snr-banner
logo
lboss
นายขจิตพันธ์ สุวรรณสิริภักดิ์
ผู้อำนวยการโรงเรียนศึกษานารี

ปฏิทินชาวศึกษานารี

somdej

ก่อนที่จะมาเป็นที่ตั้งของโรงเรียนศึกษานารี สถานที่แห่งนี้มีประวัติความ เป็นมาที่น่าสนใจ เพื่อชาวศึกษานารีได้ทราบประวัติ ตามหลักฐานที่พอสืบหาได้ คือเดิมที่ดินแห่งนี้เป็นของ

สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ สมันต์พงศพิสุทธิ มหาบุรุษรัตโนดมบรมราชุตมรรค มหาเสนาธิบดีมหาสุริยมัณฑลีมุรธาธรจักรรัตน์สหจรสุรศรขรรค์
วรสัญจารินทร์ ปรมินทร์ มหาราชวรานุกูลประยูรวงศ์วิวัฒน์ สกลรัชวราณาจักโรประสดัมภ์ วรยุติธรรมอาชวาธยาศัย
รีรัตนตรัยคุณภรณ์ภูสิตอเนกบุญฤทธิประสิทธีสรรค์ มหันตวรเดชานุภพบพิตรอัชนามเป็นบรมราชุตมรค มหาเสนินทรประธานาธิบดี


