|

ประวัติโมเสส
โมเสส หรือ โมเซ เป็นศาสดาของศาสนายิว บิดาชื่อ อัมราม มารดาชื่อ โยเคเบต บิดามารดาของโมเสสสังกัดอยู่ในเผ่าของอิสราเอล สันนิษฐานกันว่า โมเสส เกิดในสมัยของฟาโรห์ราเมสที่ 2 ก่อนปี ค.ศ. 1225-1292
ในยุคนั้นประเทศอียิปต์ มีนโยบายในการลดจำนวนคนยิว เนื่องจากชาวยิวเพิ่มจำนวนมากขึ้นและแข็งแกร่งขึ้น ฟาโรห์เกรงว่าพวกยิวจะรวมกับพวกข้าศึกกลับมาโจมตีพระองค์ ดังนั้นจึงบัญชาให้เด็กชายที่เกิดมาในตระกูลอิสราเอลทุกคน ต้องถูกจับประหารชีวิต
บิดามารดาของโมเสส กลัวว่าบุตรชายของตนจะไม่ปลอดภัย จึงซ่อนบุตรชายไว้เป็นเวลา 3 เดือน จนเมื่อเห็นว่าคงไม่ปลอดภัยแน่แล้ว จึงนำบุตรชายใส่ตระกร้าลอยแพอธิฐานเสี่ยงบุตรไปตามแม่น้ำไนล์ เผอิญวันนั้นพระธิดาของฟาโรห์เสร็จลงสรงน้ำ ทรงเห็นเด็กน้อยน่ารักเกิดความสงสารจึงนำไปเลี้ยงไว้ในฐานะบุตรบุญธรรม และตั้งชื่อให้ว่า “โมเสส” โดยได้มีคำสั่งให้นำ"มีเรียม"ผู้เลี้ยงโมเสสไปเลี้ยงด้วยอีกคน
โมเสสได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีประดุจเจ้าชายในราชสกุล โมเสสไม่ทราบว่าตนเป็นยิวและไม่ได้ทำพิธีสุหนัตแบบยิว มาทำเอาเมื่อโตเป็นผู้นำชาวยิวแล้ว
เมื่อโมเสสได้รู้ความจริงว่าเขาเป็นชาวยิว จีงทำให้เขาคิดเตรียมการที่จะอพยพชาวยิวจากอียิปต์ เขาศึกษากฏหมายโบราณ และฝึกทางด้านการทหาร จนมีความรู้ทางด้านการเป็นผู้นำคน
โมเสสมีความสนิทสนมเป็นพิเศษกับเด็กหนุ่มเชื้อสายยิว เขามักจะไปเยี่ยม สอบถามสารสุกข์สุขดิบของพวกยิว จนได้เห็นการถูกเอาเปรียบ การถูกทำทารุณโหดร้ายของคนงานชาวยิว ทำให้โมเสสต้องฆ่าหัวหน้าผุ้ควบคุมงานคนนั้น ข่าวนี้ทราบไปถึงฟาโรห์ พระองค์ทรงกริ้วอย่างมากรับสั่งให้สำเร็จโทษโมเสส แต่เขารู้ตัวก่อนจึงหลบหนีไปอาศัยอยู่ในดินแดนมิเดีย ในบ้านบาทหลวงชาวยิวที่ชื่อ เชโธร์ ในที่สุดเขาก็ได้แต่งงานกับ
ชิปโปราห์
บุตรสาวของหลวงพ่อ
โมเสสทำหน้าที่เลี้ยงแกะในช่วงที่เขาลี้ภัย และมีบุตรชายกับชิปโปราห์ 2 คน คือ เคอโสม และ อีไลเซอร์ โมเสสยังเป็นคนแปลกหน้าของดินแดนมิเดีย จนสิ้นรัชสมัยของฟาโรห์ราเมสที่ 2 เมอร์เนปตาห์ ราชโอรสได้ครองราชย์แทน โมเสสและเพื่อนชื่ออารอนได้เดินทางกลับไปสู่ดินแดนอียิปต์ เพื่อร้องขอต่อเมอร์เนปตาห์ให้ชาวยิวทั้งหมดออกไปจากอียิปต์ เพือไปสู่ดินแดนสัญญาคือปาเลสไตน์
ฟาโรต์เมอร์เนปตาห์ได้ทรงหลีกเลี่ยงการอนุญาต แต่ในที่สุดเกิดโรคระบาดอย่างหนักในอียิปต์ คัมภีร์ฝ่ายยิวกล่าวว่าเป็นผลจากพระเจ้าทรงลงโทษ ในการที่ฟาโรห์ไม่อนุญาตให้ชาวยิวกลับดินแดนสัญญา เมื่อเหตุร้ายต่างๆ คุกคามประเทศและประชาชน ฟาโรห์จึงทรงอนุญาตให้ชาวอิสราเอลกลับถิ่นเดิมของตนได้

เมื่อครั้งโมเสสอายุ 80 ปี ได้นำชาวยิวอพยพออกจากอียิปต์ ในขณะเดียวกัน ฟาโรห์เกิดความระแวงในโมเสส และชาวยิว จึงสั่งให้ทหารพร้อมรถม้าออกติดตามและสังหารชาวยิว แต่เกิดปฏิหาริย์
น้ำในทะเลแดงได้แยกเปิดให้ทางแก่โมเสสและชาวยิวข้ามถึงฝั่งจนได้ แต่เมิ่อทหารฟาโรห์มาถึง กลับถูกน้ำปิดทางอย่างเดิม และท่วมทหารอียิปต์ตายจนหมดสิ้น
ในขณะที่โมเสสเป็นผู้นำและปกครองชาวยิว มีปัญหาให้เขาต้องแก้ไขมากมาย เช่น การขาดแคลนอาหาร น้ำ การทะเลาะเบาะแว้งกันเองในหมู่ชาวยิว และการถูกลอบโจมตีโดยพวกสลัดอะแมโกท์
โมเสสใช้ภาวะผู้นำแก้ปัญหาเหล่านี้ด้วยความสุขุมรอบคอบ จนทำให้ปัญหาต่างๆ คลี่คลายลงไป วันหนึ่งโมเสสได้ปลีกตัวออกมาจากคณะ หลบไปอยู่บนยอดเขาซีนาย เป็นเวลา 40 วัน 40 คืน ณ ภูเขาแห่งนี้ โมเสสได้รับ บัญญัติ 10 ประการ จากพระยะโฮวาผู้เป็นเจ้าบัญญัติดังกล่าว และจารึกลงบนแผ่นหิน 2 แผ่น
โมเสสได้นำ บัญญัติ 10 ประการ ประกาศให้ชาวยิวทั้งหมดทราบ และสามารถทำให้ทุกคนเชื่อตาม เขาได้พาชาวยิวเร่ร่อนไปเป็นเวลานานถึง 40 ปี ก็ยังไม่ถึงแดนสัญญาหรือปาเลสไตน์ เนื่องจากถึงแก่กรรมเสียก่อน
ที่ภูเขาเนโป รวมอายุได้ 120 ปี

|