
มูฮัมหมัด
อาลี
Muhammad
Ali
อดีตยอดนักมวยชาวอเมริกันในรุ่นเฮฟวี่เวทผู้เป็นตำนาน
มีชื่อจริงแต่กำเนิดว่า
Cassius
Marcellus
Clay
Jr.
แต่นิยมเรียกว่า
เคสเซียส
เคลย์
ขึ้นชกมวยครั้งแรกเมื่ออายุได้เพียง
12
ปี
โดยมีครูฝึกเป็นตำรวจเชื้อสายไอริช
จากนั้นมีการพัฒนาฝีมือการชกขึ้นเป็นลำดับจนกระทั่งคว้าแชมป์มวยสากลสมัครเล่นรุ่นไลท์เฮฟวี่เวทของเมืองหลุยส์วิลล์,
ได้ครองแชมป์ระดับภูมิภาคของชิคาโก
ได้แชมป์มวยสากลสมัครเล่นแห่งชาติ
จนประสบความสำร็จสูงสุดจากการได้เหรียญทองในรุ่นไลท์เฮฟวี่เวทในการแข่งขันโอลิมปิคที่กรุงโรม
ประเทศอิตาลี
ขึ้นชกมวยอาชีพครั้งแรกเมื่อวันที่
29
ตุลาคม
ค.ศ.
1960
โดยมี
Angelo
Dundee
เทรนเนอร์ชื่อดัง
ระดับ
Trainer
Hall
of
Fame
เป็นผู้ฝึกสอน
ทำให้พัฒนาสไตล์การชกแตกต่างไปจากนักมวยในรุ่นเฮฟวี่เวทคนอื่น
ๆ
มาก
สามารถเต้นฟุตเวิร์กได้ตลอดเวลาอย่างสวยงามและมีลีลาการปล่อยหมัดที่คมกริบและหนักหน่วง
สามารถที่จะชกพร้อมกับเต้นถอยหลังได้
จึงทำให้ได้รับสมญานามว่า
Float
like
a
butterfly,
Sting
like
a
bee
โบยบินเหมือนผีเสื้อ
ต่อยเจ็บเหมือนผึ้ง
อาลีขึ้นชิงแชมป์โลกครั้งแรกกับซอนนี่
ลิสตัน
นักมวยจอมโหดผู้เคยผ่านการติดคุกมาแล้ว
เมื่อวันที่
26
กุมภาพันธ์
ค.ศ.
1964
ในการชกครั้งนี้หลายฝ่ายคาดว่าอาลีคงต้องถูกน็อกอย่างแน่
แต่อาลีกลับเป็นฝ่ายที่สามารถชนะน็อกลิสตันได้
และได้ชื่อเสียงมาในเวลาเพียงชั่วข้ามคืน
ในปี
ค.ศ.
1966
อาลีได้รับหมายเกณฑ์เพื่อเข้าร่วมรบในสงครามเวียดนาม
แต่เขาปฏิเสธอย่างเป็นทางการว่าจะไม่เข้าร่วมในกองทัพ
อีก
10
วันต่อมาเขาถูกดำเนินคดีที่ฮุสตันในข้อหาหลีกเลี่ยงทหาร
จนได้รับโทษสูงสุดคือจำคุก
5 ปี
และปรับเป็นเงิน
10,000
ดอลล่าร์
ในระหว่างการยื่นอุทธรณ์อาลีถูกสั่งห้ามชก
อาลีเคยสร้างความตื่นตะลึง
ให้แก่คนทั้งชาติ
เมื่อจู่
ๆประกาศว่าเขาจะหันมานับถือศาสนาอิสลาม
โดยคำสอนของศาสนาไม่ให้ไปเข่นฆ่าผู้คน
ดังนั้นการเกณฑ์ทหารจึงเป็นสิ่งที่เขารับไม่ได้
และได้เปลี่ยนชื่อจากเคสเซียส
เคลย์
มาเป็น
มูฮัมหมัด
อาลี
อย่างที่รู้จักกันแพร่หลาย
ซึ่งชื่อนี้
Elijah
Muhammad
ผู้นำมุสลิมในสหรัฐอเมริกาเป็นผู้ตั้งให้
โดยมีความหมายว่า
"ควรค่าแก่การสรรเสริญ"
นักมวยรุ่นเฮฟวี่เวทคู่ปรับคนสำคัญของอาลีคือ
โจ
ฟราเซียร์
เมื่อทั้งคู่โคจรมาพบกันครั้งนั้นจึงถูกเรียก"Fight
Of
Century"หรือ
"ศึกแห่งศตวรรษ
ครั้งนี้ฟราเซียร์สามารถเอาชนะคะแนนอาลีได้
แต่ฟราเซียร์ก็ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลนานถึง
10
เดือน
ด้วยฤทธิ์หมัดของอาลี
ต่อมาทั้งคู่ชกกันอีกครั้งที่ฟิลิปปินส์
ในศึกที่มีชื่อว่า
"Thriller
in
Manila"
คราวนี้ฟราเซียร์เป็นฝ่ายแพ้
ที.เค.โอ.
