All the leaves are brown and the sky is gray
I've been for a walk on a winter's day
I'd be safe and warm if I was in L.A.
California dreamin' on such a winter's day
Stopped in to a church I passed along the way
Well I got down on my knees and I pretend to pray
You know the preacher liked the cold
He knows I'm gonna stay
California dreamin' on such a winter's day
California dreamin' on such a winter's...
California dreamin' on such a winter's...
California dreamin' on such a winter's day...
All the leaves are brown and the sky is gray
I've been for a walk on a winter's day
If I didn't tell her I could leave today
California dreamin' on such a winter's day
California dreamin' on such a winter's...
California dreamin' on such a winter's...
California dreamin' on such a winter's day...
On such a winter's day...
California dreamin' on such a winter's...
California dreamin' on such a winter's...
California dreamin' on such a winter's day...
California Dreamin'เป็นเพลงที่ จอห์น ฟิลลิปส์ 1 ในสมาชิกของวงที่มีพรสวรรค์ด้านเขียนเพลง เขาเขียนมันจากประสบการณ์ชีวิตให้กับมิเชล ซึ่งเป็นคู่ชีวิตที่เป็นสมาชิกของวงเช่นกัน ด้วยความฝันที่จะไปใช้ชีวิตร่วมกันในแคลิฟอร์เนียซึ่งมีอากาศที่สบายกว่าในครั้งแรกที่เขียนเสร็จ เขามอบให้กับแบร์รี แมคไกวร์ (Barry Mcguire) นำไปขับร้อง ซึ่งแบร์รีเพิ่งจะมีผลงานเพลงฮิตอันดับหนึ่ง Eye Of Destructionและสนิทกับลู แอดเลอร์ เจ้าของค่ายเพลงดันฮิลล์เรคคอร์ดส์ แบร์รีจึงแนะนำให้เขาย้ายสังกัด เมื่อแบร์รี แมคไกวร์ บันทึกเพลง
California Dreamin'โดยมี
The Mamas & The Papasร้องแบ็กอัพประสานเสียงให้หลังออกวางจำหน่ายกลับไม่ได้รับการต้อนรับเท่าที่ควร อย่างไรก็ตาม ลู แอดเลอร์ ยังคงเชื่อมั่นว่าเพลงนี้ต้องฮิตแน่นอน หากให้เดนนี โดเฮอร์ตี นักร้องนำของวงเป็นผู้ร้อง เพราะเสียงเทเนอร์ของเธอ ใส ฟังจับใจ และนี่คือที่มาของบทเพลง California Dreamin'ที่เป็นผลงานของ
The Mamas & The Papas
ในปี 2002 จากการสัมภาษณ์ของสถานีวิทยุ National Public Radio (NPR), Michelle Phillips นักร้องหญิง 1 ในสมาชิกดั้งเดิมของวงให้สัมภาษณ์ว่าเพลงนี้มาจากเหตุการณ์เมื่อปี 1963,
เธอแต่งงานใหม่กับ John Phillips.นักร้องและคนแต่งเพลงของวง ตอนนั้นทั้งคู่ยังอยู่กันที่ New York City, อากาศที่นั่นหนาวเย็นมาก
Denny Doherty นักร้องนำของวงเคยเล่าว่า เมื่อครั้งบันทึกเพลงนี้นั้น พวกเขาอยากโซโลกันเองแต่ไม่ต้องการเสียงกีตาร์ซึ่งมันธรรมดาเกินไป, John Phillips จึงไปค้นในหอเกียรติยศThe hall of the Hollywood recording studioจนไปคว้าBud Shank นักดนตรีแจสคนนี้มาร่วมงาน
The Carpenters มีเวอร์ชั่นของเพลงนี้สมัยปี 1967 เมือ่ครั้ง Karen อายุแค่ 17 และออกผลงานปี 2001 ในชื่ออัลบั้ม As Time Goes:
The Beach Boys ทำเพลงนี้ออกมาในปี 1986. และยังมีผลงานของศิลปินดังๆชาวอเมริกันอย่าง , George Benson and Guster.
The Mamas & The Papas วงดนตรีสุดฮิตแห่งยุค 60 ซึ่งนับว่าพวกเขากลายเป็นต้นแบบหรือว่าไอดอลให้ให้กับคนยุคนั้น หลายๆคนยึดพวกเขาเป็นต้นแบบ งานเพลงของพวกเขาเป็นเพลงพ็อพที่แฝงความฮิปปี้ในช่วงบุฟผาชน อีกทั้งซาวด์และบรรยากาศก็เต็มไปด้วยกลิ่นอายของเมือง California การรวมเพลงครั้งนี้นับว่าเป็นโอกาสทองสมชื่อกับอัลบัมเลยที่เดียวเพราะว่า ในปัจจุบันชื่อของ The Mamas & The Papas นั้นแทบจะหายไปจากคนฟังเพลงในยุคปัจจุบันเลยทีเดียว หลายๆคนไม่รู้จักและไม่เคยได้ยินเพลงพวกเขาเลยด้วยซ้ำ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ดีที่ทางต้นสังกัดจะนำเพลงของพวกเขาออกมาให้ฟังกันอีกครั้งบทเพลงที่สร้างชื่อเสียงให้กับวงอย่างมากก็คือเพลง California Dreamin หลายครั้งเราจะได้ยินเพลงนี้ไปปรากฏอยู่เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ในเรื่องต่างๆ ส่วนใหญ่จะเป็นหนังอาร์ต และปัจจุบันก็เป็นเพลงอมตะไปเรียบร้อยแล้ว
อเมริกันในยุคกลางทศวรรษ 1960s ยุคบุปผาชน เพลงของเดอะบีทเทิลส์ และศิลปินอังกฤษในกระแส THE BRITISH INVASION ออกจะมีอิทธิพลต่อนักฟังเพลง