กลุ่มบริหารทั่วไป โรงเรียนศึกษานารี

 



GLORIA
Van   Morrison

 
Like to tell you 'bout my baby,
you know she comes around,
Just 'bout five feet four
a-from her head to the ground.
You know she comes around here
just about midnight,
She make me feel so good, lord,
she make me feel all right.
And her name is g-l-o-r-i,

G-l-o-r-i-a gloria
G-l-o-r-i-a gloria
I'm gonna shout it all night gloria
I'm gonna shout it every day, gloria
Yeah yeah yeah yeah yeah yeah.

She comes around here
just about midnight, ha
She make me feel so good, lord,
i wanna say she make me feel all right.
Comes a-walkin' down my street,
then she comes up to my house,
She knock upon my door
and then she comes to my room,
Yeah an' she make me feel all right,

G-l-o-r-i-a gloria
G-l-o-r-i-a gloria
I'm gonna shout it all night gloria
I'm gonna shout it every day gloria
Yeah yeah yeah yeah yeah,
Looks so good gloria
All right, feel so good gloria
All right, yeah now.
 
 

รื่องของหญิงสาวคนหนึ่งที่เขาอยากเล่าถึง เธอสูง 5 ฟุต 4 นิ้ว เข้ามาหาเขาที่ห้องตอนเที่ยงคืนทำให้เขารู้สึกดี รู้สึกสดชื่น ชื่อของเธอคือ Gloria" กลายมาเป็นบทเพลงร้อคจากฝีมือการประพันธ์ของ  Van Morrison ซึ่งบันทึกเป็น original ไว้ในด้าน B side ของเพลง Baby, Please Don't Go ด้วยวงของเขาเองตั้งแต่ปี  1964

เพลงร้อคเพลงนี้เล่นง่ายๆด้วยแพทเทิร์นชองคอร์ดเพียง 3 คอร์ดเท่านั้น  คือ  (E-D-A-E) ท่อนร้องที่เป็นชื่อเพลงก็จำง่ายๆ G–L–O–R–I–A" จึงทำให้ฮิตติดหูคนฟังในยุตนั้น มีนักกีตาร์มือใหม่ในยุคนั้นนำเพลงนี้ไปเป็นต้นแบบในการฝึกเล่นกีตาร์ วงดนตรีหลายวงนำเพลงนี้ไปใช้เล่นรวมทั้งศิลปินที่มีชื่อเสียงหลายๆคนก็เล่นเพลงนี้

ถึงกระนั้นก็ตามเพลงนี้ขึ้นถึงอันดับ 59 ของหัวใจของร้อคและโซล
The Heart of Rock & Soul: 1001 ซิงเกิลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เคยมี The 1001 Greatest Singles Ever Made.  ซึ่งจัดโดยหนังสือ Dave Marsh's list ในปี 1989

Paul Williams เขียนไว้ในหนังสือเล่มนี้ถึงเรื่องราวของร้อคแอนด์โรล 100 ซิงเกิลยอดเยี่ยม  Rock and Roll: The 100 Best Singles  ของเพลงทั้ง 2 ด้าน "Baby Please Don't Go/Gloria" ที่เป็นผลงานของ แวน มอริสสัน ว่าเป็นเพลงดี ที่เข้าถึงหัวใจเขาจริงๆ...เป็นร้อคที่เพอร์เฟ็คที่สุดที่มวลมนุษย์ได้รู้จัก

George Ivan Morrison หรือชื่อที่ใครๆรู้จักคือ Van Morrison  นักร้อง นักประพันธ์เพลง จากเมือง Belfast ในไอร์แลนด์เหนือ  ขาเป็นคนที่ชาวไอริชภาคภูมิใจ เพราะ ใครๆก็รู้จักเขา ตั้งแต่วันโน้นจวบจนวันนี้ ได้สร้างชื่อระบือไกลข้ามน้ำข้ามทวีปโด่งดังไปทั่วโลก กระทั่งแฟนเพลงพากันขานามอย่างยอมรับนับถือในความสามารถว่า Van the Man

Van Morrison เกิดมาอย่างสุขสบายเมื่อ 31 สิงหาคม 1945 หลังฮิโรชิมาและนางาซากิถูกระเบิดปรมาณูถล่มและญี่ปุ่นประกาศยอมพ่ายแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ไม่นาน

แม้ชีวิตหลังสงครามของคนทั่วโลกจะค่อน
ข้างลำบากลำบน แต่ครอบครัวเขาช่างอบอุ่นอยู่ดีกินดี มีคุณภาพชีวิตเยี่ยมยอด สงบสุขที่บลูมฟิลด์ เบลฟาสต์ฝั่งตะวันออก เพราะเป็นลูกโทนที่ได้รับการพะเน้าพะนอเอาใจจากคุณพ่อ George ผู้ยิ่งยงแห่งอู่ต่อเรือทั้งในไอร์แลนด์ประเทศบ้านเกิด แถมยังมีโอกาสเดินทางไปทำงานที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นดินแดนที่มีนักร้องนักดนตรีดังๆ ทั้งหลายวนเวียนเข้ามาเสนอผลงานให้คุณพ่อจอร์จต้องซื้อหามาสะสมไว้ และตกทอดไปสู่แวนลูกชายสุดรัก

ส่วนคุณแม่ Violet ก็ไม่ใช่ธรรมดา เพราะเธอเองก็เป็นนักร้อง จึงไม่แปลกเลยที่บ้านนี้จะมีเสียงเพลงเป็นเครื่องชื่นชูใจในทุกๆ นาที เขาจึงเติบโตมาโดยมีเสียงเพลงแทรกซึมเข้าไปถึงทุกอณูเนื้อ ฟังทั้งเพลงพื้นเมืองแบบเซลติก เพลงโซล เพลงบลูส์ เพลงแจ๊ซจากฝั่งอเมริกา เพลงคันทรี เพลงเวสเทิร์น ที่พ่อจอร์จและแม่ไวโอเล็ตสะสมไว้มากมาย

