กลุ่มบริหารทั่วไป โรงเรียนศึกษานารี

 

     
 
One More Cup of Coffee (Valley Below) 1975RTR
Bob Dylan

  Your breath is sweet
Your eyes are like two jewels in the sky.
Your back is straight, your hair is smooth
On the pillow where you lie.
But I don't sense affection
No gratitude or love
Your loyalty is not to me
But to the stars above.

One more cup of coffee for the road,
One more cup of coffee 'fore I go
To the valley below.

Your daddy he's an outlaw
And a wanderer by trade
He'll teach you how to pick and choose
And how to throw the blade.
He oversees his kingdom
So no stranger does intrude
His voice it trembles as he calls out
For another plate of food.

One more cup of coffee for the road,
One more cup of coffee 'fore I go
To the valley below.

Your sister sees the future
Like your mama and yourself.
You've never learned to read or write
There's no books upon your shelf.
And your pleasure knows no limits
Your voice is like a meadowlark
But your heart is like an ocean
Mysterious and dark.

One more cup of coffee for the road,
One more cup of coffee 'fore I go
To the valley below.

 
 
 

One More Cup of Coffee (Valley Below) เป็น 1 ในบทเพลงของนักร้อง นักแต่งเพลงคนดัง   Bob Dylan จากผลงานการทำอัลบั้มชุดที่ 17 ในสตูดิโอ ที่ชื่อ  Desire ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ของ  Columbia Records ทำออกมาในเดือนมกราคม ปี 1976.และเป็นผลพวงจากการออกทัวร์คอนเสิร์ตที่ชื่อ Rolling Thunder Revue โดยมีนักร้องประสานเสียงคนดังช่วยในผลงานครั้งนี้ เธอคือ Emmylou Harris. และมือเบสที่ช่วยร้องประสานคือ  Rob Stoner ไวโอลินโดย Scarlet Rivera กลองและเปียนโน โดย  Howard Wyeth แอคคอร์เดียน และแมนโดลิน โดย Dominic  Cortese  และ Bellzouki เล่น Vincent Bell  เพลงส่วนใหญ่ในอัลบั้มนี้ร่วมประพันธ์โดย Jacques Levy

ต่อมาบทเพลง One More Cup of Coffee (Valley Below) ก็เป็น 1 ในผลงานเพลงของการออกคอนเสิร์ตที่ไปปรากฎอยู่ในหนังเรื่อง Renaldo and Clara  ซึ่งเป็นหนังยาว 4 ชั่วโมง กำกับและแสดงนำโดย Bob Dylan. ทำออกมาเมื่อปี 1978, ในช่วงที่เขาออกทัวร์คอนเสริ์ต Rolling Thunder Revue ในปี 1975.โดยตัวเขาเล่นเป็น  Renaldo; มีภรรยา Sara Dylan เล่นเป็น Clara, ในหนังเรื่องนี้มีดารารับเชิญอย่าง  Joan Baez ซึ่งร่วมเล่นในคอนเสริ์ตครั้งนั้นและกำลังเล่นเพลงThe Woman in White,และนักดนตรีดังๆอีกหลายคนก็ปรากฎเป็นคลิปในหนังเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน

ในปี 1978
 Dylan นำมันมาตัดต่อใหม่ให้เหลือเพียง 2 ชั่วโมง  แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้อยู่ดี จนเขาต้องเอาไปออกรายการทีวี European television, และบางส่วนกลายเป็น "Bonus" แถมในแผ่น DVD เพลงของเขาเอง Dylan's The Bootleg Series Vol. 5: Bob Dylan Live 1975, ส่วนบางช่วงของทัวร์คอนเสิร์ตครั้งนั้น The Rolling Thunder Revue. ไปปรากฎอยู่ใน Video of Dylan's 1991 Song Series of Dreams.

