กลุ่มบริหารทั่วไป โรงเรียนศึกษานารี

 

     
   
 
Anything but ordinary
Avril  Lavigne

Sometimes I get so weird
I even freak myself out
I laugh myself to sleep
It's my lullaby
Sometimes I drive so fast
Just to feel the danger
I wanna scream
It makes me feel alive

Is it enough to love?
Is it enough to breathe?
Somebody rip my heart out
And leave me here to bleed
Is it enough to die?
Somebody save my life
I'd rather be anything but ordinary please

To walk within the lines
Would make my life so boring
I want to know that I
Have been to the extreme
So knock me off my feet
Come on now give it to me
Anything to make me feel alive

Is it enough to love?
Is it enough to breathe?
Somebody rip my heart out
And leave me here to bleed
Is it enough to die?
Somebody save my life
I'd rather be anything but ordinary please.
I'd rather be anything but ordinary please.

Let down your defences
Use no common sense
If you look you will see
that this world is a beautiful
accident, turbulent succulent
opulent permanent, no way
I wanna taste it
Don't wanna waste it away

Sometimes I get so weird
I even freak myself out
I laugh my self to sleep
It's my lullaby

Is it enough?
Is it enough?
Is it enough to breathe?
Somebody rip my heart out
And leave me here to bleed
Is it enough to die?
Somebody save my life
I'd rather be anything but ordinary please

Is it enough?
Is it enough to die?
Somebody save my life
I'd rather be anything but ordinary please.
oh I'd rather be anything but ordinary please.


 

                                


Avril Lavigne

อาวริล” พังค์ร็อคสาวชื่อดังชาวแคนาเดียนได้ลืมตามาดูโลกในวันที่ 27 เดือน กันยายน พ. ศ. 2527 ในเมืองนาปานี รัฐออนตาริโอ ประเทศแคนาดา จากมารดาที่นามว่า “ จูดี้ ลาวีญ” (Judy Lavigne) และบิดาที่นามว่า “ จอห์น ลาวีญ” (John Lavigne) ท่านทั้งสองเป็นลูกครึ่งฝรั่งเศส- แคนาเดียน อาวริลมีพี่ชายคนหนึ่งที่ชื่อว่า “ แมทธิว” (Matthew) และน้องสาวที่ชื่อว่า “ มิแชล” (Michelle) อาวริลมีส่วนสูง 5 ฟุต 2 นิ้ว หรือ 157 เซนติเมตรนั่นเอง ส่วนผมของเธอเป็นสีบลอนด์และตาเป็นสีฟ้า ทะยานในด้านดนตรีแนวร็อคของอาวริล สังเกตเห็นได้ตั้งแต่เธอมีอายุราว 2 ปี เท่านั้น!! ในระยะวัยรุ่นช่วงแรกๆ ของเธอ อาวริลได้เขียนเพลงและเล่นกีตาร์ การที่เธอได้ร่วมร้องเพลงในคณะนักร้องในโบสถ์ งานเทศกาล และงานรื่นเริงประจำปีต่างๆ ในเมือง ทำให้เสียงอันไพเราะของเธอได้ถ่ายทอดสู่ผู้คนมากมาย โชคช่างเข้าข้างเธอ เมื่อคนระดับบิ๊กของอาริสต้า เรคค็อดซ์ (Arista Records) ที่ชื่อ “ อองโตนิโอ แอล. เอ. รีด” ( Antonio "L.A." Reid ) ได้ยินเสียงของอาวริล รีดได้เสนอข้อตกลงให้เธอ และเมื่ออาวริลมีอายุ 16 ปี ความฝันทางด้านดนตรีของเธอก็เป็นจริงขึ้น

