
ต้นไม้ที่เขียวขจี
กุหลาบแดงที่เบ่งบาน
ท้องฟ้าสีฟ้าใส
หมู่เมฆขาวนวล
โลกใบนี้ช่างสวยงามเสียนี่กระไร
สิ่งเหล่านี้
ไม่ต้องใช้เงินทองซื้อหา
ไม่ว่าคุณจะเป็นคนรวย
หรือคนจน
เพราะเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่ทุกคนมีสิทธิ์สัมผัส
หลังจากที่โลกใบนี้ถูกมนุษย์ย่ำยีมานาน
ทรัพยากรเริ่มร่อยหรอลงไปทุกทีๆ
ธรรมชาติถูกทำลายจนเกือบไม่หลงเหลือความงามให้เห็นกันอีก
จึงเกิดกลุ่มคนที่ต้องการเยียวยารักษาโลกใบนี้ไว้
เพื่อให้คนรุ่นลูกรุ่นหลานที่จะเกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ได้พบเห็นความงดงามของธรรมชาติเหมือนที่ครั้งหนึ่งบรรพบุรุษของเราได้เคยพบเคยเห็นมาแล้ว
เพลงนี้ถูกแต่งขึ้นมาโดย
Bob
Thiele
โปรดิวเซอร์ผู้มีชื่อเสียงในโลกดนตรีร่วมกับ
George
David
Weiss
คอมโพสเซอร์ที่มีชื่อเสียงอีกคน
และ
George
Douglas.นักเปียนโนฝีมือดีถูกทั้งคู่เรียกตัวมาร่วมงานด้วยกัน
โดยมี
Louis
Armstrong
นักร้องผิวสีบันทึกเสียงร้องคนแรก
ออกวางจำหน่ายในแบบซิงเกิลเมื่อปี
1968,ในสหรัฐอเมริกานั้นขายได้ไม่ถึง
1,000
copies,แต่กลับประสบความสำเร็จในอังกฤษ
ขึ้นไปถึงอันดับ
1ของ
The
UK
singles
chart.ด้วยยอดจำหน่ายที่ถล่มทลายจนกลายเป็นเพลงที่ขายดีที่สุดในขณะนั้นและเป็น
The
Biggest-Selling
Single
ของปี
1968
เพราะผลงานเพลงนี้ทำให้
Louis
Armstrong
ในขณะที่อายุ
66 ปี
10 เดือน
ได้รับเลือกให้เป็นสุดยอดนักร้องชายอาวุโส
The
oldest
male to
top the
charts,และมาโดนทำลายสถิติในปี
2009
เมื่อ
Tom
Jones.อายุ
68 ปี 9
เดือน
ได้รับคัดเลือกขึ้นมาเป็นอันดับ
1
What
a
Wonderful
World
ถูกนำมาใช้ในฉากจบของหนังดังเรื่อง
The
Longest
Day
และเรื่อง
Good
Morning
Vietnam
บทเพลงที่มีเนื้อหาสดุดีความสวยงามของโลกเพลงนี้ถูกนำกลับมาบันทึกใหม่อีกครั้งในสหรัฐอเมริกาและเป็นเพลงอันดับ
1
อีกครั้งในปี
1988
หลังจากที่คนร้องเพลงนี้เสียชีวิตไปแล้วเมื่อปี
1971 และ
What
a
Wonderful
World
ได้รับคัดเลือกให้เข้าในทำเนียบ
Grammy
Hall of
Fame
เมื่อปี
1999.

| |
ดนตรีที่ดีนั้น ไม่มีสีผิว ไม่มีเพศ ไม่มีวัย และไม่มีชนชั้น
ดนตรีนำมาซึ่งมิตรภาพและสันติภาพ...................... หลุยส์ อาร์สตรอง
หลุยส์ อาร์มสตรอง เกิดในนิวออร์ลีน สหรัฐอเมริกา นิวออร์ลีนส์เป็นที่เกิดของดนตรีแจส เขาเติบโตในย่านสลัมคนดำ พ่อเป็นกรรมกร แม่เป็นแม่บ้านที่มีอาชีพเสริมเป็นโสเภณี (ในสมัยนั้นเป็นอาชีพที่ถูกต้องตามกฎหมาย) พ่อเขาก็ทิ้งครอบครัวไปตั้งแต่เขายังแบเบาะ แม่ย้ายไปอยู่ย่านโสเภณี ฝากเขาไว้ให้ย่าดูแล เขาประทังชีวิตด้วยอาหารราคาถูก หรือแม้แต่ต้องคุ้ยอาหารตามถังขยะ และหาเงินโดยการเป็นนักร้องในวงขับร้องประสานเสียงของเด็ก ๆ ร้องเพลงตามสถานที่สาธารณะ
ตอนอายุ 13 ปีเขานึกคะนองยิงปืนขึ้นฟ้า จนถูกจับตัวขังบ้านคุ้มครองเด็ก ที่นี่เองที่เขามีโอกาสเรียนเป่าคอร์เน็ต (Cornet) ในวงดนตรีของบ้านคุ้มครองเด็ก เมื่อถึงวันได้รับอิสรภาพ เขาจึงตัดสินใจเอาดีทางด้านดนตรี โดยการหยิบยืมเครื่องดนตรีของเพื่อนมาเล่น ช่วงนี้ชีวิตของเขาวนเวียนอยู่ในย่านเริงรมย์ของนิวออร์ลีน จนได้พบกับ คิง โอลิเวอร์ (Joe "King" Oliver) นักคอร์เน็ตและหัวหน้าวงแจ๊สชื่อดัง โอลิเวอร์สนับสนุนให้เขาแสดงความสามารถ ไม่นานเขาก็มีชื่อเสียงไปทั่วโลกด้วยการเป่า ทรัมเป็ตอันวิเศษยอดเยี่ยมของเขา อาร์มสตรองเป็นนักดนตรีอันดับหนึ่ง ที่สร้างแบบการเล่นดนตรีเดี่ยวขึ้นในดนตรีแจส เขาร้อง เพลงด้วยเสียงห้าวๆ
อาร์มสตรองเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจล้มเหลว ที่กรุงนิวยอร์กเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2514 รวมอายุ 69 ปี ภายหลังจากเขาเสียชีวิตได้มีการตั้งชื่อสนามบินแห่งเมืองนิวออร์ลีนว่า "Louis Armstrong New Orleans International Airport" และมีการสร้างอนุสาวรีย์สวนสาธารณะเพื่อรำลึกถึงเขาหลายแห่งที่เมืองนิวออร์ลีนบ้านเกิด
|
|