ในยกที่
14
มูฮัมหมัด
อาลี
ถือว่าเป็นนักมวยผู้เป็นตำนานในหลายด้าน
นอกจากบุคลิกที่โดดเด่น
กล้าคิด
กล้าพูด
หลายเรื่องที่อาลีแสดงความเห็นและแสดงออกทางสังคมล้วนแต่มีนัย
มีความหมายทั้งสิ้น
ประกอบกับกระแสการเมืองทั้งในสหรัฐอเมริกาและการเมืองโลกขณะนั้น
ยิ่งทำให้อาลีกลายเป็นบุคคลที่โดดเด่นขึ้นมา
ได้รับเชิญให้ไปบรรยายในมหาวิทยาลัยและสถานที่ต่างๆ
ทั่วประเทศ
จนได้รับการคัดเลือกให้เป็นบุคคลแห่งปี
ของหลายสถาบัน
และได้รับเลือกให้เป็นบุคคลในวงการกีฬาแห่งปี
ค.ศ.
1974
ของนิตยสารสปอร์ต
อิลลัสเตรด
อีกทั้งยังเป็นนักมวยรายแรกที่กล้าทำนายผลการชกของตัวเองล่วงหน้า
แม้จะฟังดูว่าอวดตัวเอง
แต่อาลีก็สามารถทำได้ในหลายต่อหลายครั้ง
จนทำให้มีผู้แต่งเพลงให้แก่อาลีชื่อ
Black
Superman
ซึ่งต่อมาคำนี้ได้กลายเป็นฉายาของอาลีในภาษาอังกฤษด้วย
และในส่วนของแฟนมวยชาวไทยได้ให้ฉายาแก่อาลีในแบบที่สอดคล้องกับชื่อภาษาอังกฤษว่า
"สิงห์จอมโว"
ปัจจุบัน
มูฮัมหมัด
อาลี
เป็นที่รับรู้กันดีว่าเป็นโรคพาร์กินสัน
ซึ่งเป็นผลจากการชกมวย
แต่ในพิธีเปิดโอลิมปิคที่แอตแลนต้า
อาลีได้รับเกียรติจากคณะกรรมการจัดการแข่งขัน
ให้เป็นบุคคลสุดท้ายที่จุดคบเพลิงด้วยมือที่สั่นเทา
แต่อาลีก็สามารถทำได้
เป็นที่ประทับใจของผู้คนทั่วโลก
แม้กระทั่งบิล
คลินตัน
ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาผู้เป็นประธานพิธีเปิดถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความซาบซึ้ง
ชีวิตของมูฮัมหมัด
อาลี
ได้ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์อย่างน้อย
2
ครั้ง
ครั้งแรกในปี
ค.ศ.
1996
กับเรื่อง
"When
We
Were
Kings"
เป็นภาพยนตร์สารคดีเกี่ยวกับเรื่องราวของศึก
Rumble
in
the
Jungle
ที่ซาอีร์
ภาพยนตร์ประสบความสำเร็จอย่างมากเมื่อได้รับรางวัลออสการ์ประเภท
ภาพยนตร์สารคดีในปีนั้นด้วย
ในประเทศไทยเข้าฉายที่โรงภาพยนตร์ที่เวิลด์
เทรด
ในชื่อภาษาไทยว่า
"วันเวลาของราชันย์"
และต่อมาสหมงคลฟิล์มเจ้าของลิขสิทธิ์ได้ออกวีดีโอจำหน่ายและให้เช่า
เรื่องที่
2
ในปี
ค.ศ.
2001
ในชื่อ
"Ali"
ภาษาไทยคือ
อาลี
กำปั้นท้าชนโลก
ฉายในไทยเมื่อวันที่
22
มีนาคม
พ.ศ.
2545
เป็นเรื่องราวชีวประวัติของอาลีล้วน
ๆ
กำกับโดย
ไมเคิล
แมนน์
นำแสดงเป็นอาลี
โดย
วิลล์
สมิธ
ถูกเสนอเข้าชิงออสการ์ในสาขารางวัลดารานำชายและดาราประกอบชาย
ถึง
2
รางวัลด้วยกัน
สำหรับเนื้อหาของเพลงนี้นั้น
เล่าถึงเรื่องราวของแคสเซียส
เคลย์
ผู้เปลี่ยนมาใช้ชื่อว่ามูฮัมเม็ท
อาลี
ถึงเขาจะขี้โม้แต่เขาก็ทำได้
เขาล่องลอยยังกับผีเสื้อ
ต่อยเจ็บยังกับผึ้ง
มูฮัมเม็ท
ซุปเปอร์แมนดำ
เขาบอกกับทุกคนว่าเขาคืออาลี
ถ้าใครแน่จริงไล่เขาให้ทันสิ
เขานี่ละยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว
เป็นแชมป์เฮฟวี่เวทผู้กลับมา
ใบหน้าอันหล่อเหลาไร้ซึ่งแผลเป็น
เป็นสิ่งพิสูจน์ว่า
เขานี่ละคือเจ้าสังเวียนที่แท้จริง