
เนื้อหาของเพลงนี้เป็นเรื่องราวของสาวน้อยที่จะไปเที่ยว California แต่ต้องทิ้งแฟนให้อยู่คนเดียว ด้วยความสงสารกลัวเขาจะเหงา เลยอยากจะซื้อน้องหมาสักตัว ให้อยู่เป็นเพือนและจะได้ไว้ช่วยป้องกันขโมยด้วย เธอบอกกับคนขายว่าไม่เอากระต่าย ไม่เอาลูกแมว นกแก้วพูดได้ก็ไม่เอา ปลาตู้ก็ไม่เอา ปลาทองก็ไม่เอานะ น้องหมาตัวที่หน้าต่างนั่นอ่ะตัวละเท่าไหร่ ลดอีกได้ป่ะ
"How Much IsThat Doggie in the Window?" เพลงป้อปที่ได้รับความนิยมมากเมื่อปี 1952 จากบทประพันธ์ของ Bob Merrill and Ingrid Reuterskiöld เมื่อปี 1952ปรับปรุงมาจากเพลงดังของ Victorian music hall song.
สำหรับเวอร์ชั่นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายนั้นเป็นเสียงร้องของ Patti Page ที่บันทึกไว้ตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม 1952 ออกวางจำหน่ายโดยลิขสิทธิ์ของ Mercury Records ขึ้นถึงอันดับ 1 ทั้งชาร์ตเพลงบิลบอร์ดและแคชบอกซ์ในปี 1953 ซึ่งติดอันดับ 1 ของชาร์ตบิลบอร์ดนานถึง 8 สัปดาห์
แต่อย่างไรก็ตาม ในประเทศอังกฤษยังมีเสียงของ Lita Roza ที่ขึ้นถึงอันดับ 1 ในประเภท Singles Chart เมื่อปี 1953. Roza เป็นนักร้องสาวชาวอังกฤษคนแรก ที่มีเพลงฮิตติดอันดับ 1 ในชาร์ตเพลงของประเทศอังกฤษ

ชื่อเพลงนี้ตรงกับชื่อหนังสือแบบเรียนของเด็กเล็กก่อนวัยเรียน โดยมีภาพประกอบเป็นรูปวาดด้วยสีน้ำ แต่งโดย Iza Trapani และ Bob Merrill และในหนังสือสำหรับเนอสเซอรี่เลี้ยงเด็กเล่มนี้ เป็นเรื่องราวของเด็กชายเล็กๆคนหนึ่ง ที่หลงไหลอยากเป็นเจ้าของเจ้าลูกหมาลายจุด แต่เขามีเงินไม่พอซื้อ เลยพยายามหางานพิเศษทำ เพื่อจะซื้อให้ได้ เมื่อเก็บเงินได้พอแล้วจึงกลับไปที่ร้านขายลูกหมาอีกครั้ง แต่อนิจจาน้องหมาตัวนั้นถูกคนอื่นซื้อไปแล้ว ...............(เศร้าเนอะ)
ความน่ารักของเพลงนี้นอกจากเสียงร้องที่ใสกังวาลของคนร้อง รวมทั้งเสียงประสานที่นุ่มนวลชวนฟังแล้ว ยังมีเสียงเห่าน่ารักๆของน้องหมาด้วย จึงมีผู้นำเพลงนี้ไปทำเป็นบทภาพยนตร์และละครทีวีด้วย นอกจากนี้ยังถูกนำไปร้องเป็นเพลงประกอบกิจกรรมต่างๆมากมายในหลายๆเมือง
How much is that doggy in the window / Lady and the tramp



