กลุ่มบริหารทั่วไป โรงเรียนศึกษานารี

 


 

Banana Boat Song (day-o)
Words and Music by Harry Belafonte, Lord Burgess, and Bill Attaway
by Harry Belafonte 1957,based on a Jamaican folk song

 

Day-o, day-o
Daylight come and me wan' go home
Day, me say day, me say day, me say day
Me say day, me say day-o
Daylight come and me wan' go home

Work all night on a drink of rum
Daylight come and me wan' go home
Stack banana till de mornin' come
Daylight come and me wan' go home

Come, Mister tally man, tally me banana
Daylight come and me wan' go home
Come, Mister tally man, tally me banana
Daylight come and me wan' go home

Lift six foot, seven foot, eight foot bunch
Daylight come and me wan' go home
Six foot, seven foot, eight foot bunch
Daylight come and me wan' go home

Day, me say day-o
Daylight come and me wan' go home
Day, me say day, me say day, me say day...
Daylight come and me wan' go home

A beautiful bunch o' ripe banana
Daylight come and me wan' go home
Hide the deadly black tarantula
Daylight come and me wan' go home

Lift six foot, seven foot, eight foot bunch
Daylight come and me wan' go home
Six foot, seven foot, eight foot bunch
Daylight come and me wan' go home

Day, me say day-o
Daylight come and me wan' go home
Day, me say day, me say day, me say day...
Daylight come and me wan' go home

Come, Mister tally man, tally me banana
Daylight come and me wan' go home
Come, Mister tally man, tally me banana
Daylight come and me wan' go home

Day-o, day-o
Daylight come and me wan' go home
Day, me say day, me say day, me say day
Me say day, me say day-o
Daylight come and me wan' go home

 
 

The Banana Boat Song เพลงพื้นบ้านของจาเมก้าโฟล์ซอง เวอร์ชั่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเป็นผลงานของ Harry Belafonte และทำให้จังหวะคาลิปโซ่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เพลงนี้นำมาจากเรื่องราวของคนงานที่ต้องแบกขนกล้วยลงเรือทั้งคืน จนสว่างคาตา พวกเขาจะเสร็จงานได้กลับบ้านเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น ดังนั้นแสงอาทิตย์ยามเช้าจึงเป็นความหวังของพวกเขา "Day-O, Dayyy-O daylight come and we wanna go home"

แต่เพลงนี้ถูกบันทึกครั้งแรกเมื่อปี 1952 ร้องโดย Edric Conner นักร้องชาวทรินิแดด
และวงดนตรี "The Carribeans" ในอัลบั้ม  Songs From Jamaica บางครั้งเรียกเพลงนี้ว่า "Day De Light" ถูกบันทึกเสียงร้องไว้โดย Louise Bennett เมื่อปี 1954. จนปี 1956  Irving Burgie และ William Attaway ร่วมกันแต่งนื้อเพลงขึ้นมาใหม่ให้ Harry Belafonte;เป็นผู้ร้องและกลายเป็นผลงานที่แพร่หลายมากที่สุด ทำให้นักฟังเพลงรู้จักเวอร์ชั่นนี้จนถึงปัจจุบัน


แฮร์รี เบลาฟอนเต มีชื่อเต็มว่า Harold George Belafonte เขาเกิดเมื่อวันที่ 1 มีนาคม ค.ศ. 1927 ที่ย่านฮาร์เล็ม ใจกลางนครนิวยอร์ก พ่อและแม่เป็นชาวจาเมการุ่นแรก ที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานในอเมริกา ในวัยเด็ก แฮร์รีย้ายตามครอบครัวกลับไปอยู่จาเมกาเป็นเวลา 5 ปี แล้วย้ายกลับมาเรียนชั้นมัธยมปลายในอเมริกา แต่เรียนไม่จบ เนื่องจากประสบปัญหาระบบประสาทส่วนกลางพิการ (DYSLEXIA) แฮร์รี่ต้องออกจากโรงเรียนเมื่ออายุ 17 ปี เลยสมัครเข้าประจำการเป็นทหารเรือ

วันหนึ่งแฮร์รีได้ตั๋วชมละครฟรีจากเพื่อนๆ จึงเป็นจุดหักเหของชีวิต ให้แฮร์รี่หันมาสนใจ และมุ่งมั่นที่จะยึดอาชีพนักแสดงในอนาคต และมีเพื่อนร่วมโรงเรียนในครั้งนั้นอย่าง    มาร์ลอน แบรนโด, ร็อด สไตเกอร์ และวอลเตอร์ แมธเธา หลังจบหลักสูตร แฮร์รี่สมัครเข้าเป็นสมาชิกฝึกซ้อมกับคณะละคร THE AMERICAN NEGRO THEATRE  และมีโอกาสได้ขึ้นไปร้องเพลงบนเวทีในไนต์คลับ จนถูกจ้างให้เป็นนักร้องที่คลับแห่งนี้นานถึง 20 สัปดาห์



หลังจากผจญชีวิตกลางคืนพักใหญ่ เขาปรับ
เปลี่ยนแนวเพลง จากเพลงป็อปสากลนิยม มาเป็นเพลงพื้นบ้าน เพลงบัลลาด และที่แตกต่างจากนักร้องคนอื่นคือ การนำเอาเพลงพื้นเมืองผสมผสานดนตรีคาลิปโซ ที่เขาเคยชื่นชอบในวัยเด็กสมัยอยู่บนเกาะจาเมกา และครั้งนี้เขาทำสำเร็จ มีชื่อเสียงจากเอกลักษณ์ในแนวดนตรีเพลงพื้นบ้าน

