เจงกีสข่าน เกิดปี ค.ศ. 1162 ในครอบครัวของขุนศึกคนนึงในภาคกลางของมองโกเลีย ริมแม่น้ำ รูเลน เมื่อเจ็งกิสข่านเกิด บิดาทำสงครามชนะพวก Tatar และจับหัวหน้าเผ่าชื่อ Temujin ได้ ซึ่งประเพณีมองโกลจะต้องนำชื่อของเชลยมาตั้งเป็นชื่อของบุตรชาย เพื่อให้ความกล้าหาญ และความแข็งแรงของศัตรูที่ตนฆ่าได้ถ่ายทอดสู่บุตรของตน เจ็งกิสข่านในวัยเด็กจึงมีชื่อว่า เตมูจิน ซึ่งแปลว่า ช่างตีเหล็ก
เมื่อเตมูจินอายุ 8 ขวบ ได้สมรสกับ Borte บุตรสาวของหัวหน้าเผ่า Onggirad ซึ่งประเพณีมองโกลถือว่า การมีภรรยาที่มีอายุมากกว่า นอกจากจะให้กำเนิดบุตรได้ในเวลารวดเร็วแล้ว ภรรยายังสามารถให้คำแนะนำดีๆ แก่สามีได้ด้วย ซึ่ง Borte ก็ได้ทำหน้าที่นี้เป็นอย่างดี จนเตมูจินหลงรักนางมาก และเมื่อนางถูกศัตรูลักพาตัวไป เตมูจินกับเพื่อนได้กรีธาทัพเข้าโจมตียึดตัวนางคืน
เมื่อครั้งที่เขาอายุ 9 ปี คนของเผ่าศัตรูได้ฆ่าพ่อของเขา ทำให้ครอบครัวของเขาต้องลี้ภัย ไปเจอกับอากาศหนาวอันโหดร้าย และยังโดนปล้นค่ายของอีกเผ่า ทำให้เตมูจินโดนจับตัว แต่เขาก็หนีรอดกลับมาได้
เตมูจิน เป็นนักรบที่เก่งกาจ ดุดัน โหดร้ายเมื่ออายุได้เพียงสิบกว่าๆเท่านั้น ก็เริ่มทำให้ก๊กต่างๆในมองโกลหันมาร่วมมือกันด้วยวิธีการทูต แต่ความพยายามเป็นผลสำเร็จเมื่อ บอร์เท ภรรยาของเขาโดนลักพาตัวไป เขาจึงขอความช่วยเหลือจากชาวมองโกลกลุ่มต่างๆ
ปี ค.ศ.1206 เตมูจินสามารุถทำให้มองโกลรวมเป็นหนึ่ง จนได้ฉายาว่า "เจงกิสข่าน"
หลังจากนั้น การยึดครองโลกก็เริ่มขึ้น มองโกลเริ่มปฏิบัติการทางทหาร ต่อมณทลชีเชีย ซึ่งเป็นดินแดนส่วนตะวันตกเฉียบเหนือของจีน และของธิเบตเป็นบางส่วน การรบดำเนินไปถึงปี ค.ศ.1210 เจ้าแคว้นยอมแพ้ การรบของกองทัพเจงกิสข่าน สามารถทำให้จีนทั้งหมดพ่ายแพ้ และยังยึดไปถึงบริเวณเกาหลีในปัจจุบัน
เขาส่งทูตไปทางตะวันตกของชาวเติร์ก แต่ทูตโดนสังหารตายหมด เขาเลยตัดสินใจยึดทั้ง ภูมิภาค ซึ่งในปัจจุบันคือ อิรัก อีหร่าน และภาคตะวันตกของเตอร์กิสสถาน ภาคเหนือของปากิสสถานและอินเดีย ก่อนขึ้นมายึดรัสเซีย และบุกยึดดินแดนตั้งแต่อ่าวเปอร์เซียยันมหาสมุทรอาร์คติก แต่ยอดขุนศึกอย่างเขาก็เสียชีวิตในช่วง ปีค.ศ.1226
นักรบผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ เข้าตีเมืองซามาร์คาน จนแตกพ่ายในเวลาไม่นาน ซามาร์คาน เป็นมหานครของจักรพรรดิ์ ชาห์ มูฮัมหมัด แห่งจักรวรรดิ "ควาริตซึ่ม"
เหตุที่เรียกว่าเป็นมหานคร เพราะ มีพลเมืองถึง 2 แสนคน และจักรวรรดิควาริตซึ่ม เรียกว่ามหาจักรวรรดิเพราะ เนื้อที่กินประเทศใหญ่ๆ ร่วม10ประเทศ ทั้งอัฟกานิสถานและอิหร่านในปัจจุบัน พรมแดนด้านตะวันตก จนถึงทะเลสาบแคสเปียน ด้านใต้ถึงมหาสมุทรอินเดีย