สมัยที่ท่านเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในรัชกาลที่ 5 โดยได้ใช้สถานที่เป็นจวนปฏิบัติราชการแผ่นดินในสมัยนั้นด้วย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 ทรงเคยเสด็จมาศึกษาด้านราชการแผ่นดินที่จวนกับท่านในสมัยนั้น เมื่อ พ.ศ. 2438 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 มีพระราชดำริที่จะให้จัดตั้งโรงเรียนภาษาไทยและภาษาอังกฤษแบบพับลิคสกูลของอังกฤษ ต่อมาพระยาสีหราชเดโชบุตรของเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ (บุตรของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์) ได้ทราบพระราชดำริของรัชกาลที่ 5 ว่าจะใช้สถานที่จวนนี้จัดตั้งโรงเรียน จึงทำหนังสือกราบทูลถวายที่ดินเมื่อ 14 กันยายนพ.ศ. 2439 (ร.ศ. 115)เพื่อเป็นชื่อเสียงเกียรติยศแก่สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ที่ได้สร้างเอาไว้คณะกรรมการจัดตั้งโรงเรียนมีเจ้าพระยาภาสกรวงศ์เสนาบดีกระทรวงธรรมการพระองค์เจ้ากิติยากรวรลักษณ์ อธิบดีกรมศึกษาธิการกรมหมื่นดำารงราชานุภาพเป็นต้นเห็นว่าจวนของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์กว้างขวางใหญ่โตเหมาะที่จะจัดตั้งโรงเรียนขึ้นในที่แห่งนี้เป็นการชั่วคราวไปก่อนโดยใช้ชื่อว่า “โรงเรียนราชวิทยาลัย”ในปี พ.ศ. 2446 หลังจากโรงเรียนราชวิทยาลัยย้ายไปอยู่ที่ตำบลไม้สิงโตประทุมวัน ทางกระทรวงธรรมการต้องการจัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูเพิ่ม จึงใช้โรงเรียนราชวิทยาลัยเก่า (บ้านสมเด็จเจ้าพระยา) ตั้งเป็นโรงเรียนชื่อ “โรงเรียนฝึกหัดครูฝั่งตะวันตก” และต่อมาก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนฝึกหัดครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยา” เมื่อนักเรียนฝึกหัดครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยาย้ายไปรวมกับโรงเรียนข้าราชการพลเรือนแล้วขณะนั้นกระทรวงธรรมการเห็นว่าโรงเรียนประจำสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมยังไม่เพียงพอจึงได้จัดตั้งโรงเรียนแบบจำเป็นให้นักเรียนในหัวเมืองที่เข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ ซึ่งไม่มีที่อาศัยจะได้อาศัยที่บ้านสมเด็จเจ้าพระยาและให้ชื่อว่า “โรงเรียนมัธยมบ้านสมเด็จเจ้าพระยา”
ในปี พ.ศ. 2458 ให้ย้ายนักเรียนโรงเรียนมัธยมสุขุมาลัย (ตั้งอยู่ที่วัดพิชัยญาติ) กับโรงเรียนประถมวัดอนงค์เป็นสาขาโรงเรียนมัธยมบ้านสมเด็จเจ้าพระยาสำหรับความสัมพันธ์ของโรงเรียนศึกษานารี กับโรงเรียนมัธยมบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ในสมัยนั้นมีประวัติความเป็นมาเนื่องจากพระอาจารย์นวม พุทธสโรซึ่งต่อมาคือสมเด็จพระพุฒาจารย์ อดีตเจ้าอาวาสวัดอนงคารามฯ ท่านได้จัดสร้างที่เล่าเรียนขึ้นในวัดด้วยทุนส่วนตัวกับผู้มีจิตศรัทธาบริจาคสมทบสร้างเป็นโรงเรียนขึ้นในปี พ.ศ. 2434 (ร.ศ. 110) เริ่มจากระดับประถมจนขยายเพิ่มถึงชั้นมัธยมเทียบเท่า ม.4-6 เรียกว่า ประโยคสอง ในปี พ.ศ. 2440 (ร.ศ. 116) พระอาจารย์นวม พุทธสโร ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอาจารย์สยามปริยัติ กับตำแหน่งครูใหญ่โรงเรียน และได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพิเศษจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เป็นที่ “พระครูอุดมพิทยากร” และกรมศึกษาธิการ เห็นความสามารถของท่านจึงมอบประกาศนียบัตรมัธยมศึกษา (ป.ม.พ.) ให้แก่ท่านในปี พ.ศ. 2446 (ร.ศ. 122) พระครูอุดมพิทยากรยังสนับสนุนการศึกษาของกุลธิดาด้วย โดยเปิดสอนแผนกสตรีขึ้น และต่อมาท่านได้ติดต่อขอที่ดินและตึกบ้านคุณหญิงพันต่อกระทรวงธรรมการ ดัดแปลงเป็นที่เล่าเรียนฝ่ายสตรี แล้วย้ายจากวัดไปโรงเรียนที่นั่นให้ชื่อว่า “โรงเรียนสตรีอุดมวิทยายน” (บริเวณส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยาในปัจจุบัน) ส่วนโรงเรียนที่วัดอนงค์ แผนกประถมเรียกว่า “โรงเรียนประถมอุดมวิทยายน” แผนกมัธยมเรียกว่า“โรงเรียนมัธยมอุดมวิทยายน” ตามนามสมณศักดิ์ของท่านเนื่องจากชื่อของโรงเรียนไปพ้องกับชื่อโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ในปีพ.ศ. 2453 จึงได้มีการเปลี่ยนชื่อใหม่จากโรงเรียนสตรีอุดมวิทยายนเป็น“โรงเรียนศึกษานารี” โรงเรียนประถมอุดมวิทยายนเป็น “โรงเรียนประถมอนงค์”โรงเรียนมัธยมอุดมวิทยายนเป็น “โรงเรียนมัธยมอนงค์” และเมื่อโรงเรียนมัธยมอนงค์ยุบไปรวมกับโรงเรียนบ้านสมเด็จเจ้าพระยา โรงเรียนประถมอนงค์มีความสัมพันธ์เป็นหนึ่งโรงเรียนพี่โรงเรียนน้องในปลาย พ.ศ. 2473 ทางราชการมีความจำเป็นจะต้องตัดถนนจากสะพานปฐมบรมราชานุสรณ์ผ่านสถานที่ของโรงเรียนมัธยมบ้านสมเด็จเจ้าพระยา สถานที่จึงถูกรื้อถอนเนื้อที่เหลือไม่เพียงพอที่จะรองรับทั้งนักเรียนประจำและนักเรียนไปกลับได้ พระวิเศษศุภวัตร์ (บรรดาศักดิ์ในขณะนั้น) ซึ่งเป็นอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนมัธยมบ้านสมเด็จเจ้าพระยาในสมัยนั้นได้เจรจาผ่านกระทรวงธรรมการโดยพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าธานีนิวัติทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดี ขอแลกเปลี่ยนที่ตั้งโรงเรียนกับโรงเรียนศึกษานารี โดยเห็นว่าเป็นโรงเรียนเล็กและมีจำนวนนักเรียนน้อยกว่า ซึ่งอยู่ข้างวัดราษฎร์ศรัทธาธรรม (วัดลาว) ตำบลบางไส้ไก่ กระทรวงธรรมการเห็นชอบจึงย้ายโรงเรียนศึกษานารี (บ้านคุณหญิงพัน) ไปอยู่ที่บ้านสมเด็จเจ้าพระยา ส่วนที่เหลือใช้ชื่อโรงเรียนศึกษานารีตามเดิม ส่วนสถานที่โรงเรียนศึกษานารีเก่าได้ดัดแปลงก่อสร้างเป็นโรงเรียนมัธยมบ้านสมเด็จเจ้าพระยา(มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยาในปัจจุบัน)ในต้นปี พ.ศ. 2473 โรงเรียนศึกษานารีจึงได้ย้ายมาที่บริเวณถนนประชาธิปกซึ่งเป็นที่ตั้งอยู่ในปัจจุบัน

Copyright © 2019 | โรงเรียนศึกษานารี ตั้งอยู่ 176 ถนนประชาธิปก เขตธนบุรี จังหวัดกรุงเทพมหานคร 10600 โทรศัพท์ 02-466-7223 โทรสาร 02-465-0773
Copyright © 2019 | Suksanari School is located at 176 Prachatippok Road, Watkanlaya district, Thonburi, Bangkok 10600 Tel. +662-466-7223 Fax. +662-465-0773