ในฤดูร้อนหนึ่งทางตอนใต้ของฝรั่งเศส เพลงนี้เกิดขึ้นระหว่างที่เขาเดินทางรอนแรมไปถึง 4-5 สัปดาห์ ในช่วงวันเกิดเขาพอดี  เขาได้มีโอกาสพบกับกลุ่มคนเร่ร่อนที่เรียกกันว่าพวกยิบซี ที่มาจากแถบยุโรป จากฝรั่งเศสบ้าง อังกฤษบ้าง ฮอลลแลนด์บ้าง โรมาเนียบ้าง แม้จะเป็นความแตกต่างของเชื้อชาติ แต่บ้อบได้อยู่ร่วมกับพวกเขานานกว่าสัปดาห์  บ้อบบอกว่าเขาโชคดีที่ได้พบกับราชันย์แห่งยิบซี  ผู้มีเมีย 16 คน ลูก  120 คน กิ๊กอีกนับไม่ถ้วน แม้จะเป็นความชื่นชอบในรสนิยมบางเรื่องที่คล้ายกัน แต่ด้วยวิถีทางแห่งชีวิต ทำให้เขาทั้งสองต้องจากกันไป และคำถามสุดท้ายที่เขาได้รับคือ   "Well Bob, we have to go our separate ways, what would you like?" และคำตอบของบ้อบ ดิแลนในครั้งนั้นคือที่มาของเพลงนี้ "Just One More Cup Of Coffee" ซึ่งเขาก็ได้รับมันใส่ประเป๋าและมุ่งหน้าเดินทางจากมา

 

In One More Cup of Coffee ของ Bob Dylan ผลงานในรูปแบบคลาสสิคโฟล์คยุค 60’s ประกอบด้วยกลองชุด  กีตาร์ทั้งเบสและโซโล่ เสียงประสานของหญิงสาวต่างชาติ  กับท่อนอินโทรที่ค่อนข้างยืดยาว เคล้าเสียงไวโอลินอันอ้อยสร้อย  และแทมบูรีนที่กระแทกกระทบกันในบางช่วงจังหวะ มันเป็นการผสมผสานกันของดนตรีจากตะวันตกกับทำนองพื้นเมืองของพวกยิปซี  อาหรับและตุรกีซ กับท่อนฮุคที่เป็นเสียงประสาน“One more cup of coffee for the road / one more cup of coffee ‘fore I go / to the valley below”  กลายเป็นบทเพลงให้กล่าวขานกันต่อมา......."กาแฟอีกสักถ้วย"
 

เรื่องราวของกาแฟ

“คนสมัยใหม่ยกให้ซีแอตเติ้ลเป็นเมืองหลวงของกาแฟ เพราะเป็นบ้านเกิดของ " Starbuck" ร้านกาแฟสัญชาติอเมริกัน ที่แผ่ขยายสร้างอาณาจักรครอบคลุมหลายพื้นที่ในโลกใบกลม”

ต้นกาแฟค้นพบครั้งแรกในเขตเอธิโอเปีย (Ethiopia) เนื่องจากชายเลี้ยงแพะสังเกตเห็นแพะที่เลี้ยงอยู่ มีอาการกระปรี้กระเปร่าเป็นพิเศษ หลังจากได้กินผลสีแดงคล้ายเชอรี่ของต้นไม้ชนิดหนึ่ง ชายเลี้ยงแพะจึงลองเก็บผลชนิดนั้นมาลองกินดูบ้าง ปรากฎว่าเกิดอาการเช่นเดียวกับแพะ ข่าวดังกล่าวแพร่ไปอย่างรวดเร็วจนกระทั่งทราบไปถึงผู้สอนศาสนาที่รู้ถึงความมหัศจรรย์ของผลสีแดงนี้ พระผู้สอนศาสนาจึงทดลองนำผลเชอรี่ดังกล่าวไปแช่น้ำและดื่มน้ำนั้นดู ทำให้เกิดความรู้สึกกระฉับกระเฉง เหตุนี้จึงเป็นต้นกำเนิดของการดื่มน้ำผลเชอรี่หรือผลกาแฟนั่นเอง ความนิยมของกาแฟเริ่มแพร่กระจายในอาหรับมากขึ้น

 