มหานครซามาร์คาน มีทหารพร้อมรบอยู่ถึง 1 แสน 1หมื่นคน แต่เจงกิสข่านยกพล 8หมื่นคน ซึ่งเป็นทหารม้าเป็นส่วนใหญ่ ตีเมืองจนแตกพ่าย หลังจากยึดได้ เจงกิสข่านสั่งเผาเมือง ให้ทหารไล่ฆ่าผู้คนตายนับแสน เหลือไว้แต่ผู้มีความรู้ความสามารถ เพียง 3 หมื่นคน และส่งพวกเขาไปมองโกล เพื่อพัฒนาชาติของเขา
นักประวัติศาสตร์ต่างมีความเห็นว่า หากตีไปถึงชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกได้เมื่อไหร่แล้ว ณ เวลานั้น เจงกิสข่านจะได้ชื่อว่าเป็นจักรพรรดิองค์แรกและองค์เดียวที่ครองโลกได้ สาเหตุเพราะเขายึดรัสเซียได้ค่อนประเทศ บุกถึงยุโรปกลางเตรียมยึดเกาะอังกฤษอยู่แล้ว แต่ยกทัพกลับเมืองเสียก่อน
ทุกเมืองที่ยอมแพ้ นอกจากจะต้องเสียเครื่องราชบรรณาการทุกปีๆ แล้วยังโดนเกณฑ์เข้ากองทัพด้วย และในการบุกเข้าตีกรุงแบกแดดในปี 1258 กองทัพของเขาจึงมีทั้งทหารจาก จอร์เจีย อาร์เมเนีย และเปอร์เซียรวมอยู่ นอกจากนั้น เขายังจัดรูปแบบกองทัพที่ไม่ซ้ำแบบใคร เช่นการเดินทัพไปพร้อมๆกับมีการเลี้ยงสัตว์ควบคู่กันไปด้วย ทั้งวัว ควาย แพะ แม้กระทั้งม้าศึก
กำลังหลักมีไพร่พลประมาณ 1 แสนคน แบ่งออกเป็น 10 ทูเมน หรือกองพลที่มีกำลังพล 1หมื่นนาย หน่วยรบของเขาจะได้รับการฝึกอาวุธอย่างดีจากยุทธศาสตร์หลายๆชาติ เช่น จีน อาหรับ เปอร์เซีย ในการเคลื่อนทัพทูเมนต่างๆจะจัดกระบวนทัพ เป็นแนวหน้ากระดานกว้างประมาณ 50ไมล์ มีทัพหลวงอยู่กลาง และในกองทัพของเขายังเตรียมม้าศึกสำรองเอาไว้ผลัดเปลี่ยนจำนวนมาก นอกจากนั้นยังมีฝูงวัวและแพะ ติดตามทุกทูเมน เพื่อใช้เป็นเสบียง
อาหารหลักของชาวมองโกลคือ นม และยังใช้เนื้อเป็นอาหารได้ การเคลื่อนทัพในยามปกติ จะเป็นไปอย่างเชื่องช้า ประมาณ 5 ไมล์ต่อวัน จะมีการหยุดพักวันละ 4 ครั้ง เพื่อรีดนมสัตว์ แต่เมื่อจะเข้าโจมตี ทั้งสิบทูเมนจะรวมตัวเข้ากับทัพหลวงและพุ่งไปข้างหน้าอย่างสายฟ้าแลบ บุกตีถึงญี่ปุ่น เกาหลี ขยี้รัสเซีย เหยียบพม่า ขย้ำจีน มีบันทึกว่า ครั้งนึง มีเจ้าเมืองคนนึงหนีเข้าไปซ่อนตัวในโบสถ์ ด้วยคิดว่า เจงกิสข่านจะไม่ทำร้าย แต่ตรงข้าม เขาเผาโบสถ์อย่างไม่ใยดี และกล่าววาจาอมตะ ว่า"ข้าไม่ได้ลบหลู่พระเจ้า แต่คนถ่อยทำให้โบสถ์มัวหมอง จึงต้องทำลาย" ผู้คน ชาวบ้านชาวเมือง หรือแม้แต่เจ้าเมือง ทหาร หากรู้ข่าวว่ากองทัพของเขาบุกมา จะกลัวกันหัวหด ชาวคริสต์ถึงกับบอกว่า "เขาคือซาตานกลับชาติมาเกิด"
แม้เขาอาจจะชั่วร้ายความดีของเจงกิสข่านคือการไม่กดขี่ศาสนาอื่นๆ แม้มองโกลจะมีลัทธิเต็งกรีนัคือการนับถือเจงกิสข่านเป็นพระเจ้าชั้นราชาสวรรค์ แต่เขาก็ยังอนุญาตให้ผู้คนนับถือได้ทุกศาสนา แต่เหนือสิ่งอื่นใด การที่เขาฆ่าคนเยี่ยงผักปลา เผาโบราณสถาน โบราณวัตถุที่มีค่ามหาศาล จนได้ฉายาว่า เทพสงคราม แต่คนหลายคนมองเขาเป็น "ขุนศึกที่กระหายสงครามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก"
ที่มา : ftxxchan.exteen.com


