กลุ่มบริหารทั่วไป โรงเรียนศึกษานารี

 

Genghis Khan
Dschinghis Khan

   
(Hoo! Ha!)
(Hoo! Ha!)
(Hoo! Ha!)
(Hoo! Ha!)

(Hoo! Ha!)
(Hoo! Ha!)
(Hoo! Ha! Hoo! Ha! Hoo! Ha! Hoo! Ha!)


He'll race on with the wind & leave you all behind,
He'll be gone!
(Ha! Hoo! Ha!)
And all who follow in his dust may end up blind,
Genghis Khan.
(Ha! Hoo! Ha!)
The hooves on his horse whipped up huge clouds of sand,
He stirred up fear & terror in every land.
And thunder & lightning wouldn't hold him up.

(Hoo! Ha!)

Geng-,
Geng-,
Genghis Khan!
Hey Rider! Ho Rider! Hey Rider! Always ever!
Geng-,
Geng-,
Genghis Khan!
On brother! Drink brother! Pull brother! Always again!
Load up on some vodka,
(Ho, ho, ho, ho!)
For we're in Mongolia,
(Ha, ha, ha, ha!)
For the devil fights early enough.
Geng-,
Geng-,
Genghis Khan!
Hey Rider! Ho Rider! Hey Rider! Always ever!
Geng-,
Geng-,
Genghis Khan!
Hey there, man! Ho there, man! Let's dance, man! So for ever!
And man hears him laughing,
(Ho, ho, ho, ho!)
They rhymed the same word again,
(Ha, ha, ha, ha!)
And he emptied jugs within a puff.

And every girl that pleased him would be taken down to his tent.
(Ha! Hoo! Ha!)
There wasn't a woman who didn't give him their love, there's no scent.
(Ha! Hoo! Ha!)
He fathered seven children within 1 night,
And all the ladies thought he was dynamite,
For no one else had power just like his.

(Hoo! Ha!)

Geng-,
Geng-,
Genghis Khan!
Hey Rider! Ho Rider! Hey Rider! Always ever!
Geng-,
Geng-,
Genghis Khan!
On brother! Drink brother! Pull brother! Always again!
Load up on some vodka,
(Ho, ho, ho, ho!)
For we're in Mongolia,
(Ha, ha, ha, ha!)
For the devil fights early enough.
Geng-,
Geng-,
Genghis Khan!
Hey Rider! Ho Rider! Hey Rider! Always ever!
Geng-,
Geng-,
Genghis Khan!
Hey there, man! Ho there, man! Let's dance, man! So for ever!
And man hears him laughing,
(Ho, ho, ho, ho!)
They rhymed the same word again,
(Ha, ha, ha, ha!)
And he emptied jugs within a puff.
 
 

จิงกิสข่าน" จากเยอรมันตะวันตก

Dschinghis Khan วงดนตรีในแนว Pop Band จากเยอรมัน ก่อกำเนิดขึ้นเมื่อปี 1979  ประสบความสำเร็จกับรางวัล Eurovision Song Contest. โดยชื่อของวงถูกตั้งตามชื่อเพลงฮิตของพวกเขา  ซึ่งประพันธ์เนื้อเพลงโดย   Bernd Meinunger. โปรดิวซ์โดย Ralph Siegel

ในยุคที่เพลงดิสโก้บูมสุดขีดนั้น วงดนตรีจากเยอรมันวงนี้เจริญรอยตามรุ่นพี่อย่างวง Boney M, Arabesque, และ Silver Convention, ซึ่งได้รับความนิยมไปทั่วโลก ด้วยเพลงที่มีเนื้อหาอิงประวัติสาสตร์ที่ทุกคนรู้จักกันดี เจงกีสข่านวีระบุรุษจักรพรรดิแห่งมองโกล วงนี้โด่งดังสุดขีดเมื่อกลางปี 1980s, จากจุดเริ่มบนอินเทอร์เนต และภาพวิดีโอที่บ่งบอกถึงตัวตนของดิสโก้ ด้วยเพลงฮิตตอนนั้นคือ  "Moskau" และดังมากที่  ZDF จนมาถึงเพลง  "Dschinghis Khan".

