กลุ่มบริหารทั่วไป โรงเรียนศึกษานารี

 



Dreamin'
The  Cascades
cascades

  Dreaming, I'm always dreaming
Dreaming love will be mine
Searching I'm always searching
Hoping someday I'll find

Someone, someone to love me
Someone who needs me but until then
I'll keep on dreaming
Keep right on dreaming
Dreaming till my dreaming comes true

Dreaming I'm always dreaming
Dreaming love will be mine
Searching I'm always searching
Hoping someday I'll find
Someone, someone to love me
Someone who needs me but until then
Well I'll keep on dreaming
Keep right on dreaming

Dreaming till my dreaming comes true

 

 
 

 


 

 

The  Cascades ยุคแรกที่มี Len Green และ Eddy Snyder เล่น guitar , Dave Stevens เล่น bass , John Gummoe ร้องนำและ,เล่น percussion และ keyboards,  Dave Wilson มือกลอง David Szabo ร้อง และเล่น keyboards .และนั่นก็คือ...." The Cascades "ซึ่งมีผลงานในอัลบั้มที่ชื่อ "Rhythm of the Rain" ออกวางจำหน่ายไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี1962

หลังการเปลี่ยนแปลงนักดนตรี หลายยุคผ่านไปแล้วรวมถึงเวลานี้ 45 ปี แต่วันนี้ 
Rhythm of the rain อัลบั้มล่าสุดของพวกเขายังออกวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม , 2004  โดยบรรจุเพลงไพเราะชุดนี้รวมไว้ด้วย

ในเนื้อหาของเพลง เขาเล่าว่า เขาฝันมันเสมอๆว่าสักวันเขาจะต้องมีใครสักคนที่รักเขา และเขาก็ยังหวังว่าสักวันความฝันเขาคงจะเป็นจริง

 

Sigmund Freud
 

ความฝัน เป็นสิ่งที่ช่วยให้มนุษย์ก้าวพ้นไป บางคนอยากมีความรัก อยากมีครอบครัวที่อบอุ่น จึงพยายามทุ่มแรงกายแรงใจเพื่อทำให้ความฝันเหล่านั้นเป็นจริง และความรักก็เป็นสิ่งที่ช่วยสนับสนุนให้ความฝันดำรงอยู่ได้

เรื่องราวของความฝันนั้น ซิกมันด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud) จิตแพทย์ชาวออสเตรีย เชื้อสายยิว เกิดเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ.2399 เป็นคนแรกที่จัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับความฝันอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ โดยข้อมูลที่ได้นี้มาจากความฝันของฟรอยด์เองบ้าง ของคนไข้บ้าง และจากวรรณกรรมเรื่องกราดิวา (Gradiva) ของวิลเฮล์ม เจนเซนส์ (Wilhelm Jensens) ซึ่งฟรอยด์ใช้เป็นตัวอย่างในหนังสือชื่อ "Dreams and Delusion" ว่าเป็นตัวอย่างที่ดีของลักษณะการหลงผิดที่เกิดขึ้นในความฝันจนเมื่อปี 1900 ฟรอยด์ได้ตีพิมพ์หนังสือชื่อ "The Interpretation of Dream"

ข้อสรุปสำคัญในเรื่องของความฝันที่ฟรอยด์ศึกษามีดังนี้

1. ความฝันเป็นเรื่องของความปรารถนาที่ถูกเก็บซ่อน กดดันเอาไว้ในส่วนของจิตใต้สำนึก ที่เมื่อจิตสำนึกอ่อนแรงลงในขณะหลับก็จะถือโอกาสแสดงออกมาในรูปของความฝัน ซึ่งจะมาในรูปของสัญลักษณ์ ความปรารถนาที่เก็บซ่อนไว้ก็จะเป็นความปรารถนาที่ไม่อาจแสดงออกมาได้ในสภาพสังคม ดิบ เป็นสิ่งต้องห้าม เป็นปมใจบางอย่างของผู้ฝัน

ปมฝันที่ว่านี้หากไม่ได้รับการตอบสนอง แก้ไข ก็จะกลายเป็นบางสิ่งบางอย่างตกค้างในใจ ทำให้เกิดความไม่สบายใจโดยไม่รู้สาเหตุ

2. ความฝันเป็นกลไกช่วยในการประคับประคองเวลานอนให้ยืดยาวออกไป คนที่หิวก็จะฝันว่าได้กินอาหารเพื่อจะทำให้นอนหลับต่อไปได้ (เพราะความหิวถูกตอบสนองในความฝันแล้ว) ซึ่งความเข้มข้นในการตอบสนองนี้ก็จะขึ้นอยู่กับตัวแต่งฝันว่าจะทำอย่างไรจึงจะปรุงแต่งฝันให้พอเหมาะ ไม่เว่อร์มากเกินไป ซึ่งอาจกลายเป็นการทำให้ผู้ฝันตกใจตื่นได้

