}

กลุ่มบริหารทั่วไป โรงเรียนศึกษานารี

 

Hitchin' A Ride
Vanity Fare

 

  A thumb goes up, a car goes by
It's nearly 1 a.m. and here am I
Hitchin' a ride, hitchin' a ride
Gotta get me home by the morning light

I got no
fare to ride a train
I'm nearly drowin' in the pouring rain
Hitchin' a ride, hitchin' a ride
Gotta get me home to my
baby's side

Ride, ride, ride, hitchin' a ride
Ride, ride, ride, hitchin' a ride

Long distance call I got today
She sounded lonely so I'm on my way
Hitchin' a ride, hitchin' a ride
Gotta get me home, keep her satisfied

Ride, ride, ride, hitchin' a ride
Ride, ride, ride, hitchin' a ride

A thumb goes up, a car goes by
Oh, won't somebody stop and help a guy?
Hitchin' a ride, hitchin' a ride
Been away too long from my
baby's side

Ride, ride, ride, hitchin' a ride
Ride, ride, ride, hitchin' a ride

Ride, ride, ride, hitchin' a ride
Ride, ride, ride, hitchin' a ride

Ride, ride
Ride, ride
Ride, ride
Ride, ride
FADE
Ride, ride

 

 

 

 


 


"Hitchin' a Ride" เป็นเพลงจากซิงเกิลสุดฮิตของ วงแบนด์จากอังกฤษ Vanity Fare. ประพันธ์โดย Mitch Murray และ Peter Callander. ออกวางจำหน่ายเมื่อปลายปี 1969, ขึ้นถึงอันดับ 16  ของชาร์ตเพลงในอังกฤษ, แต่ในอเมริกาเพลงนี้ฮิตมาก ขึ้นถึงอันดับ 5 ของThe Billboard Hot 100 เมื่อฤดูใบไม้ผลิในปี 1970.เฉพาะในอเมริกาขายได้มากกว่า ล้านก้อปปี้ส์

นฤดูร้อนเมื่อปี 1968 เป็นเวลาเกือบ 100 ปี ที่ผ่านมาแล้วได้กำเนิดเรื่องราวสุดคลาสสิคของ William Makepeace Thackeray วนิยายคลาสสิคชื่อดัง  กับวงดนตรี "Vanity Fair"

ซิงเกิ้ลแผ่นแรกของ Vanity Fare คือเพลง 'I Live For The Sun' ออกจำหน่ายภายใต้สังกัดบริษัท Page One และทำเซอร์ไพรซ์โดยขึ้นไปถึงอันดับ 20 ของ U.K. singles chart ในเดือนสิงหาคม 1968

 

 

 

 

 เรื่องราวของเพลงHitchin' a ride เขายกหัวแม่โป้งโบกรถ แต่รถเก๋งคันแล้วคันเล่าก็ขับผ่านเลยไป เกือบตี 1 แล้วที่เขาต้องยืนโบกรถ เขาอยากกลับถึงบ้านก่อนเช้า ค่ารถไฟก็ไม่มีจ่าย ฝนก็ตกลงมาซะอีก อยากกลับบ้านเคียงคู่ไปกับเธอที่รัก จะไม่มีใครสักคนจอดรับเขาบ้างเชียวหรือ

 

 หลังจาก Vanity Fare ออกซิงเกิ้ล 'Early in the Morning'  ในเดือนสิงหาคม ปี 1969และเพลงนี้ก็ขึ้นไปถึงอันดับ 7 ขายได้เกินล้านแผ่น รับรางวัลเแผ่นเสียงทองคำเป็นแผ่นแรกของวง
.

ในปีนั้น Vanity Fare ก็ออกซิงเกิ้ล 'Hitchin' A Ride' ตามมา จากท่อนฮุคที่ร้องง่ายๆว่า Hitchin' a ride ซ้ำไปซ้ำมา รวมทั้งการยกหัวนิ้วโปังขึ้นโบกนี่เอง กลับกลายเป็นสัญลักษณ์และคำฮิตของเหล่าบรรดาฮิปปี้ บุปผาชนผู้พิศมัยชีวิตอิสระเสรี และนิยมสะพายเป้ออกเดินทางท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ นำไปใช้เป็นเครื่องหมายเพื่อที่จะโบกขออาศัยโดยสารรถฟรี ประหยัดค่าใช้จ่าย ทำให้เพลง 'Hitchin' A Ride' ติดหูคนฟังอย่างรวดเร็ว และได้รับความนิยมอย่างสูง ทั้งในอังกฤษ และอเมริกาด้วย อีกทั้งยังได้รับแผ่นเสียงทองคำในฐานะเพลงขายดี ที่ขายได้เกินล้านแผ่นด้วย จากนั้น Vanity Fare ก็ข้ามมาเปิดการแสดงในอเมริกาทั้งออกรายการทีวี และแสดงสด จนเป็นที่รู้จักกันแพร่หลายไปทั่วโลก.....

 

ที่มา : http://www.pantown.com

 


 


เสียงประสานที่กลมกลืน และเมโลดี้ที่ชวนฟัง ล้วนตรงข้ามกับชื่อวงที่ว่า
Vanity Fair การเดินทางที่ไร้สาระ เพลงของพวกเขาฮิตไปทั้งเกาะอังกฤษ และยุโรป แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงนักดนตรีไปหลายครั้ง  แต่คอเพลงยุคเก่าก็ยังจำพวกเขาได้ Vanity Fare กับบทเพลงที่แสนไพเราะเมื่อปลายยุค 60's - ต้นยุค 70's

 

 

 



Hitchin A Ride : Vanity Fare

 

 

 

VANITY FARE : HITCHIN A RIDE

 

Vanity Fair - Hitchin A Ride

 

Vanity Fare - Hitchin' A Ride

 

Vanity Fare - Hitchin A Ride

 

 

 

 

ไม่สงวนสิทธิ์ในการนำไปใช้ประโยชน์ทางการศึกษาแต่ขอความกรุณาอ้างอิงแหล่งที่มาตามสมควรจะขอบคุณยิ่ง


July 26,2009

 

size="4" color="#0000FF"> UB40

 

กลุ่มบริหารทั่วไป โรงเรียนศึกษานารี
176ถนนประชาธิปก เชิงสะพานพระปกเกล้า
แขวงวัดกัลยาณ์   เขตธนบุรี  กทม.10600
by wita :  wita_snr@hotmail.com