กระทั่งในปี คศ1534 ออสโตมัส สุลตานแห่งอิสตันบูล สั่งประกาศให้กาแฟเป็นสิ่งผิดกฏหมาย แต่เหมือนยิ่งห้ามยิ่งยุ หนึ่งปีต่อมากาแฟเป็นที่นิยมมากขึ้นๆและมีร้านกาแฟเกิดขึ้น เป็นที่พบปะของเหล่านักคิด นักปราชญ์ศิลปิน รวมเหล่านักคิด  แต่องค์กรศาสนากลับมองว่าร้านกาแฟเป็นที่ซ่องสุมทำให้คนไม่สนใจศาสนา จึงประกาศว่า กาแฟเป็นเครื่องดื่มสีดำมืดของปีศาจซาตาน คนนิยมในกาแฟจึงลดลง กระทั่งยุคของ       สมเด็จสันตะปาปาคลีเมนที่ 13 ได้ทดลองดื่มเครื่องดื่มดังกล่าว และประกาศว่า แท้จริงแล้วกาแฟมิได้เป็นอย่างข้อกล่าวหา กาแฟจึงกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งหนึ่ง

หลังจากนั้นการดื่มกาแฟเริ่มแพร่หลายไปอย่างกว้างขวาง ต่อมามีการนำผลกาแฟไปเผยแพร่แก่ชาวยุโรป ทำให้เครื่องดื่มชนิดนี้เป็นที่แพร่หลายไปทั่วยุโรปอย่างรวดเร็ว

“กาแฟเป็นเครื่องดื่มของคนชั้นสูงและคนชั้นกลางทุกสาขาอาชีพทั่วโลก และทุกซีกของกลุ่มการเมือง
ดื่มกาแฟไม่ต้องดื่มกับอะไร และไม่ต้องดื่มกับใคร มันเป็นเครื่องดื่มที่คุณสามารถเป็นสุขกับการได้ดื่มกับตัวเอง...”......“แต่ ร้านกาแฟเป็นสถานที่ซึ่ง คนมองหาเพื่อนเพื่อที่จะเข้ามาดื่มกาแฟเพียงลำพัง...”
 

กำเนิดกาแฟดอยช้าง ผลผลิตจากเมืองไทยที่มีวางขายในห้างแฮร์รอดส์ที่อังกฤษ

 

ดอยช้างเป็นกาแฟผลผลิตของเกษตรกรชาวไทยภูเขาบนดอยช้าง ณ หมู่บ้านดอยช้าง ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานระดับสากล ผ่านการทดสอบคุณภาพโดยสถาบันกาแฟชั้นนำระดับโลกมาแล้วมากมายทั้งในเอเชีย อเมริกาเหนือ และยุโรป จัดเป็นกาแฟชนิดพิเศษ ระดับโลก (World Class Speciality Coffee, Doi Chaang Estate)สายพันธุ์อราบิก้า (100% Arabica) คุณภาพสูงให้รสชาติ และกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่เหนือกว่า เพาะปลูกบนพื้นที่ที่เหมาะสมที่สุด ที่ระดับความสูงกว่า 1,200 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล นอกจากนี้ยังเป็น Single Origin Coffee ที่ใหญ่ที่สุดในโลก คือ ผลิตจากแหล่งเพาะปลูกเดียวทำให้ได้กาแฟคุณภาพที่มีมาตรฐานเดียวกัน ผ่านมาตรฐานกาแฟพิเศษจากสมาคมกาแฟพิเศษยุโรป Speciality Coffee Association of Europe (SCAE).ได้รับการยอมรับการประเมินจาก Coffee Review The World’s leading Coffee Buying Guide ด้วยคะแนนรวมสูงถึง 93 คะแนน (ระดับ Outstanding)  ได้รับการขึ้นทะเบียนทางภูมิศาสตร์ เป็นแหล่งปลูกกาแฟแหล่งเดียว (Single Origin) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก


กระบวนการผลิตกาแฟทั้งระบบของดอยช้างตั้งแต่าปลูก เก็บเกี่ยว เลือกสรร คั่ว บด และบรรจุภัณฑ์ เป็นธุรกิจของพี่น้องชาวอาข่าทั้งหมดปัจจุบันส่งออก 95% และจำหน่ายในประเทศ 5%

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวไทยภูเขา ทรงพระราชทานพันธุ์พืช มาทดแทนและลดการปลูกฝิ่น โดยทรงริเริ่มโครงการตามพระราชดำริ