 : อาวริล ลาวีญ เด็กสาวร็อค แอนด์ โรล จอมเอะอะ ได้ฮอตฮิตโด่งดังในช่วงถดูร้อน ปี พ . ศ . 2545 ด้วยเพลงเปิดตัวอันบาดหูและมันส์ซะใจที่ชื่อ “ คอมพลิเคทิด” (Complicated) ซึ่งได้ปรับเปลี่ยนดนตรีแนวป็อป มิวสิค ไปยังทิศทางที่แตกต่างและแปลกใหม่ ซิงเกิ้ลสุดฮอตของอาวริลนี้ที่ชื่อ “ คอมพลิเคทิด” ในอัลบั้มแรกของเธอที่ชื่อ “ เล็ท โกว” ( Let Go ) ได้เขย่าทุกท็อปชาร์ททั่วโลก และทำให้เธอได้รับการขนานนามว่าเป็น “ เจ้าหญิงแห่งดนตรีพั้งค์ร็อค” ด้วยเสียง ความสามารถ อันน่าทึ่งในการแต่งเพลงเองและร้องเอง ประกอบกับความเชื่อมั่นและความแน่วแน่ต่อจุดหมายทางดนตรีของเธอ อาวริลเปิดตัวบนถนนสายดนตรีด้วยวัยเพียง 17 ปี และได้รักษาระดับความแรงจนฉุดไม่อยู่ อีกทั้งเธอยังได้รับรางวัลทางดนตรีมากมาย เช่น เอ็มทีวี อวอร์ดส (MTV Awards) จูโน อวอร์ดส (Juno Awards) เวิรล์ด มิวสิค อวอร์ดส (World Music Awards) เรดิโอ มิวสิค อวอร์ดส (Radio Music Awards) นอกจากนี้ เธอยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่(Grammys) ถึง 8 รางวัล ในปี พ. ศ. 2545 สาวน้อยชาวแคนาเดียน ขวัญใจขาร็อคผู้นี้ ยังได้รับการยอมรับว่า การแสดงดนตรีสดบนเวทีของเธอนั้น เธอทำได้อย่างยอดเยี่ยมและเป็นที่โดนใจบรรดาขาร็อคทั้งหลาย

อาวริล นักร้องชาวแคนาเดียน กลับมาพร้อมกับอัลบั้ม “ อันเดอร์ มาย สกิน” (Under My Skin) ใน พ . ศ. 2547 อาวริล กล่าวว่า “ ฉันเติบโตขึ้นมากเหลือเกิน ในช่วงสองปีที่ผ่านมานี้” “ ฉันได้ผ่านอะไรมามาก ได้เรียนรู้อะไรมากมาย และได้รับประสบการณ์ต่างๆ ทั้งที่ดีและร้าย บรรดาเพลงต่างๆในอัลบั้มนี้ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งที่ฉันได้ประสบพบเจอมา และเพลงแต่ละเพลงก็เป็นเรื่องส่วนตัวของฉันเอง” การที่ได้ทำงานกับโปรดิวเซอร์หลายท่าน เช่น บูต์ช วอลเคอร์ (Butch Walker) โปรดิวเซอร์ของเดอะ มาร์วีลัส ทรี (the Marvelous 3) เรน เมดา (Raine Maida) โปรดิวเซอร์ของอาวเวอร์ เลดี้ พีซ (Our Lady Peace) และดอน กิวมอร์ (Don Gilmore) โปรดิวเซอร์ของลิงค์กิ้ง พาร์ค (Linkin’ Park) และเพิ้ร์ล แจม (Pearl Jam)  

ไม่สงวนสิทธิ์ในการนำไปใช้ประโยชน์ทางการศึกษาแต่ขอความกรุณาอ้างอิงแหล่งที่มาตามสมควรจะขอบคุณยิ่ง


July 28, 2006 

 

กลุ่มบริหารทั่วไป     โรงเรียนศึกษานารี
176ถนนประชาธิปก เชิงสะพานพระปกเกล้า
แขวงวัดกัลยาณ์   เขตธนบุรี  กทม.10600
by wita:wita_snr@hotmail.com