ตัวแต่งฝัน (Dream Work) มีหน้าที่ปรับปรุง ตกแต่งความฝันให้มีความนุ่มนวล พอเหมาะพอดีต่อการตอบสนองความปรารถนาโดยไม่มากหรือน้อยเกินไปจนทำให้ผู้ฝันตกใจตื่น เป็นการประคับประคองให้ผู้ฝันหลับได้นานขึ้น โดยมีชั้นเชิงในการปรุงแต่งให้ออกมาในรูปของสัญลักษณ์ ซึ่งฟรอยด์แบ่งออกเป็นสองประเภท

- สัญลักษณ์สากล (Universal Symbol)
- สัญลักษณ์ท้องถิ่น (Local Symbol)

ซึ่งสัญลักษณ์ท้องถิ่นก็จะแตกต่างกันออกไปตามความเชื่อและวัฒนธรรมที่ผู้ฝันมีอยู่เป็นสำคัญ ส่วนสัญลักษณ์สากลนั้นก็จะมีการแปลความหมายไปในทางเดียวกันตลอดไม่ว่าจะมีความเชื่อแบบไหน หรือมีวัฒนธรรมอย่างไรก็ตาม

แต่บางครั้ง ตัวแต่งฝันเองก็มีการทำงานพลาด อาจตกแต่งฝันให้โชคดีมีสุขมากเกินไป หรือสยดสยอง น่าหวาดกลัวมากเกินไป บางครั้งอาจลืมเปลี่ยนฝันเป็นสัญลักษณ์ กลายเป็นฝันตรงๆ

การที่ตัวแต่งฝันตกแต่งฝันให้ออกมาเป็นฝันร้าย ฟรอยด์เชื่อว่าเป็นการลบล้างความผิดบาปที่ติดค้างอยู่ในใจของผู้ฝัน เมื่อถูกลงโทษด้วยการฝันร้าย ความรู้สึกผิดบาปถูกลบล้างคลี่คลาย ความทุกข์ใจจากความผิดบาปนั้นหายไป ผู้ฝันก็จะผ่อนคลายและสามารถหลับต่อไปได้นานขึ้น

ลักษณะของความฝัน

1. มีลักษณะย่นย่อ (Condensation) นำเอาลักษณะของสิ่งหนึ่งมารวมกับสิ่งหนึ่งให้เห็นเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่แปลกใหม่ประหลาด เหลวไหล ไร้เหตุผล หรือดูเหนือจริงหรือไม่เป็นความจริง

2. มีลักษณะสับที่ (Displacement) นำเอาสิ่งหนึ่งไปวางไว้อีกที่หนึ่งเพื่อหันเหจุดสำคัญหรือเพื่อการปลอมแปลงอำพราง บิดเบือน

3. มีลักษณะเป็นสัญลักษณ์ (Symbol)

4. มีลักษณะเป็นภาพเรื่องราว (Dramatization) ที่ผิดแปลกไปเพราะตัวแต่งฝัน ปรับแต่งอารมณ์ความคิดของผู้ฝันออกเป็นภาพเรื่องราวอันมีลักษณะเป็นเรื่องราวเหมือนละคร เป็นฉากการแสดงบทบาท สีสัน ที่อาจเกินจริงหรือแปลกประหลาดไปบ้าง แต่จะไม่เกินจริงจนผู้ฝันตกใจตื่นเสียก่อน

บางครั้งอาจเกิดการตกแต่งฝันขั้นที่ 2 (Secondary Elaboration) อันเนื่องมาจากการที่ผู้ฝันตื่นขึ้น และแต่งเติมเนื้อหาความฝันในจุดที่คลุมเครือ ไม่ชัดเจน ให้ดูสมบูรณ์ขึ้นเมื่อทำการเล่าต่อให้ผู้อื่นฟัง ซึ่งจะทำให้การวิเคราะห์ตีความยุ่งยากมากขึ้นเช่นกัน
 

Johnny Burnette - Dreamin`
 

ต้นฉบับดั้งเดิมเป็นผลงานจากซิงเกิลที่ 3 ของ Johnny Burnette วางจำหน่ายไปเมื่อ 4 พฤษภาคม 1960,นับว่าเป็นเพลงแรกๆที่สร้างชื่อเสียงให้กับเขา ซึ่งเป็นวงร้อคทริโอ The Rock and Roll Trio แต่ในเพลงนี้ใช้วงออเครสต้าร่วมบรรเลงเป็นแบ้คกราวน์ด้วย
 

และเพลง Dreamin จากบทประพันธ์ของ  Leo Sayer and Alan Tarney ที่แต่งให้ Clift Richard ร้องนั้นเป็นคนละเพลงกัน ทั้งแนวเพลงก็ต่างกัน เหมือนกันเพียงชื่อเพลงเท่านั้น

 

ไม่สงวนสิทธิ์ในการนำไปใช้ประโยชน์ทางการศึกษาแต่ขอความกรุณาอ้างอิงแหล่งที่มาตามสมควรจะขอบคุณยิ่ง



April 9,2007 
 

 

กลุ่มบริหารทั่วไปโรงเรียนศึกษานารี
176 ถ.ประชาธิปก เชิงสะพานพระปกเกล้า
แขวงวัดกัลยาณ์  เขตธนบุรี  กทม.10600
by wita : wita_snr@hotmail.com