กลุ่มบริหารทั่วไป โรงเรียนศึกษานารี

 



 
Hurt
Christina
    Aguilera

 

Seems like it was yesterday when I saw your face
You told me how proud you were, but I walked away
If only I knew what I know today
Ooh, ooh

I would hold you in my arms
I would take the pain away
Thank you for all you've done
Forgive all your mistakes
There's nothing I wouldn't do
To hear your voice again
Sometimes I wanna call you
But I know you won't be there

Ohh I'm sorry for blaming you
For everything I just couldn't do
And I've hurt myself by hurting you

Some days I feel broken inside but I won't admit
Sometimes I just wanna hide 'cause it's you I miss
And it's so hard to say goodbye
When it comes to this, oooh

Would you tell me I was wrong?
Would you help me understand?
Are you looking down upon me?
Are you proud of who I am?

There's nothing I wouldn't do
To have just one more chance
To look into your eyes
And see you looking back

Ohh I'm sorry for blaming you
For everything I just couldn't do
And I've hurt myself, ohh

If I had just one more day
I would tell you how much that I've missed you
Since you've been away
Ooh, it's dangerous
It's so out of line
To try and turn back time

I'm sorry for blaming you
For everything I just couldn't do
And I've hurt myself by hurting you

 

 
 

 
Christina    Aguilera



คริสติน่า เกิดวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ.2523 ที่นิวยอร์ก แม่มีเชื้อสายไอริชผสมกับเอกวาดอร์ และเดินสายเล่นเปียโนกับไวโอลินหาเลี้ยงชีพ ส่วนพ่อทำงานให้กับกองทัพสหรัฐ ส่งผลให้ในวัยเด็กหนูน้อยคริสติน่าต้องตระเวนติดสอยห้อยตามผู้ให้กำเนิดไปยังสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก กระทั่งท้ายที่สุดครอบครัวอากีเลร่าก็ลงหลักปักฐานในเมืองแว็กซ์ฟอร์ด รัฐฟิลาเดลเฟีย

อายุ 8 ขวบ คริสติน่าสมัครเข้าไปแสดงความสามารถในรายการ "สตาร์เสิร์ช" พออายุ 10 ขวบ สาวน้อยก็ได้รับการคัดเลือกให้ทำหน้าที่ "นักร้องเพลงชาติ" ประจำทีมอเมริกันฟุตบอล "Pittsburgh Steelers" และ "Pirates"


เมื่ออายุ 12 ขวบ คริสติน่าผ่านการคัดเลือกเข้าเป็นนักแสดงรุ่นจิ๋วของรายการทีวี "ดิสนีย์ มิกกี้ เม้าส์ คลับ" ในเครือวอลต์ดิสนีย์ ที่นี่เธอมีเพื่อนที่ต่อมากลายเป็น "คนดัง" ในวงการดนตรีทีนพ็อพสหรัฐ คือ "บริตนีย์ สเปียร์ส" และ "จัสติน ทิมเบอร์เลก" สมาชิกวงบอยแบนด์เอ็นซิงก์ และต่อมาอีก 2 ปีเธอเดินทางไปญี่ปุ่นเพื่ออัดเสียงเพลง "All I Wanna Do" ร่วมกับ "เคอิโซะ นากานิชิ" นักร้องขวัญใจโจ๋ยุ่นในช่วงนั้น

ปี 2541 คริสติน่าบินกลับสหรัฐ และก้าวใหญ่ในชีวิตก็มาถึง เมื่อมีโอกาสร้องเพลง "Reflection" เพลงประกอบภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง "มู่หลาน" ของค่ายวอลต์ดิสนีย์ จนไปเตะ "หู" แมวมองค่าย "อาร์ซีเอ" ก่อนจะผลิตอัลบั้มชุดแรก "Christina Aguilera" ออกวางจำหน่ายทั่วโลก

เพลง "Genie In The Bottle" ในอัลบั้มชุดดังกล่าวขึ้นชาร์ตเพลงฮิตอันดับ 1 ในสหรัฐเมื่อเดือน ก.ค.2542 จากนั้นเพลงอื่นๆ ในอัลบั้มแรกนี้ก็โด่งดังตามมาเป็นชุด เช่น "Love Will Find The Way" "So Emotion" "I Turn To You" "What A Girl Wants" "Come On Over Baby (All I Want Is You)"
ต้นสังกัดยังออกอัลบั้มชุดดังกล่าวเป็นภาษาสเปน รวมทั้งผลิต "อัลบั้มพิเศษเทศกาลคริสต์มาส" ในปี 2543 เพื่อขยายกลุ่มผู้ฟังและป้องกันไม่ให้แฟนเพลงลืมหน้าคริสติน่า

สาวน้อยเสียงใหญ่คนนี้มาสร้างความฮือฮาอีกครั้งหลังจากร่วมร้อง "Lady Marmalade" เลดี้ มาร์เมอลาด เพลงประกอบหนัง "มูแลงรูจ" ร่วมกับ "ลิล คิม" "มายา" "พิงก์" นอกจากนี้ ยังออกอัลบั้มชุดที่ 2 ชื่อ "Just Be Free" ซึ่งเป็นการรวมเอาเพลงเก่าๆ ของคริสติน่าที่เคยถูกคัดออกไปกลับมาขายอีกครั้ง

สำหรับครั้งนี้เป็นอัลบั้มชุดที่ 3 ของเธอชื่อ Back to Basics (2006)
 
เพลง
HURT เป็นเพลงที่เธอต้องการให้อยู่ในอัลบั้มนี้ จึงร่วมกับ  Linda Perry และ Mark Ronson เขียนมันขึ้นมาโดยเฉพาะ
 

 

ไม่สงวนสิทธิ์ในการนำไปใช้ประโยชน์ทางการศึกษา  แต่ขอความกรุณาอ้างอิงแหล่งที่มาตามสมควรจะขอบคุณยิ่ง


December 4, 2006 

 

กลุ่มบริหารทั่วไป       โรงเรียนศึกษานารี
176 ถนนประชาธิปก เชิงสะพานพระปกเกล้า
แขวงวัดกัลยาณ์   เขตธนบุรี  กทม. 10600
by wita : wita_snr@hotmail.com