กลุ่มบริหารทั่วไป โรงเรียนศึกษานารี

 


  Black Superman - Muhammad Ali
Johnny Wakelin & The Kinshasa Band

  This here's the story of Cassius Clay
Who changed his name to Muhammad Ali
He knows how to talk and he knows how to fight
And all the contenders were beat out of sight


Sing, Muhammad, Muhammad Ali
He floats like a butterfly and stings like a bee
Mohammed, the black superman
Who calls to the other guy I'm Ali catch me if you can

Now all you fight fans, you've got to agree
There ain't no flies on Muhammad Ali
He fills the arena wherever he goes
And everyone gets what they paid for

Muhammad, was known to have said
You watch me shuffle and I'll jab off your head
He moves like the black superman
And calls to the other guy I'm Ali catch me if you can

He says I'm the greatest the worlds ever seen
The heavyweight champion who came back again
My face is so pretty you don't see a scar
Which proves I'm the king of the ring by far

Sing, Muhammad, Muhammad Ali
He floats like a butterfly and stings like a bee
Mohammed, the black superman
Who calls to the other guy I'm Ali catch me if you can

Sing, Muhammad, Muhammad Ali
He floats like a butterfly and stings like a bee
Muhammad, the black superman
Who calls to the other guy I'm Ali catch me if you can

I'm Ali catch me if you can

 

 

มูฮัมหมัด อาลี Muhammad Ali อดีตยอดนักมวยชาวอเมริกันในรุ่นเฮฟวี่เวทผู้เป็นตำนาน มีชื่อจริงแต่กำเนิดว่า Cassius Marcellus Clay Jr. แต่นิยมเรียกว่า เคสเซียส เคลย์

ขึ้นชกมวยครั้งแรกเมื่ออายุได้เพียง 12 ปี โดยมีครูฝึกเป็นตำรวจเชื้อสายไอริช จากนั้นมีการพัฒนาฝีมือการชกขึ้นเป็นลำดับจนกระทั่งคว้าแชมป์มวยสากลสมัครเล่นรุ่นไลท์เฮฟวี่เวทของเมืองหลุยส์วิลล์, ได้ครองแชมป์ระดับภูมิภาคของชิคาโก ได้แชมป์มวยสากลสมัครเล่นแห่งชาติ จนประสบความสำร็จสูงสุดจากการได้เหรียญทองในรุ่นไลท์เฮฟวี่เวทในการแข่งขันโอลิมปิคที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี

ขึ้นชกมวยอาชีพครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ค.ศ. 1960 โดยมี
Angelo Dundee เทรนเนอร์ชื่อดัง ระดับ Trainer Hall of Fame เป็นผู้ฝึกสอน ทำให้พัฒนาสไตล์การชกแตกต่างไปจากนักมวยในรุ่นเฮฟวี่เวทคนอื่น ๆ มาก สามารถเต้นฟุตเวิร์กได้ตลอดเวลาอย่างสวยงามและมีลีลาการปล่อยหมัดที่คมกริบและหนักหน่วง สามารถที่จะชกพร้อมกับเต้นถอยหลังได้ จึงทำให้ได้รับสมญานามว่า Float like a butterfly, Sting like a bee โบยบินเหมือนผีเสื้อ ต่อยเจ็บเหมือนผึ้ง

อาลีขึ้นชิงแชมป์โลกครั้งแรกกับซอนนี่ ลิสตัน นักมวยจอมโหดผู้เคยผ่านการติดคุกมาแล้ว เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1964 ในการชกครั้งนี้หลายฝ่ายคาดว่าอาลีคงต้องถูกน็อกอย่างแน่ แต่อาลีกลับเป็นฝ่ายที่สามารถชนะน็อกลิสตันได้ และได้ชื่อเสียงมาในเวลาเพียงชั่วข้ามคืน

ในปี ค.ศ. 1966 อาลีได้รับหมายเกณฑ์เพื่อเข้าร่วมรบในสงครามเวียดนาม แต่เขาปฏิเสธอย่างเป็นทางการว่าจะไม่เข้าร่วมในกองทัพ อีก 10 วันต่อมาเขาถูกดำเนินคดีที่ฮุสตันในข้อหาหลีกเลี่ยงทหาร  จนได้รับโทษสูงสุดคือจำคุก 5 ปี และปรับเป็นเงิน 10,000 ดอลล่าร์ ในระหว่างการยื่นอุทธรณ์อาลีถูกสั่งห้ามชก

อาลีเคยสร้างความตื่นตะลึง ให้แก่คนทั้งชาติ   เมื่อจู่ ๆประกาศว่าเขาจะหันมานับถือศาสนาอิสลาม โดยคำสอนของศาสนาไม่ให้ไปเข่นฆ่าผู้คน ดังนั้นการเกณฑ์ทหารจึงเป็นสิ่งที่เขารับไม่ได้ และได้เปลี่ยนชื่อจากเคสเซียส เคลย์ มาเป็น มูฮัมหมัด อาลี อย่างที่รู้จักกันแพร่หลาย ซึ่งชื่อนี้ Elijah Muhammad ผู้นำมุสลิมในสหรัฐอเมริกาเป็นผู้ตั้งให้ โดยมีความหมายว่า "ควรค่าแก่การสรรเสริญ"

นักมวยรุ่นเฮฟวี่เวทคู่ปรับคนสำคัญของอาลีคือ โจ ฟราเซียร์
เมื่อทั้งคู่โคจรมาพบกันครั้งนั้นจึงถูกเรียก"Fight Of Century"หรือ "ศึกแห่งศตวรรษ ครั้งนี้ฟราเซียร์สามารถเอาชนะคะแนนอาลีได้  แต่ฟราเซียร์ก็ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลนานถึง 10 เดือน ด้วยฤทธิ์หมัดของอาลี ต่อมาทั้งคู่ชกกันอีกครั้งที่ฟิลิปปินส์ ในศึกที่มีชื่อว่า "Thriller in Manila" คราวนี้ฟราเซียร์เป็นฝ่ายแพ้ ที.เค.โอ. ในยกที่ 14