น่าเสียดายหลังจากที่วงแตกไปแล้ว Louis Hendrik Potgieter สมาชิกคนหนึ่งของวงแยกตัวกลับบ้านไปเป็นผู้จัดการโรงแรมที่  South Africa และเสียชีวิตด้วยโรคเอดส์เมื่อปี 1993  แต่พวกเขาก็ยังกลับมารวมตัวกันใหม่อีกครั้งในปี 2005. และในครั้งนี้เปิดตัวกันที่ Olympiyski Arena ในกรุงมอสโคว์เมื่อ วันที่ 17  ตุลาคม 2005. แต่นักดนตรีคนดังของวง Steve Bender กลับมาเสียชีวิตลง เมื่อ 7 พฤษภาคม 2006 ด้วยโรคมะเร็ง ทางวงจึงได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "The Legacy of Dschinghis Khan"และยังยืนหยัดเล่นดนตรีในแนวที่เขารักตลอดมาด้วยทีมงานของเด็กรุ่นใหม่


สิ่งที่ดีที่สุดในการทำสงครามใดๆ คือ การรบชนะ การได้ขี่ม้าที่ดีที่สุด และได้ครอบครองภรรยาของแม่ทัพข้าศึก........
Genghis Khan กษัตริย์ผู้ปกครองโลกทั้งโลก

"เจงกีสข่าน" ผู้นำเผ่ามองโกล ที่ไม่มีใครสามารถต้านทานกองทัพของเขาได้ จนเกือบจะได้ครองโลกทั้งใบ เพราะเขาตียึดจีน และตีรัสเซียได้เกือบค่อนประเทศ

เจงกีสข่าน เกิดปี ค.ศ. 1162 ในครอบครัวของขุนศึกคนนึงในภาคกลางของมองโกเลีย ริมแม่น้ำ  รูเลน เมื่อเจ็งกิสข่านเกิด บิดาทำสงครามชนะพวก Tatar  และจับหัวหน้าเผ่าชื่อ Temujin ได้ ซึ่งประเพณีมองโกลจะต้องนำชื่อของเชลยมาตั้งเป็นชื่อของบุตรชาย เพื่อให้ความกล้าหาญ และความแข็งแรงของศัตรูที่ตนฆ่าได้ถ่ายทอดสู่บุตรของตน เจ็งกิสข่านในวัยเด็กจึงมีชื่อว่า   เตมูจิน  ซึ่งแปลว่า ช่างตีเหล็ก 

เมื่อเตมูจินอายุ 8 ขวบ ได้สมรสกับ Borte บุตรสาวของหัวหน้าเผ่า Onggirad ซึ่งประเพณีมองโกลถือว่า การมีภรรยาที่มีอายุมากกว่า นอกจากจะให้กำเนิดบุตรได้ในเวลารวดเร็วแล้ว ภรรยายังสามารถให้คำแนะนำดีๆ แก่สามีได้ด้วย ซึ่ง Borte ก็ได้ทำหน้าที่นี้เป็นอย่างดี จนเตมูจินหลงรักนางมาก และเมื่อนางถูกศัตรูลักพาตัวไป เตมูจินกับเพื่อนได้กรีธาทัพเข้าโจมตียึดตัวนางคืน

เมื่อครั้งที่เขาอายุ 9 ปี คนของเผ่าศัตรูได้ฆ่าพ่อของเขา ทำให้ครอบครัวของเขาต้องลี้ภัย เจอกับอากาศหนาวอันโหดร้าย และยังโดนปล้นค่ายของอีกเผ่า  ทำให้เตมูจินโดนจับตัว แต่เขาก็หนีรอดกลับมาได้

เตมูจิน เป็นนักรบที่เก่งกาจ ดุดัน โหดร้ายเมื่ออายุได้เพียงสิบกว่าๆเท่านั้น ก็เริ่มทำให้ก๊กต่างๆในมองโกลหันมาร่วมมือกันด้วยวิธีการทูต แต่ความพยายามเป็นผลสำเร็จเมื่อ บอร์เท ภรรยาของเขาโดนลักพาตัวไป เขาจึงขอความช่วยเหลือจากชาวมองโกลกลุ่มต่างๆ

