นักร้องที่ทำให้เพลงนี้เป็นที่รู้จักแพร่หลายคือ
Ray Charles นักร้องนักดนตรีแนว
Soul Blues
ชื่อดังของอเมริกาหรือชื่อจริงของเขาคือ
Raymond Charles
Robinson
เขาบันทึกลงในอัลบั้มCountry and
Western Music
เมื่อปี 1962.
และจากผลงานของนักร้องตาบอดคนนี้ มีผลให้
I Can´t Stop Loving
You
ขึ้นเป็นเพลงอันดับ 1
ของ The
Billboard Hot 100และชาร์ตเพลงThe
U.S. R&B and Adult
Contemporary charts
และยังได้รับการจัดจากวารสารโรลลิ่ง
สโตนส์ให้อยู่ในลำดับที่
161 จากรายชื่อ 500
เพลงที่ยิ่งใหญ่ตลอดกาล และCMT
หรือ
Country Music
Television จัดให้
"I Can't
Stop Loving You"เป็นเพลงในลำดับที่
49
ของเพลงที่ยิ่งใหญ่ในประเภทคันทรี่มิวสิค
รวมทั้งถูกนำไปเป็นเพลงในซาวด์แทร็กซ์ของหนังเรื่องMetropolis
และใช้เป็นเพลงประกอบในหนังอีกหลายเรื่องในปี
1962,
Ray
Charles
นักร้องนักดนตรีผิวหมึกแนว
Soul Blues
ชื่อดังของอเมริกา
เขาตาบอดตั้งแต่อายุ
5 ขวบชีวิตวัยเด็กลำบากขนาดที่เขาบอกว่า"มีแต่พื้นดินแหละ
ที่อยู่ต่ำกว่าเรา"
ตอนที่ตาเริ่มบอด
เขากลัวและเอาแต่ร้องไห้แม่ต้องบอกให้หยุด
แล้วก็สอนว่า
"ลูกอาจจะมองไม่เห็นแต่ลูกไม่ได้โง่นะ"แม่สอนให้เขาช่วยตัวเอง
และมีชีวิตรอดให้ได้
ในภาวะที่เขาต้องสูญเสียการมองเห็นทางตา
แม่สอนให้เขาใช้ความจำ
การสังเกต และการฟัง
อายุ 15 ก่อนแม่ตายแม่สอนเขาเป็นครั้งสุดท้ายว่า"You might
not be able to do
things like a person
who can see.But
there are always two
ways to do
everything.You've
just got to find the
other way."
Ray charles
พิสูจน์ให้แม่รู้ว่าเขาทำได้อย่างที่แม่บอก
เขาคว้า
12 รางวัลแกรมมี่
และรางวัลเกียรติยศอีกหลายสถาบัน
จนคนในวงการเพลง
เรียกเขาว่าThe Father
of Soul
Connie Francis
สำหรับเพลงนี้เป็นเสียงของ Connie
Francis
สาวทันสมัยแห่งยุค
1955 จากรัฐ
New Jersey
มีรสนิยมทางเพลง
Ballad สุ้มเสียงสั่นเครือ
เป็นนักอุดมคติ
ลักษณะการแสดงออกที่สะอาดหมดจด
ไม่มีเค้าของการผิดศีลธรรม
เธอได้รับการโหวตเป็นนักร้องหญิงป๊อปหมายเลข
1ในอเมริกาช่วงปลาย
50s ถึงกลาง 60s
มีผลงานฮิตติดอันดับ
TOP 100 ถึง 56 เพลง เสียงสะอื้นของคอนนี่
ฟรานซิส
ครองใจคนทั้งโลก
หนังที่เธอแสดงหลายเรื่องกลายเป็นหนังยอดฮิตในหมู่วัยรุ่น
อาทิ WHERE THE
BOYS ARE และ
FOLLOW THE BOYSเพลงดีๆ
จากการป้อนของนักแต่งเพลงชั้นนำ
อย่างเพลง
Stupid Cupid,
Lipstick On Your
Collar
และมีเพลงฮิตติด
TOP 10
บิลบอร์ดชาร์ตในยุคนั้นอย่าง
WHO'S SORRY NOW, หรือเพลงอิตาเลี่ยนอย่าง
AL DI LA, TIME
ALONE WILL TELL