พ.ศ. 2540 ร่วมทุนกับประเทศแคนาดา เปิดโรงงานคั่วกาแฟที่ประเทศแคนาดา พร้อมเป็นประตูส่งออกกาแฟอราบิก้าชั้นเยี่ยมของไทยสู่คอกาแฟในประเทศอเมริกาเหนือ และยุโรป ในแคนาดาเองมีร้านจำหน่ายกาแฟดอยช้าง ในแวนคูเวอร์กว่า 100 ร้านค้า ในปีพ.ศ. 2550 ร่วมทุนกับประเทศเกาหลี เพื่อขยายตลาดสู่เอเชีย


พ.ศ. 2551 บริษัท ดอยช้าง เทรดดิ้ง จำกัด ถือกำเนิดขึ้น เพื่อให้ผู้บริโภคคนไทยได้มีโอกาสดื่มกาแฟของคนไทย ที่มีคุณภาพ และได้รับการยอมรับระดับโลก




โลโก้กาแฟดอยช้าง คือ  "นายพิก่อ แซ่ดู่"  ชาวอาข่า ผู้เริ่มต้นรับสายพันธุ์กาแฟจากโครงการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาปลูก ณ ดอยช้าง  ซึ่งแต่เดิมอาชีพหลักของชาวบ้านคือ การปลูกฝิ่นและทำไร่เลื่อนลอย จนกระทั่งปี 2526 พี่น้องบนดอยช้างพร้อมใจกันเลิกปลูกฝิ่น เนื่องด้วยพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง ทรงสนับสนุนให้ปลูกกาแฟพันธุ์อราบิก้าและพืชเมืองหนาวอื่น ๆ ทดแทนโดยผ่านทางโครงการต่าง ๆ


จากผลพวงแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ต้องการให้ชาวเขาบนดอยช้างเลิกปลูกฝิ่น หันมาปลูกพืชเมืองหนาว รวมไปถึงเมล็ดกาแฟอาราบิก้า นาย พิก่อ แซ่ดู่ ชายเกล้าผมมวยผู้กลายเป็นโลโก้ (Logo) เป็นแกนนำชุมชนชาวไทยภูเขาเผ่าอาข่า ให้หันมาปลูกกาแฟ ขยายจาก 600 ไร่ เป็นกว่า 12,000 ไร่ ในขณะนี้ กลายเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของชาวบ้าน จากที่เคยปลูกฝิ่น และทำไร่เลื่อนลอย


“อาข่า” เป็นชาวเขาที่อาศัยอยู่ตามแนวเขาเทือกของประเทศลาว เวียตนามและภาคเหนือของประเทศไทย ไม่มีภาษาเขียนเป็นของตนเองหากแต่มีการถ่ายทอดวัฒนธรรม ประเพณีอันทรงคุณค่าผ่านการบอกเล่าจากคนรุ่นหนึ่งสู่คนอีกรุ่นหนึ่งและดำเนินชีวิตตาม

 

แหล่งข้อมูล http://www.oknation.net

 


 

ในยุคที่โฟล์คซองคำเมืองได้รับความนิยมมากในบ้านเรา จรัล มโนเพชร กับบทบาทของศิลปินล้านนาที่เขาพยายามถ่ายทอดขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรมของชาวเหนือ ผ่านออกมาในเนื้อหาของบทเพลง จนทำให้เขาได้รับคัดเลือกให้เป็น"ศิลปินแห่งชาติ"

โดยเฉพาะ
"มิดะ" เป็นบทเพลงที่ถูกวิจารณ์มากที่สุด  เนื่องจากเนื้อหาของของเพลง พาดพิงถึงเรื่องราวชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอาข่า(อีก้อ) ซึ่งเป็นชาวเขาเผ่าหนึ่งทางภาคเหนือ ตัวเอกของเรื่องคือ"มิดะ" สาวที่สวยที่สุดของเผ่า เธอถูกเลือกให้มาสอน"ขึ้นครู" ให้แก่เด็กหนุ่มๆในเผ่าทุกคน ที่ยังไม่ประสีประสาในเรื่องของเพศ โดยในเนื้อเพลงนั้นเล่าว่า จะต้องไปสอนกันที่"ลานสาวกอด"

ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่นั้น จรัลได้รับความนิยม ได้รับการยกย่องให้เป็น มหากวีแห่งล้านนา
เป็นผู้ทำให้เพลง "โฟล์คซอง-คำเมือง" ได้เกิด เพลงของเขาเป็นที่แพร่หลายและชื่นชอบในแวดวงเพลงไทย และไม่เคยปรากฎ ว่าจะมีใครออกมาเรียกร้องหรือโต้แย้งใดๆ  แต่หลังจากเขาเสียชีวิตไปแล้ว จึงมีกระแสต่อต้านเนื้อเพลงที่เป็นเรื่องราวของชาวเชาเผ่าอีก้อในเพลงมิดะค่อนข้างรุนแรง
 

"มิดะ" ที่คำร้องโดย "จรัล มโนเพ็ชร" หมายถึงผู้หญิงที่มีความเชี่ยวชาญทางเพศมีหน้าที่สอนหนุ่มรุ่นที่ไม่ประสาในเรื่องเพศให้สามารถลงสนามทางกามารมณ์ได้อย่างมั่นใจ  หลายคนหลังจากฟังเพลงนี้แล้วเชื่อว่าประเพณีของอีก้อ(อาข่า)นั้นเด็กผู้ชายที่จะผ่านวัยนี้ไปสู่วัยรุ่นได้จะต้อง"ขึ้นครู"กับ มิดะประจำเผ่าก่อน   

แต่ต่อจากนี้ไป ชาวอาข่า(อีก้อ) จะต้องได้รับการยอมรับจากชาวโลก "กาแฟดอยช้าง" ที่พวกเขาผลิตเทียบได้มาตรฐานโลกในนามของประเทศไทย
และมีวางจำหน่ายใน"ห้างแฮร์รอดส์" ซึ่งเป็นห้างเก่าแก่และมีชื่อเสียงของประเทศอังกฤษ มิใช่รู้จักพวกเขาในเรื่องของ "มิดะ" เท่านั้น

 

 

 

     

 

มิดะ - จรัล มโนเพ็ชร

 

เพลงของชาวอาข่า(อีก้อ) : Akha Song-Ya Sm Ga Ma

 

Ga hu ya sm ga ma e dta ngeh, - When we used to walk to the fields together,
naw ngah ja myaw ti bpo myaw. - you lied to me once.
Ga dui wer dui dui nya leh eh-eu. - You said that you loved me and felt very close to me.
E nawn, naw pyaw ma ya maw. - Today I never see you.
Mi cha hkoe dta, nga ha i sa. - Wherever I go on this earth, I have hardship.
Pyu shui ma dja. Mya pyaw nyi nya. - I have no silver or gold. I have little importance.
Eh hkaw naw ngah, ga ma leh eh-eu - But you said that you would love me.
Naw ngah bya dzeh-aw, naw mi ya sui saw nga. - You left me and have married a wife already.

Ga hu ya sm ga ma o dta ngeh, - When we used to come back from the fields together,
bala u cha u mo naw - under the moonlight,
ga dui wer dui dui nya leh eh-eu - you said that you loved me and felt very close to me.
E nawn, geu ni ma ner ngeh. - I never thought I would see this day.
Mi cha hkoe dta, nga ha i sa. - Wherever I go on this earth, I have hardship.
Pyu shui ma dja. Mya pyaw nyi nya. - I have no silver or gold. I have little importance.
Eh hkaw naw ngah ga ma leh eh-eu - But you said that you would love me.
Naw ngah bya dzeh-aw, naw mi ya sui saw nga. - You left me and have married a wife already.

 

มิดะ ตำนานรักแห่งขุนเขา

 

 


ไม่สงวนสิทธิ์ในการนำไปใช้ประโยชน์ทางการศึกษาแต่ขอความกรุณาอ้างอิงแหล่งที่มาตามสมควรจะขอบคุณยิ่ง



June 22,2009
 

 

กลุ่มบริหารทั่วไป     โรงเรียนศึกษานารี
176ถนนประชาธิปก เชิงสะพานพระปกเกล้า
แขวงวัดกัลยาณ์   เขตธนบุรี  กทม.10600
by wita:wita_snr@hotmail.com