ปี ค.ศ.1206 เตมูจินสามารุถทำให้มองโกลรวมเป็นหนึ่ง จนได้ฉายาว่า   "เจงกิสข่าน"
หลังจากนั้น การยึดครองโลกก็เริ่มขึ้น มองโกลเริ่มปฏิบัติการทางทหาร ต่อมณทลชีเชีย ซึ่งเป็นดินแดนส่วนตะวันตกเฉียบเหนือของจีน  และของธิเบตเป็นบางส่วน การรบดำเนินไปถึงปี ค.ศ.1210 เจ้าแคว้นยอมแพ้ การรบของกองทัพเจงกิสข่าน สามารถทำให้จีนทั้งหมดพ่ายแพ และยังยึดไปถึงบริเวณเกาหลีในปัจจุบัน

เขาส่งทูตไปทางตะวันตกของชาวเติร์ก แต่ทูตโดนสังหารตายหมด เขาเลยตัดสินใจยึดทั้ง ภูมิภาค ซึ่งในปัจจุบันคือ อิรัก อีหร่าน และภาคตะวันตกของเตอร์กิสสถาน ภาคเหนือของปากิสสถานและอินเดีย ก่อนขึ้นมายึดรัสเซีย และบุกยึดดินแดนตั้งแต่อ่าวเปอร์เซียยันมหาสมุทรอาร์คติก  แต่ยอดขุนศึกอย่างเขาก็เสียชีวิตในช่วง ปีค.ศ.1226

นักรบผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ าตีเมืองซามาร์คาน จนแตกพ่ายในเวลาไม่นาน ซามาร์คาน เป็นมหานครของจักรพรรดิ์ ชาห์ มูฮัมหมัด แห่งจักรวรรดิ "ควาริตซึ่ม"

เหตุที่เรียกว่าเป็นมหานคร เพราะ มีพลเมืองถึง 2 แสนคน และจักรวรรดิควาริตซึ่ม เรียกว่ามหาจักรวรรดิเพราะ เนื้อที่กินประเทศใหญ่ๆ ร่วม10ประเทศ ทั้งอัฟกานิสถานและอิหร่านในปัจจุบัน พรมแดนด้านตะวันตก จนถึงทะเลสาบแคสเปียน ด้านใต้ถึงมหาสมุทรอินเดีย

มหนครซามาร์คาน มีทหารพร้อมรบอยู่ถึง 1 แสน 1หมื่นคน แต่เจงกิสข่านยกพ8หมื่นคน ซึ่งเป็นทหารม้าเป็นส่วนใหญ่ ตีเมืองจแตกพ่าย  หลังจากยึดได้ เจงกิสข่านสั่งเผาเมือง ให้ทหารไล่ฆ่าผู้คนตายนับแสน เหลือไว้แต่ผู้มีความรู้ความสามารถ เพียง 3 หมื่นคน และส่งพวกเขาไปมองโกล เพื่อพัฒนาชาติของเขา

นักประวัติศาสตร์ต่างมีความเห็นว่า หากตีไปถึงชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกได้เมื่อไหร่แล้ว ณ เวลานั้น เจงกิสข่านจะได้ชื่อว่าเป็นจักรพรรดิองค์แรกและองค์เดียวที่ครองโลกได้  สาเหตุเพราะเขายึดรัสเซียได้ค่อนประเทศ บุกถึงยุโรปกลางเตรียมยึดเกาะอังกฤษอยู่แล้ว แต่ยกทัพกลับเมืองเสียก่อน

ทุกเมืองที่ยอมแพ้ นอกจากจะต้องเสียเครื่องราชบรรณาการทุกปีๆ แล้วยังโดนเกณฑ์เข้ากองทัพด้วย และในการบุกเข้าตีกรุงแบกแดดในปี 1258 กองทัพของเขาจึงมีทั้งทหารจาก จอร์เจีย อาร์เมเนีย และเปอร์เซียรวมอยู่ นอกจากนั้น เขายังจัดรูปแบบกองทัพที่ไม่ซ้ำแบบใคร เช่นการเดินทัพไปพร้อมๆกับมีการเลี้ยงสัตว์ควบคู่กันไปด้วย ทั้งวัว ควาย แพะ แม้กระทั้งม้าศึก

