาจทำให้หลายๆคนคิดถึงอดีตที่ผ่านมา บ้างก็อาจจะมีความหลังที่ประทับใจ บ้างก็อาจจะเคยขมขื่นมาก่อน ส่วนคนที่เคยจูงมือคนรักเดินฝ่าสายฝนด้วยกัน คงจะจดจำกับภาพในอดีตครั้งนั้นไปอีกนาน

เนื้อหาของเพลงรักหวานชื่นบทนี้
Neil Sedaka  เล่าว่า เขาไปเดินเล่นกับคนรักบนถนน ฝนก็ตกกระหน่ำอย่างหนักจนหนาวสะท้าน แต่ยังรู้สึกถึงไออุ่นที่ได้กุมมือเธอไว้  เราฝ่าสายฝนไปหลบใต้ต้นไม้ด้วยกัน จูบกันท่ามกลางเสียงฝนที่ตกกระทบใบไม้  เขาได้ยินเสียงหัวเราะร่าเริงในสายฝน เขามีความสุขและรักวันที่มีฝนตก

Neil Sedaka นักร้องหนุ่มเชื้อสายยิว ก้าวเข้าสู่วงการดนตรีตั้งแต่ยังวัยรุ่น โดยเริ่มชีวิตมาจากนักเปียนโน และตระเวณเล่นเพลงคลาสสิคตามสถานีวิทยุต่างๆ  นอกจาการเล่นดนตรี และร้องเพลงแล้ว เขายังแต่งเพลงให้วงดังๆอีกหลายวง รวมทั้งเพลง " Love Will Keep Us Together " เป็นผลงานอีกชิ้นหนึ่งของเขา  

ABBA
และ
Tony Christie, ก็เคยให้เขาเขียนเพลงให้ร้อง และที่เคยทำงานร่วมกันและออกทัวร์ด้วยกันอยู่นานคือ  Elton John ในปัจจุบันนี้เขาก็ยังทำงานอยู่เบื้องหลังนักร้องดังๆอีกหลายคน
 
ประโยชน์ของการหัวเราะ
 
การหัวเราะใช่เพียงจะเป็นการแสดงอารมณ์สุขตามธรรมชาติของมนุษย์เท่านั้น ในทางการแพทย์ยังใช้เป็นเครื่องมือบำบัดโรคภัยและอารมณ์ซึมเศร้า น.พ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล บอกว่า หัวเราะบำบัด กลายเป็นเรื่องจริงจังทางสุขภาพขึ้นมา

เริ่มจาก น.พ.มาดาน คาทาเรีย ชาวอินเดีย ก่อตั้ง “ชมรมมาหัวเราะกันเถอะ” ที่เมืองบอมเบย์ (มุมไบ) โดยเชิญชาวเมืองทุกเพศทุกวัย ไปยืนหัวเราะกันเป็นกลุ่มๆ ที่จัตุรัสกลางเมือง ก่อนจะแพร่ระบาดไปทั่วประเทศ รวมทั้งประเทศไทย ซึ่งมีชมรมหัวเราะบำบัดแห่งประเทศไทยเกิดขึ้นแล้ว โดย อ.กสานติ์ วณิชชานนท์ เป็นประธานดำเนินการ

ในเชิงวิชาการ น.พ.เฮนรี รูบินสไตน์ ผู้เขียนหนังสือเล่มแรกๆ เกี่ยวกับหัวเราะบำบัด กล่าวว่า การหัวเราะคือปรากฏการณ์พื้นฐานอันสมบูรณ์แบบที่มนุษย์ได้รู้จักแสดงออกทุกระบบของร่างกาย เวลาหัวเราะ กระบวนการต่างๆ ในร่างกายจะทำงานต่อไปนี้

เริ่มจากใช้กล้ามเนื้อชายโครง กระบังลม และกล้ามเนื้อท้อง ขึ้นไปถึงลำคอและช่องปาก ซึ่งล้วนเป็นกล้ามเนื้อที่เราบังคับได้ ให้หายใจเข้ายาวๆ แล้วปล่อยลมออกไปเป็นจังหวะๆ พร้อมกับการเปล่งเสียงแห่งการหัวเราะออกไป

ด้วยวิธีนี้เอง จะเกิดการปรับปรุงระบบหายใจให้มีการรับออกซิเจนมากขึ้น และขับคาร์บอนไดออกไซด์ออกไปจากร่างกายมากขึ้น จากระบบหายใจนี้เอง ส่งผลไปถึงระบบประสาทอัตโนมัติ โดยผ่านเส้นประสาทสำคัญเส้นหนึ่ง คือ ประสาทเวกัส ซึ่งเป็นประสาทแห่งการผ่อนคลาย เมื่อประสาทนี้ถูกกระตุ้นจากพลังการหัวเราะ ก็ทำให้เกิดการผ่อนคลายของระบบประสาทอัตโนมัติ ส่งผลย้อนขึ้นไปถึงสมอง ทำให้เกิดการหลั่งสารเอนดอร์ฟินและสารซีโรโตนินซึ่งเป็นประสารสื่อนำประสาท ย้อนไปส่งผลต่อสภาพจิตใจของแต่ละบุคคล

คุณหมอรูบินสไตน์ บอกด้วยว่า การหัวเราะช่วยปรับสภาวะอารมณ์ขุ่นมัว แก้ความวิตกกังวล แก้อาการซึมเศร้า แก้อาการเจ็บปวด ช่วยให้กลางวันสดชื่น กลางคืนหลับสบาย การหัวเราะ 1 นาที มีผลทำให้เกิดการผ่อนคลายกล้ามเนื้อและประสาทถึง 45 นาที

เบอร์นาร์ด ราควิน นักจิตวิทยา บอกว่า การหัวเราะใช้บำบัดโรคได้ตั้งแต่โรคเครียด โรคกระเพาะอาหาร ช่วยสร้างเสริมภูมิคุ้มกัน ลดความเสี่ยงอุบัติเหตุทางสมองและเส้นเลือด และลดความเสี่ยงต่อมะเร็ง

ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

การหัวเราะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันของคนเราได้ 2 ทาง คือ

ทางแรก เพิ่มระดับความ เข้มข้นของแอนตี้บอดี้ที่เป็นภูมิคุ้มกัน หมนุเวียนใน กระแสเลือด

ส่วนที่สอง เป็นการเพิ่มระดับเม็ดเลือดขาว ซึ่งเป็นตัวกำจัดสิ่งแปลกปลอมที่หลุดเข้ามาในร่างกาย

นักวิจัยแสตนฟอร์ด พบว่า หัวเราะเพียง 10 วินาที มีค่าเท่ากับการออกกำลังกายบนเครื่องกรรเชียงถึง 3 นาที เพราะการหัวเราะทำใหัหัวใจ และชีพจรเต้นเร็วกว่าปกติเล็กน้อย เมื่อหยุดหัวเราะ ร่างกายจะค่อยๆคืนสู่สภาวะปกติ จึงรู้สึกผ่อนคลาย
 
Neil Sedaka - Laughter In The Rain
 
Neil Sedaka - Laughter In The Rain

 

 

ไม่สงวนสิทธิ์ในการนำไปใช้ประโยชน์ทางการศึกษาแต่ขอความกรุณาอ้างอิงแหล่งที่มาตามสมควรจะขอบคุณยิ่ง


March 23,2007 

 

 

กลุ่มบริหารทั่วไป     โรงเรียนศึกษานารี
176ถนนประชาธิปก เชิงสะพานพระปกเกล้า
แขวงวัดกัลยาณ์   เขตธนบุรี  กทม.10600
by wita:wita_snr@hotmail.com