ตั้งแต่อายุลุงแวนเพียง 2 ขวบ ทั้งพ่อและแม่ก็เริ่มรู้แกวแล้วว่า ลูกรักคงจะมีอนาคตอยู่บนถนนสายดนตรี เพราะแทนที่จะร้องไห้โยเยขอของเล่นเช่นเด็กทั่วไป เขากลับกระตุกผ้ากันเปื้อนแม่ร้องงอแงขอให้แม่เปิดแผ่นเสียงให้ฟังทั้งวี่ทั้งวัน

อายุเพียงสิบสามก็ไม่อาจห้ามใจฟอร์มวงดนตรีได้ เขาเป็นหัวหน้าวง Sputniks บรรเลงเพลงแนว skiffle โฟล์กที่ปนกลิ่นแจ๊ซกับบลูส์อย่างลงตัวกับเพื่อนๆ ร่วมโรงเรียน ตระเวนเล่นตามโรงหนังโรงละครท้องถิ่นจนเป็นที่รู้จักและได้รับความชื่นชม พออายุสิบสี่ประกายยิ่งฉายฉาน ตั้งวง Midnight Special แสดงคอนเสิร์ตตามโรงเรียนจนสาวๆ กรี๊ดสลบ

นอกจากร้องอย่างมีแนวของตัวเองแล้ว ยังอเรนจ์เพลงเองอีกต่างหาก มีกีตาร์คู่ใจแล้ว ยังร้องขอให้พ่อซื้อแซ็กโซโฟนให้ เพื่อเขาจะได้รู้จักเครื่องดนตรีทุกชิ้น ด้วยความหมกมุ่นวุ่นวายอยู่กับเสียงเพลงแทบทุกวินาที เขาเคยบอกว่า ไม่รู้ว่าสิ่งเหล่านี้คือพรที่พระเจ้าประทานหรือว่าเป็นคำสาปกันแน่

งานที่สร้างชื่อให้ Van Morrison จริงๆอยู่ในยุคแรกสุดอย่างอัลบั้ม Astral Weeks, Tupelo Honey หรือ Moondance โดยเฉพาะ Astral Weeks ที่นักวิจารณ์และนักฟังทั่วโลกยกให้เป็นหนึ่งในงานบันทึกเสียงที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล ด้วยแนวดนตรีที่ไม่อาจจัดพวกได้ และการบรรเลงที่เหมือนจะไร้ทิศทางแต่มีเสน่ห์น่าหลงใหล .อย่างน้อยคุณก็คงจะต้องเคยได้ยินเพลง Brown Eyed Girl, Gloria, Bright Side Of The Road ของเขา หรือไม่ก็ Have I Told You Lately ซึ่งอาจจะเป็นเวอร์ชั่นของ Rod Stewart

ปีนี้แวนอายุ 63 ปีแล้ว บางคนเรียกเขาว่า Belfast Cowboy หรือไม่ก็ Van The Man หนังสือบางเล่มอยากจะเรียกเขาว่า King Of The Celtic Blues Singers แต่เสียดายที่ไอร์แลนด์เหนือไม่เคยมีคิง

เขาเป็นคนเก็บตัว น้อยครั้งที่จะให้สัมภาษณ์ และเป็นมิตรกับสื่อมวลชนพอๆกับนายกสมัคร อย่าว่าแต่สื่อเลย แม้แต่เพื่อนศิลปินด้วยกันก็ยังเข้าหน้าเขาไม่ค่อยติด การแสดงของแวนนั้นออกไปในแนวคุ้มดีคุ้มร้าย ถ้าท่านโชคดีก็จะได้พบกับ performance ที่หาที่ติไม่ได้(เช่นในอัลบั้มแสดงสด It’s Too Late To Stop Now)แต่ถ้าโชคไม่ดี....บางทีแวนก็เล่นให้จบๆไปอย่างงั้น

เพลงในยุคหลังๆของเขามีหลายเพลงที่เป็นใน theme เบื่อธุรกิจดนตรีเหลือเกิน จริงๆเขาเขียนเพลงแบบนั้นมานานมากแล้วตั้งแต่ยุค 70’s ด้วยดนตรีในแนว แจ๊ส บลูส์ คันทรี่ โซล โฟล์ค กอสเพล ผสมกันแบบ homogenous ในสูตรที่พ่อครัวแวนเท่านั้นที่จะทำได้ ไม่มีอะไรแปลกใหม่ หรือเป็นนวัตกรรมในทางดนตรีอย่างแน่นอน บ้านของแวนอาจจะไม่มีนาฬิกาหรือแม้แต่ปฏิทิน ดนตรีของเขาเหมือนไม่ได้รับผลกระทบจากเทรนด์ดนตรีใดๆในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา เขาเหมือนคนความจำเสื่อมที่ระลึกได้เฉพาะดนตรีที่เขาซึมซับไว้ในวัยเยาว์เท่านั้น และเหล่านี้คือVan The Man

ไม่สงวนสิทธิ์ในการนำไปใช้ประโยชน์ทางการศึกษาแต่ขอความกรุณาอ้างอิงแหล่งที่มาตามสมควรจะขอบคุณยิ่ง


August 10,2008 
 

 

กลุ่มบริหารทั่วไป     โรงเรียนศึกษานารี
176ถนนประชาธิปก เชิงสะพานพระปกเกล้า
แขวงวัดกัลยาณ์   เขตธนบุรี  กทม.10600
by wita:wita_snr@hotmail.com