กำลังหลักมีไพร่พลประมาณ 1 แสนคน แบ่งออกเป็น 10 ทูเมน หรือกองพลที่มีกำลังพล 1หมื่นนาย หน่วยรบของเขาจะได้รับการฝึกอาวุธอย่างดีจากยุทธศาสตร์หลายๆชาติ เช่น จีน อาหรับ เปอร์เซีย ในการเคลื่อนทัพทูเมนต่างๆจะจัดกระบวนทัพ เป็นแนวหน้ากระดานกว้างประมาณ 50ไมล์ มีทัพหลวงอยู่กลาง และในกองทัพของเขายังเตรียมม้าศึกสำรองเอาไว้ผลัดเปลี่ยนจำนวนมาก นอกจากนั้นยังมีฝูงวัวและแพะ ติดตามทุกทูเมน เพื่อใช้เป็นเสบียง

อาหารหลักของชาวมองโกลคือ นม และยังใช้เนื้อเป็นอาหารได้ การเคลื่อนทัพในยามปกติ จะเป็นไปอย่างเชื่องช้า ประมาณ 5 ไมล์ต่อวัน จะมีการหยุดพักวันละ 4 ครั้ง เพื่อรีดนมสัตว์ แต่เมื่อจะเข้าโจมตี ทั้งสิบทูเมนจะรวมตัวเข้ากับทัพหลวงและพุ่งไปข้างหน้าอย่างสายฟ้าแลบ บุกตีถึงญี่ปุ่น เกาหลี ขยี้รัสเซีย เหยียบพม่า ขย้ำจีน มีบันทึกว่า ครั้งนึง มีเจ้าเมืองคนนึงหนีเข้าไปซ่อนตัวในโบสถ์ ด้วยคิดว่า เจงกิสข่านจะไม่ทำร้าย แต่ตรงข้าม เขาเผาโบสถ์อย่างไม่ใยดี และกล่าววาจาอมตะ ว่า"ข้าไม่ได้ลบหลู่พระเจ้า แต่คนถ่อยทำให้โบสถ์มัวหมอง จึงต้องทำลาย" ผู้คน ชาวบ้านชาวเมือง หรือแม้แต่เจ้าเมือง ทหาร หากรู้ข่าวว่ากองทัพของเขาบุกมา จะกลัวกันหัวหด ชาวคริสต์ถึงกับบอกว่า "เขาคือซาตานกลับชาติมาเกิด"

แม้เขาอาจจะชั่วร้ายความดีของเจงกิสข่านคือการไม่กดขี่ศาสนาอื่นๆ แม้มองโกลจะมีลัทธิเต็งกรีนัคือการนับถือเจงกิสข่านเป็นพระเจ้าชั้นราชาสวรรค์ แต่เขาก็ยังอนุญาตให้ผู้คนนับถือได้ทุกศาสนา แต่เหนือสิ่งอื่นใด การที่เขาฆ่าคนเยี่ยงผักปลา เผาโบราณสถาน โบราณวัตถุที่มีค่ามหาศาล จนได้ฉายาว่า เทพสงคราม แต่คนหลายคนมองเขาเป็น "ขุนศึกที่กระหายสงครามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก"

 ที่มา  :  ftxxchan.exteen.com
 

ในวารสาร American Journal of Human Genetics ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2546 Chris Tyler-Smith แห่งมหาวิทยาลัย Oxford ในประเทศอังกฤษ ได้รายงานว่า ชายเอเชีย 1 คนในทุก 12 คน มีเชื้อมองโกล

สืบเนื่องมาจากการที่เจ็งกิสข่านได้เคยครอบครองดินแดนที่กว้างใหญ่ไพศาล ตั้งแต่ทะเล Aral ในอัฟกานิสถาน จนถึงทะเลเหลืองในจีน การสมรสระหว่างทหารกับสาวพื้นเมืองในประเทศต่างๆ ทำให้ลูกหลานมีโครโมโซมชนิด Y ของชาวมองโกล

