ประวัติโรงเรียนศึกษานารี

         โรงเรียนศึกษานารีเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต1 กระทรวงศึกษาธิการเริ่มก่อตั้งขึ้นในวัดอนงคาราม โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (นวม พุทธสรมหาเถระ) เจ้าอาวาสวัดอนงคาราม รูปที่ 6 กล่าวคือ เมื่อครั้งท่านเป็นพระอันดับ เรียกกันว่าพระอาจารย์นวม ท่านได้เริ่มจัดระบบการสอนลูกศิษย์ของท่านเป็นการส่วนตัวขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2432 (ร.ศ.108) ต่อมามีผู้เห็นประโยชน์แห่งการศึกษา จึงมีผู้นำบุตรหลานที่เป็นชายมาฝากเพิ่มขึ้นทุกปี จนถึงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระราชทานสมณศักดิ์เลื่อนท่านขึ้นเป็นพระครูอุดมพิทยากร เมื่อ พ.ศ. 2441

         พ.ศ. 2444 กรมศึกษาธิการ ได้อนุมัติเงินจำนวน 4,030.00 บาท ให้ท่านสร้างโรงเรียนขึ้นหลังหนึ่งเป็นเรือนไม้ชั้นเดียวใต้ถุนสูง ทำให้มีสถานที่เล่าเรียนเพิ่มขึ้นจากเดิม ซึ่งมีผู้สร้างถวายไว้แล้ว 2 หลัง พระครูอุดมพิทยากรได้ดำริเห็นว่าได้ช่วยการศึกษาฝ่ายกุลบุตรสมความมุ่งหมายแล้ว ยังแต่ฝ่ายกุลสตรีเท่านั้นที่ยังมิได้ให้ความช่วยเหลือ จึงได้เปิดสอนนักเรียนสตรีขึ้น โดยจ้างนายธูปมาเป็นครูสอน จึงนับได้ว่านักเรียนรุ่นนี้เป็นนักเรียนรุ่นแรกของโรงเรียนศึกษานารี

         ต่อมามีนักเรียนสตรีมากขึ้น พระครูอุดมพิทยากรเห็นว่าสถานที่เล่าเรียนอยู่ใกล้กับกุฏิสงฆ์มากเกินไปเป็นการไม่เหมาะสม จึงได้ดำเนินการติดต่อขอที่ดินและตึกคุณหญิงพัน อันเป็นมรดกสืบเนื่องมาจากสมเด็จเจ้าพระยามหาประยุรวงศ์ (ดิศ บุนนาค) เปิดเป็นสถานที่เล่าเรียนฝ่ายสตรี (ปัจจุบัน คือ บริเวณสถาบัน ราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา) เมื่อได้ย้ายนักเรียนมาอยู่ที่นั้น ใช้นามโรงเรียนว่า “โรงเรียนสตรีอุดมวิทยายน”

         ต่อมากระทรวงธรรมการเห็นว่าชื่อของโรงเรียนมีคำว่า“อุดม” ไปพ้องกับ โรงเรียนชั้นอุดมศึกษา จึงหารือกับพระครูอุดมพิทยากร ขอเปลี่ยนชื่อโรงเรียนเป็น “โรงเรียนศึกษานารี” ตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2453

         วันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2473 กระทรวงศึกษาธิการได้พิจารณาเห็นว่าโรงเรียนบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ซึ่งเปิดสอนอยู่ที่โรงเรียนศึกษานารีปัจจุบันนี้ เป็นโรงเรียนชาย มีนักเรียนเป็นจำนวนมากแต่สถานที่คับแคบกว่าโรงเรียนศึกษานารี ซึ่งตั้งอยู่ที่วิทยาลัยครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยา จึงดำเนินการให้แลกที่กันเพราะเป็นที่มรดกสืบเนื่องมาจากสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยุรวงศ์เช่นเดียวกัน ดังนั้นโรงเรียนศึกษานารีจึงย้ายมาอยู่ ณ สถานที่ปัจจุบัน ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน พ.ศ.2473

         ส่วนที่ตั้งโรงเรียนศึกษานารีเดิมเป็นที่ตั้งของโรงเรียนบ้านสมเด็จเจ้าพระยา คำว่าแต่เดิมนั้นหมายเพียงแต่ ปี พ.ศ. 2475 เท่านั้น กาลเวลาที่ยาวนานไปกว่านั้น ที่ดินตรงนี้เป็นส่วนหนึ่งของที่ตั้งบ้านเรือนของตระกูลบุนนาค ซึ่งเป็นตระกูลขุนนางใหญ่มาตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ และเมื่อมาถึงสมัยรัชกาลที่ 5 ขุนนางตระกูลบุนนาคมีอิทธิพลทางการเมืองมาก คือ “สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค)“ ท่านปู่ของเจ้าคุณพระประยุรวงศ์เจ้าจอมมารดาในรัชกาลที่ 5

         ตระกูลบุนนาค ตั้งบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาทางฝั่งธนนี้ทั้งหมด ตั้งแต่คลองใต้บ้านฝรั่งกุฎีจีน คลองขนอนเข้าไปถึงวัดพิชยญาติการาม สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ท่านก็สร้างบ้านอยู่ในบริเวณของตระกูลบุนนาคตรงนี้ แล้วสร้างบ้านให้ลูกชายท่านคือบิดาของเจ้าคุณพระประยุรวงศ์ อีกหลังหนึ่งต่อขึ้นมาด้านเหนือ แต่เรียกรวมที่ดินบริเวณนี้ว่า “บ้านสมเด็จฯ” อันเป็นที่มาของชื่อโรงเรียนบ้านสมเด็จฯ เจ้าคุณพระประยุรวงศ์ท่านเข้ามาพักอาศัยอยู่ในบ้านนี้ตั้งแต่อายุได้ 2 ปี เป็นจุดเริ่มของความเกี่ยวพันระหว่างเจ้าคุณพระประยุรวงศ์กับโรงเรียนศึกษานารี ซึ่งได้มาตั้งแทนที่โรงเรียนบ้านสมเด็จฯ จนเกิดอาคารเรียนขึ้นมาหลังหนึ่ง เรียกว่า เรือนเจ้าคุณพระประยุรวงศ์บูรณะ หรือเรียกสั้น ๆ ว่า “เรือนเจ้าคุณ” ซึ่งนับเป็นอาคารหลังหนึ่งของโรงเรียนศึกษานารีนั่นเอง

         ปัจจุบันโรงเรียนศึกษานารีเปิดสอนนักเรียนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่6 โดยมีแผนชั้นเรียนเต็มรูปดังนี้ 12-12-12 รวมทั้งสิ้น 72 ห้องเรียน

history 01