ปี ค.ศ. 1953 เป็นต้นมา แฮร์รี เบลาฟอนเต มีโอกาสแสดงภาพยนตร์และละครเวทีหลายเรื่อง และได้รับรางวัลโทนี่อีกด้วย หลังจากทำเพลงขายไปแล้ว 2 ชุด จนมาถึงผลงานเพลงชุดที่ 3 CALYPSO ชื่อของ แฮร์รี เบลาฟอนเต ดังไปทั่วโลก เขาออกอัลบั้มพลงพื้นบ้านของหมู่เกาะเวสต์อินดีส ที่มีความไพเราะ อ่อนหวาน รวมทั้งเพลงนี้ DAY-O หรือ BANANA BOAT SONG ซึ่งเป็นเพลงพื้นบ้านของชาวตรินิแดด มี่เขาได้ยินพ่อร้องบ่อยในหมู่คนงานขนถ่ายกล้วยลงเรือที่ท่าเรือเมืองตรินิแดด ซึ่งพวกเขาต้องทำงานในเวลากลางคืน และทุกคนจะรอแสงอาทิตย์ขึ้นในวันใหม่ เป็นอันสิ้นสุดการทำงาน

DAY-O กลายเป็นเพลงฮิตไปทั่วโลก รวมทั้งในเมืองไทย สุรพล โทณวนิก นำไปใส่เนื้อร้องภาษาไทย ตั้งชื่อเพลงว่า แดดออก แล้วมอบให้ มีศักดิ์ นาครัตน์ เป็นผู้ร้อง ได้รับความนิยมพอสมควร จนนำไปใช้เป็นเพลงโฆษณาสินค้าหลายตัว

 

แดดออก 
มีศักดิ์ นาครัตน์

  แด.....ดดดด...ออก......
แดดออกแล้ว ฟ้าก็งามดุจเปลวทอง
ตื่นไปตลาด มองปราด เจอน้องน่ะ
เอ่ยปากร้องขายส้มโอโอ้โฮใหญ่
ผ่ากินหน่อย ชิมหน่อยได้ไหมล่ะ
อยากจะรู้รสชาติดีสักเพียงใด
เปรี้ยวออก...เปรี้ยวออก
เปรี้ยวอย่างนี้ รสไม่ดี ต้องชิมใหม่
.............................................
เปรี้ยวอย่างนี้ขอพี่ชิมอีกสักที
..............................................
โอ๊ะ !!! เงินไม่มี เงินไม่มี เงินไม่มี
ชิมเสร็จแล้ว เงินไม่มี ขอลาก่อน"


DAY-O กลับมาดังอีกครั้งในอเมริกาเมื่อปี ค.ศ. 1988 ผู้กำกับ ทิม เบอร์ตัน นำไปใช้ประกอบในภาพยนตร์เรื่อง BEETLEJUICE ร้องโดย แฮรี่ เบลาฟอนเต

หลังปี 1950s เขาหันมาเคลื่อนไหวรณรงค์ เรื่องความเสมอภาคของคนผิวดำในอเมริกา  รวมทั้งหาทุนช่วยเหลือขบวนการเคลื่อนไหวล้มระบบชนชั้นปกครองคนขาวในสหภาพแอฟริกาใต้  และกลายเป็นหนึ่งในขุนพลคู่ใจของสาธุคุณมาร์ติน  ลูเธอร์  คิง  รวมทั้งยังให้การสนับสนุนวุฒิสมาชิก จอห์น เอฟ. เคนเนดี จนได้เป็นที่ปรึกษาด้านวัฒนธรรม ดูแลด้านอาสาสมัคร  PEACE  CORPS  หลังจากเคนเนดี้ขึ้นเป็นประธานาธิบดี  แต่เป็นที่น่าเศร้า หลังจากนั้นไม่กี่เดือน บ็อบบี้ เคนเนดี และ มาร์ติน ลูเธอร์ คิง ก็ถูกลอบฆาตรกรรมทั้งคู่

ปัจจุบัน  แฮร์รี  เบลาฟอนเต อายุ 80 ปี เขายังอยู่กับจูลี ภรรยาที่แต่งงานกันในปี ค.ศ. 1957
ต่อมาในปี ค.ศ. 2001 ทั้งสองได้จัดตั้งกองทุนต่อสู้โรคเอดส์ชื่อ HARRY JULIE  BELAFONTE  FUND  FOR HIV/AIDS ทั้งคู่พักอยู่อพาร์ตเมนต์ในย่าน
แมนฮัตตันนิวยอร์ก ส่วนในช่วงวันหยุดจะอยู่กับหลานๆ ที่ฟาร์มทางตอนเหนือ มีความสุขในบั้นปลายของชีวิต


ที่มา : www.arunsawat.com

  

ไม่สงวนสิทธิ์ในการนำไปใช้ประโยชน์ทางการศึกษาแต่ขอความกรุณาอ้างอิงแหล่งที่มาตามสมควรจะขอบคุณยิ่ง


June 29,2008 

 

กลุ่มบริหารทั่วไป โรงเรียนศึกษานารี
176 ถ.ประชาธิปก  เชิงสะพานพระปกเกล้า
แขวงวัดกัลยาณ์   เขตธนบุรี  กทม.10600
by wita  :  wita_snr@hotmail.com