Tyler-Smith ได้ศึกษา Chromosome ของชายเอเชีย 2,100 คน พบว่า 8% ของผู้ชายเหล่านี้มี Y Chromosome ที่คล้ายกันหรือเหมือนกัน ซึ่งเป็นเพราะทหารมองโกลมักฆ่าทหารที่พ่ายแพ้แล้วมีเพศสัมพันธ์กับภรรยาของทหารที่เสียชีวิต และนี่ก็คือเหตุผลที่แสดงให้เห็นว่า เหตุใดคนปากีสถานเผ่า Hazara จึงมี gene ของชาวมองโกล แต่การที่จะฟันธงลงไปว่า คนเอเชีย 12% เป็นทายาทห่างๆ ของเจ็งกิสข่านนั้น ไม่สมควร ดังนั้น P. Underhill แห่งมหาวิทยาลัย Stanford
นสหรัฐฯ จึงได้เสนอแนะให้ขุดหาที่ฝังศพของเจ็งกิสข่านให้พบ เพื่อจะได้เปรียบเทียบโครโมโซมของจักรพรรดิแห่งจักรพรรดิผู้นี้กับชายเอเชียว่าเป็นญาติกันเพียงใดหรือไม่ ซึ่งก็ยังเป็นปริศนาอยู่จนปัจจุบันว่าพระศพของกษัตริย์เจ็งกีสข่านนั้นถูกฝังอยู่ที่ใดกันแน่
 

ที่มา :  http://www.ipst.ac.th/ThaiVersionl

ด้วยความฮอตของเจงกีสข่าน จึงมีผู้นำเรื่องราวไปสร้างเป็นทั้งบทภาพยนตร์และบทโทรทัศน์ รวมทั้งวงสตริงดังของไทยยุคนั้นคือ"รอยัลสไปรท์"  ได้นำเพลงนี้ไปออกเป็นผลงานแนวกระแสนิยม แห่งยุคิสโก้ในช่วงปี พ.ศ. 2522 ตามเมนสตรีมของตลาดดนตรีตะวันตก และได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางไม่ใช่แค่วัยรุ่นเท่านั้น แม้แต่เด็กตัวเล็กๆยังร้องกันได้กับท่อนฮุคที่ว่า "เจง เจง เจงกีสข่าน................"


 เจงกีสข่าน
รอยัลสไปรท์
 

ขุนทัพระบือลือนาม มฉกรรจ์ เก่งกาจ ชาติขุนพล (ฮะ ฮึ)
ทุกหนระบือลือไปใครใครพากันสยบ เจงกีสข่าน(ฮะ ฮึ)
ยกทัพราวีตะลุยบุก ล่าทุกดินแดน ทั่วแคว้นเกรงกลัวจนตัวสั่น ไม่หันมาสู้
ต่างคนยอมซู ว่าเขาคือราชสีห์(ฮะ ฮึ)

**เจงเจง เจงกีสข่าน รุกไปที่ไหน ใครอย่าขวาง รีบเปิดทางรับขุนพลเจง เจง เจงกีสข่าน
ผืนดินสะท้านไปทั่วทิศ เด็ดชีวิต หัวมันกระเด็น ไล่เข่นฆ่ามันซะ (ฮะ ฮ่ะ ห่ะ ฮา ฮ่า)
บุกถล่มให้ล้มดิน(ฮะ ฮ่ะ ห่ะ ฮา ฮ่า) ครองแดนดิน เขาคือจ้าวถิ่นโลกนี้......(ฮะ ฮึ)

เจงเจง เจงกีสข่าน รุกไปที่ไหน ใครอย่าขวาง รีบเปิดทางรับขุนพลเจง เจง เจงกีสข่าน
ผืนดินสะท้านไปทั่วทิศ เด็ดชีวิต หัวมันกระเด็น ไล่เข่นฆ่ามันซะ (ฮะ ฮ่ะ ห่ะ ฮา ฮ่า)
บุกถล่มให้ล้มดิน(ฮะ ฮ่ะ ห่ะ ฮา ฮ่า)ครองแดนดิน เขาหรือคือ จ้าวโลกา............
 

ไม่สงวนสิทธิ์ในการนำไปใช้ประโยชน์ทางการศึกษาแต่ขอความกรุณาอ้างอิงแหล่งที่มาตามสมควรจะขอบคุณยิ่ง


April 21,2009

 

กลุ่มบริหารทั่วไป     โรงเรียนศึกษานารี
176ถนนประชาธิปก เชิงสะพานพระปกเกล้า
แขวงวัดกัลยาณ์   เขตธนบุรี  กทม.10600
by wita:wita_snr@hotmail.com