มูฮัมหมัด อาลี ถือว่าเป็นนักมวยผู้เป็นตำนานในหลายด้าน นอกจากบุคลิกที่โดดเด่น กล้าคิด กล้าพูด หลายเรื่องที่อาลีแสดงความเห็นและแสดงออกทางสังคมล้วนแต่มีนัย มีความหมายทั้งสิ้น ประกอบกับกระแสการเมืองทั้งในสหรัฐอเมริกาและการเมืองโลกขณะนั้น ยิ่งทำให้อาลีกลายเป็นบุคคลที่โดดเด่นขึ้นมา ได้รับเชิญให้ไปบรรยายในมหาวิทยาลัยและสถานที่ต่าง ทั่วประเทศ จนได้รับการคัดเลือกให้เป็นบุคคลแห่งปี ของหลายสถาบัน และได้รับเลือกให้เป็นบุคคลในวงการกีฬาแห่งปี ค.ศ. 1974 ของนิตยสารสปอร์ต อิลลัสเตรด อีกทั้งยังเป็นนักมวยรายแรกที่กล้าทำนายผลการชกของตัวเองล่วงหน้า แม้จะฟังดูว่าอวดตัวเอง แต่อาลีก็สามารถทำได้ในหลายต่อหลายครั้ง จนทำให้มีผู้แต่งเพลงให้แก่อาลีชื่อ Black Superman ซึ่งต่อมาคำนี้ได้กลายเป็นฉายาของอาลีในภาษาอังกฤษด้วย และในส่วนของแฟนมวยชาวไทยได้ให้ฉายาแก่อาลีในแบบที่สอดคล้องกับชื่อภาษาอังกฤษว่า "สิงห์จอมโว"

ปัจจุบัน มูฮัมหมัด อาลี เป็นที่รับรู้กันดีว่าเป็นโรคพาร์กินสัน ซึ่งเป็นผลจากการชกมวย แต่ในพิธีเปิดโอลิมปิคที่แอตแลนต้า อาลีได้รับเกียรติจากคณะกรรมการจัดการแข่งขัน ให้เป็นบุคคลสุดท้ายที่จุดคบเพลิงด้วยมือที่สั่นเทา แต่อาลีก็สามารถทำได้ เป็นที่ประทับใจของผู้คนทั่วโลก แม้กระทั่งบิล คลินตัน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาผู้เป็นประธานพิธีเปิดถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความซาบซึ้ง

ชีวิตของมูฮัมหมัด อาลี ได้ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์อย่างน้อย 2 ครั้ง ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1996 กับเรื่อง "When We Were Kings" เป็นภาพยนตร์สารคดีเกี่ยวกับเรื่องราวของศึก Rumble in the Jungle ที่ซาอีร์ ภาพยนตร์ประสบความสำเร็จอย่างมากเมื่อได้รับรางวัลออสการ์ประเภท ภาพยนตร์สารคดีในปีนั้นด้วย ในประเทศไทยเข้าฉายที่โรงภาพยนตร์ที่เวิลด์ เทรด ในชื่อภาษาไทยว่า "วันเวลาของราชันย์" และต่อมาสหมงคลฟิล์มเจ้าของลิขสิทธิ์ได้ออกวีดีโอจำหน่ายและให้เช่า

เรื่องที่ 2 ในปี ค.ศ. 2001 ในชื่อ "Ali" ภาษาไทยคือ อาลี กำปั้นท้าชนโลก ฉายในไทยเมื่อวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2545  เป็นเรื่องราวชีวประวัติของอาลีล้วน ๆ กำกับโดย ไมเคิล แมนน์ นำแสดงเป็นอาลี โดย วิลล์ สมิธ ถูกเสนอเข้าชิงออสการ์ในสาขารางวัลดารานำชายและดาราประกอบชาย ถึง 2 รางวัลด้วยกัน

สำหรับเนื้อหาของเพลงนี้นั้น เล่าถึงเรื่องราวของแคสเซียส เคลย์
ผู้เปลี่ยนมาใช้ชื่อว่ามูฮัมเม็ท อาลี ถึงเขาจะขี้โม้แต่เขาก็ทำได้
เขาล่องลอยยังกับผีเสื้อ ต่อยเจ็บยังกับผึ้ง มูฮัมเม็ท ซุปเปอร์แมนดำ
เขาบอกกับทุกคนว่าเขาคืออาลี ถ้าใครแน่จริงไล่เขาให้ทันสิ
เขานี่ละยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว เป็นแชมป์เฮฟวี่เวทผู้กลับมา
ใบหน้าอันหล่อเหลาไร้ซึ่งแผลเป็น  เป็นสิ่งพิสูจน์ว่า
เขานี่ละคือเจ้าสังเวียนที่แท้จริง

   

ไม่สงวนสิทธิ์ในการนำไปใช้ประโยชน์ทางการศึกษาแต่ขอความกรุณาอ้างอิงแหล่งที่มาตามสมควรจะขอบคุณยิ่ง


April 10,2009
 

 

กลุ่มบริหารทั่วไป     โรงเรียนศึกษานารี
176ถนนประชาธิปก เชิงสะพานพระปกเกล้า
แขวงวัดกัลยาณ์   เขตธนบุรี  กทม.10600
by wita:wita_snr@hotmail.com