|

Beyonce Knowles

Beyonce
สมาชิกคนสำคัญที่โดดเด่นที่สุดจาก
Destinys Child วง R&B
ของ
3 สาวที่ฮอตที่สุด
ผลงานที่ผ่านมาของ Destinys Child
ล้วนประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยมในฐานะกลุ่มศิลปินหญิงที่มียอดขายผลงานมากที่สุดในโลกกว่า
20 ล้านก๊อปปี้
คว้ารางวัลความสำเร็จทางดนตรีมากมายทั้ง Grammy
Awards, American Music Awards, Brit
Awards, MTV Awards และอีกมากมาย
นอกจากความสามารถทางด้านดนตรีแล้ว
Beyonce
ยังไปได้สวยในด้านแสดงอีกด้วยกับการรับบทนำในภาพยนตร์เรื่องดังอย่าง
Austin Powers In Gold Member
และยังรับหน้าที่แต่งร้องเพลง Work It
Out
ซึ่งเป็นเพลงนำจากภาพยนตร์เรื่องนี้อีกด้วย
ในวันนี้
Beyonce
กลับมาอีกครั้งพร้อมกับอัลบั้ม Dangerously
In Love
ผลงานเดี่ยวชุดแรกในชีวิตที่เธอทุ่มเททั้งเวลาและความสามารถที่มีอยู่เพื่อสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ให้ออกมาดีที่สุด
อัลบั้ม Dangerously In Love
ชุดนี้เต็มไปด้วยศิลปินที่มาร่วมงานกับเธอมากมายไม่ว่าจะเป็นซุปเปอร์สตาร์แห่งวงการ
Hip Hop อย่าง Jay-Zคู่ควงที่เคยประกาศจะร่วมหอลงโรงกันแน่นอนแล้ว
และศิลปินดาวรุ่งอย่างอย่าง Sean
Paul
ซิงเกิ้ลแรกของอัลบั้มนี้ก็ได้แก่ Crazy
In Love กับบทเพลง
R&B
ในลีลาคึกคักที่โดดเด่นด้วยเสียงเครื่องเป่า
และในเพลงนี้ Beyonce
ยังควงแฟนหนุ่ม Jay-Z มาช่วยแร็ปให้อีกด้วย
แต่สำหรับเพลงนี้
deja vu
มาจากภาพยนตร์เรื่องล่าสุดที่เธอร้องเพลงประกอบ
deja vu เป็นภาษาฝรั่งเศส
แปลว่าเคยได้พบเห็นมาแล้ว
แต่ทางวิทยาศาสตร์อธิบายว่า
เป็นการที่สมองแปลข้อมูลผิดพลาด
ทั้งๆที่ราไม่เคยเห็นมา
แต่กลับคิดว่าเคยเห็นมาแล้ว
ทางการแพทย์เรียกว่า
การไหลของคลื่นกระแสไฟฟ้าในสมองผิดปกติ
คือ ทำให้การกระทำที่เรากำลังทำอยู่ ณ
ขณะนั้น
คลับคล้ายว่าเคยเกิดก่อนหน้านี้มาแล้ว
แต่ไม่สามารถจดจำเวลาได้
เดจาวู
เป็นประสพการณ์ทางจิตที่เกิดได้กับทุกคนและทุกเวลา
คือ เป็นทั้งโลกคู่ขนาน
และเวลาที่ผ่านไปแล้วในอดีตอันยาวไกล
เช่นในชาติก่อนๆโน้น
คล้ายๆกับ ทฤษฎีสัมพันธภาพ
ของไอน์สไตน์ คือ
สิ่งใดก็ตามที่เคยเกิดไปแล้วในอดีตจะย้อนกลับมาเกิดซํ้าอีก
เหมือนกับการที่กลับชาติมาเกิดหลายๆชาตินั่นเอง
ทุกคนอาจผ่านประสบการณ์มามากมาย
และอาจมีบางสิ่งที่ยัง
หลงเหลือในความทรงจำ
ทำให้รู้สึกว่าเคยเห็นมาก่อน
ส่วนโลกคู่ขนาน คือ
โลกที่ขนานกับโลกแห่งความจริงที่เรามีตัวตนอยู่ในขณะนี้
ซึ่งในขณะเดียวกัน
ก็มีเราอีกคนหนึ่งในโลกอีกโลกหนึ่ง..
สมองคนเราเหมือนเครื่องจักรย่อมเกิดข้อผิดพลาดได้
การเกิด"เดจาว"
ูเมื่อสมองรับภาพมาจากประสาทตา
จึงนำมาแปลความหมาย
ดังนั้นสมองทั้งสองต้องทำงานประสานกัน
และเมื่อสมองส่งข้อมูลมาช้าไปเพียงนิดเดียว
ก็ทำให้สมองแปลความหมายของภาพนั้นว่าเป็นภาพจากความจำ
ไม่ใช่ภาพปัจจุบัน
ทำให้เรารู้สึกว่าเหตุการณ์ที่เราเจอนั้น
เราเคยเห็นมันมาก่อน
ส่วนมากจะเกิดกับคนที่เป็นลมบ้าหมู
และจะเกิดบ่อยมากก่อนที่จะมีอาการชัก
สรุป
"ทฤษฎีเกี่ยวกับปรากฏการณ์ Deja vu" มีคำอธิบายทางด้านสรีรวิทยาของ เดจาวู คือ
หมายถึง ระบบสายตาและระบบประสาทของตาทั้งสองข้าง ส่งภาพเข้าสมองคลาดเคลื่อนกัน
ที่มา
http://www.thaimental.com/

|